ประเทศเกาหลีใต้ได้พัฒนาด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม อย่างกว้างขวาง นำหน้าหลายประเทศในด้านเทคโนโลยี มีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดแข่งกับไอโฟนและหัวเว่ย สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีคุณภาพไม่เป็นรองใคร
เมื่อมีเทคโนโลยีก้าวหน้า สามารถผลิตสินค้าได้ขนาดเล็กลง กล้องถ่ายภาพมีความซับซ้อนพิสดาร ขีดความสามารถสูง และสามารถซุกซ่อนอย่างเนียนในจุดต่างเช่นใช้เป็นกระดุมเสื้อ หรือฝังในส่วนต่างๆ ของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ
และความก้าวหน้านี้ได้เปิดโปงให้เห็นความวิปริตพิสดารของมุมลี้ลับในสังคมเกาหลี โดยเฉพาะ “ห้องน้ำสาธารณะ” ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่สุดอันตรายสำหรับสตรี เพราะมีนักแอบถ่ายเข้าไปติดกล้องลักลอบบันทึกภาพช่วงผู้หญิงเข้าไปปลดทุกข์
เป็น “นาทีสยอง” สำหรับสาวๆ เกาหลีใต้เมื่อจำเป็นต้องใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ กล้องบันทึกภาพขนาดจิ๋วสามารถถูกแอบฝังอยู่ในหลายจุด เช่น ในโถส้วม เครื่องตรวจวัดควันในห้องลองชุด ฝังในขอบม้วนถุงพลาสติกใสถังขยะห้องน้ำ
เว็บโป๊เหล่านี้มักรับซื้อภาพจากนักแอบถ่าย หรือผู้แอบถ่ายก็เปิดเว็บประเภทนี้โดยเฉพาะ ถ้ามีภาพ
เร้นลับมาก โอกาสสร้างรายได้จากสื่อออนไลน์ก็มีมากเช่นกัน ความเป็นสภาวะ “จิตวิปริต” ได้กลายเป็นปัญหาของสังคมที่พัฒนาด้านเทคโนโลยี
แต่สร้างปัญหาสังคม เชื่อมโยงถึงระดับของศีลธรรมและการละเมิดกฎหมาย จำนวนการแอบติดตั้งกล้องจิ๋วไม่ใช่จำกัดเฉพาะในเมืองหลวง แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ
นิตยสาร “ไทม์” ได้ทำรายงานเกี่ยวกับปัญหานี้ในสังคมเกาหลีใต้ กับการใช้ “กล้องสปาย” หรือ “กล้องถ่ายภาพจิ๋ว” เพื่องานจิตวิตถาร ผิดกฎหมายนี้
ในกรุงโซล เมืองหลวง ได้กลายเป็นแหล่งระบาดอย่างหนักของการใช้กล้องแอบถ่ายภาพขนาดจิ๋ว เมื่อได้ภาพที่ต้องการ ก็จะถูกโหลดลงในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเสนอภาพสยิว สื่อเกาหลีใต้บอกว่าสถานการณ์เช่นนี้เป็นเหมือน “โรคระบาด”
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรุงโซลได้ประกาศมาตรการปราบปราม ตรวจค้นจุดต่างๆ ตามห้องน้ำสาธารณะ โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่สำหรับภารกิจตรวจสอบเป็น 8 พันคน ในเดือนตุลาคม จากเดิมที่มีเพียง 50 คนเท่านั้น ซึ่งตรวจสอบได้ไม่ถี่ถ้วน
บางจุด มีการแอบติดตั้งกล้องจิ๋วแอบถ่ายหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคล้อยหลังไปได้ไม่นาน “การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เพื่อทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจว่าจะปลอดภัยจากการถูกแอบถ่าย บันทึกภาพโดยกล้องจิ๋วในห้องน้ำ” เจ้าหน้าที่อธิบาย
ในกรุงโซลมีจำนวนห้องน้ำสาธารณะมากถึง 20,554 แห่ง และเจ้าหน้าที่ต้องหมุนเวียนไปตรวจตราทุกจุด ทุกวัน ถือว่าเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักของผู้ปฏิบัติงาน และสะท้อนให้เห็นความร้ายแรงของปัญหาในการแอบถ่ายภาพที่เจ้าตัวไม่ยินยอม
