xs
xsm
sm
md
lg

เวเนซุเอลา สังคมนิยมที่ล่มสลาย

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


ทวีปอเมริกาใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัย ซึ่งองค์การสหประชาชาติ บอกว่า มีความรุนแรงพอๆ กับวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยของอียู 3 ปีที่แล้ว ที่ผู้อพยพจากตะวันออกกลาง และแอฟริกาลงเรือหนีภัยสงคราม และความยากจน เสี่ยงชีวิตข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปขึ้นฝั่งที่อิตาลี

คราวนี้ เป็นผู้อพยพจากเวเนซุเอลาที่หนีภัยเศรษฐกิจ ข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกันคือ โคลอมเบีย และบราซิล รวมทั้งที่อยู่ห่างออกไปอย่าง เอกวาดอร์ เปรู ชิลี ฯลฯ

ตั้งแต่ปี 2014 มีคนเวเนซุเอลาอพยพออกนอกประเทศแบบไปแล้วไม่กลับมาอีกถึง 2.3 ล้านคน จากจำนวนประชากร 32 ล้านคน เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อสูงขึ้นๆ ในอัตราที่ไม่น่าเชื่อว่า จะมีอยู่ในโลกนี้ อัตราเงินเฟ้อล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม คือ 83,000% ไอเอ็มเอฟคาดว่าสิ้นปีนี้ เงินเฟ้อจะขึ้นไปถึง 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ราคาสินค่าปรับขึ้นสองเท่าทุก 26 วัน แบงก์โบลิวาร์ใบละ 1 แสนโบลิวาร์ มีค่าเหมือนกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง กินกาแฟแก้วหนึ่งราคา 2.5 ล้านโบลิวาร์ ต้องใช้แบงก์ใบละแสน 25 ใบ เวลาไปซื้อของใช้ที่จำเป็น คนเวเนซุเอลาต้องหอบเงินไปเป็นกระสอบ สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ นอกจากจะแพงแล้ว ยังหาซื้อไม่ได้ โดยเฉพาะอาหาร และยา บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา เพราะขาดการบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์สายส่ง เนื่องจากไม่มีเงิน คนเวเนซุเอลาจึงตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดไปตายเอาดาบหน้า

รัฐบาลเปรูต้องออกกฎใหม่สำหรับผู้อพยพจากเวเนซุเอลา มีผลบังคับใช้วันศุกร์ที่ผ่านมา พลเมืองเวเนซุเอลาต้องมีหนังสือเดินทางจึงจะเข้าเปรูได้ เพื่อสกัดกั้นกระแสอพยพจากเดิมที่ประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกามีข้อตกลงเรื่อง การเข้าออกประเทศอย่างเสรี พลเมืองของแต่ละชาติไม่ต้องมีวีซ่า ไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง มีบัตรแสดงตัวเท่านั้น ก็ไปได้ทุกประเทศ

เอกวาดอร์ และบราซิลก็เคยออกกฎแบบนี้ แต่ถูกศาลสั่งยกเลิก เพราะขัดแย้งกับ ข้อตกลงว่าด้วยการเดินทางโดยเสรี

เวเนซุเอลาเคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในละตินอเมิรกา เพราะมีบ่อน้ำมัน และมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่ก็มีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง ปี 1999 ฮูโก ชาเวซ ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เขาบริหารประเทศด้วยแนวทางสังคมนิยม ต่อต้านสหรัฐฯ และระบบทุนนิยม ขจัดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือคนยากจน ด้วยการยึดกิจการน้ำมันที่บริษัทอเมริกาได้สัมปทานเป็นของรัฐทั้งหมด ควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น แป้ง น้ำมันพืช สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ อุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันในเวเนซุเอลามีราคาถูกที่สุดในโลก ถูกกว่าน้ำเปล่าซึ่งสร้างความพออกพอใจให้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้ใช้ของฟรี ใช้ของถูก ทำให้ชาเวซ ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายติดต่อกัน 4 สมัย อยู่ในตำแหน่งนานถึง 14 ปีก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยมะเร็งเมื่อเดือนมีนาคมปี 2013 ในวัยเพียง 56 ปี