ตำรวจมีตัวเลขของจำนวนการลักลอบฝังกล้องจิ๋วแอบบันทึกภาพทั่วประเทศมีจำนวนมากถึง 3 หมื่นราย สตรีเกาหลีได้ประท้วงหลายครั้งต่อการแพร่ระบาดของพฤติกรรมวิตถารโดยการใช้กล้องจิ๋วฝังไว้ตามจุดต่างๆ ในแหล่งสาธารณะ
ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจหากล้องแอบบันทึกภาพตามห้องน้ำสาธารณะในสถานีรถไฟใต้ดิน สวนสาธารณะ ศูนย์ชุมชนต่างๆ ห้องออกกำลังกายสาธารณะและแหล่งชอปปิ้งใต้ดิน ห้องน้ำกว่า 1 พันแห่งถูกกำหนดไว้ชัด
นั่นคือจุดสำหรับความสุ่มเสี่ยงของสตรีที่จะต้องตรวจตราอย่างละเอียดเป็นพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่สตรีจะต้องเข้าตรวจอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้คนมั่นใจว่าปลอดภัยแน่
ก่อนการประกาศมาตรการ สตรีเกาหลีจำนวนมากยอมเลี่ยงการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ชอย ยุน จียอง สตรีวัย 34 บอกว่า “ฉันไม่รู้สึกว่าปลอดภัยเลยเมื่อต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะ และรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย”
เธอบอกว่ามาตรการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหากล้องแอบบันทึกภาพในห้องน้ำสาธารณะจะไม่ได้ผล และแก้ปัญหาไม่ได้เบ็ดเสร็จ เจ้าหน้าที่ต้องหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษทางกฎหมายอย่างจริงจัง มากกว่าการไล่ตามเก็บกล้อง
ผลงานที่ผ่านมาของเจ้าหน้าที่ก็ไม่น่าประทับใจ ปัจจุบันนี้การตรวจสอบห้องน้ำตามจุดต่างๆ ทำกันเพียงเดือนละครั้ง และเจ้าหน้าที่ก็ไม่พบกล้องที่แอบซุกไว้แม้แต่จุดเดียวใน 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ตำรวจบอกว่าคนลงมือมักซุกกล้องไว้ไม่กี่นาที
ประธานาธิบดี มุน แจ-อิน ถูกกดดันอย่างหนักโดยองค์กรกลุ่มสตรีซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่ได้ผลเพื่อปกป้องคุ้มครองสตรี
เมื่อกลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิสตรีด้วยการเดินขบวนในกรุงโซลในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ได้มีผู้เข้าร่วมประท้วงหลายพันคน ผู้ประท้วงมองว่าเทคโนโลยีล้ำยุคได้กลายเป็นภัยคุกคาม และส่วนหนึ่งเป็นการ “ล้างแค้นกัน” ระหว่างคู่รักที่เลิกรากันนอกจากภาพแอบถ่ายในห้องน้ำ ยังมีการแอบถ่ายใต้กระโปรง เล็งเป้ากางเกงในสตรี โดยใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ในห้างสรรพสินค้า ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาอย่างจริงจังต่อผู้กระทำความผิด ถ้าไม่เกิดเหตุร้ายขั้นรุนแรง
ประธานาธิบดีมุนได้ยอมรับว่าการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่จริงจัง โทษ สำหรับความผิดก็ไม่หนักหลังจากพฤติกรรมฉาวถูกเปิดโปง และมีความเห็นว่าการลักลอบถ่ายภาพควรถูกมองว่าเป็นภัยร้ายแรง การทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง
ต้องรอดูว่ามาตรการเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจห้องน้ำจะ “เอาอยู่” หรือไม่