เวเนซุเอลามีรายได้จากการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว คือเป็น 95% ของรายได้ของรัฐบาล ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ขณะเดียวกัน นโยบายควบคุมราคาสินค้าทำให้ไม่มีผู้ลงทุนผลิตสินค้าใดๆ เพราะผลิตแล้ว ไม่มีกำไร ดังนั้น สินค้าทุกอย่างจึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ รัฐบาลยังมีนโยบายตรึงค่าเงิน ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินโบลิวาร์ คนที่ต้องการแลกเงินดอลลาร์หรือเงินสกุลอื่น ต้องขออนุญาต และต้องมีเหตุผลที่จำเป็น ทำให้ตลาดมืดระบาดไปทั่ว

รายได้จากการขายน้ำมัน ไม่ได้ถูกนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเศรษฐกิจ สังคมให้ยั่งยืน แต่หมดไปกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างคะแนนนิยม ภายใต้ข้ออ้าง ช่วยคนจน ลดความเหลื่อมล้ำ ส่วนหนึ่งหมดไปกับการช่วยเหลือประเทศละตินอเมริกา ที่เป็นสังคมนิยมด้วยกัน อย่างเช่น คิวบา นิการากัว ตามอุดมการณ์สังคมนิยมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ของชาเวซ และจำนวนไม่น้อยหายไปกับการคอร์รัปชัน

ปี 2014 หลังชาเวซเสียชีวิตหนึ่งปี และนิโคลัส มาดูโร รองประธานาธิบดี ครองอำนาจต่อราคาน้ำมันโลกที่เคยสูงเกิน 100 เหรียญต่อบาร์เรล ตกต่ำลงไปเหลือแค่ 50-60 เหรียญ และไม่เคยขยับขึ้นไปเกิน 80 เหรียญอีกเลย ทำให้เวเนซุเอลาขาดรายได้ไปอย่างมหาศาล ไม่มีเงินตราต่างประเทศที่จะนำเข้าสินค้า และไม่สามารถผลิตเองได้ เมื่อสินค้าที่จำเป็นขาดแคลน พ่อค้าก็ขึ้นราคาทำให้ของแพง เงินเฟ้อขยับสูงขึ้น รัฐบาลเองไม่มีเงินชำระหนี้ที่ถึงกำหนด ทำให้เจ้าหนี้ต่างชาติไม่เชื่อถือ ไม่ยอมให้กู้อีกรัฐบาลของมาดูโร ใช้วิธีพิมพ์แบงก์ใหม่ออกมาเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินโบลิวาร์ตกต่ำลง และเพื่อเอาใจประชาชน เขาประกาศขึ้นค่าแรงครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ได้แก้ปัญหาแล้ว

มาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจล่าสุด ที่มาดูโรบอกว่า เป็นสูตรมหัศจรรย์ คือ การออกธนบัตรใหม่เรียกว่า Sovereign Bolivar โดยตัดเลขศูนย์ออกไป 5 หลัก จากมูลค่าธนบัตรแบบเดิมที่เรียกว่า Strong Bolivar โดยค่าของเงินแบบใหม่นี้อิงกับ ค่าเงินคริปโตสกุล Petro ที่รัฐบาลเป็นผู้ออก ซึ่งเงิน Petro นี้ รัฐบาลอ้างว่า มีปริมาณน้ำมันสำรองหนุนหลัง ค้ำประกันค่าเงินอยู่

ธนบัตรใหม่นี้ออกใช้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของพลเมืองเวเนซุเอลาว่า จะตั้งราคากำหนดค่าสินค้าที่ซื้อขายกันด้วยแบงก์ใหม่นี้อย่างไร ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ไม่มีสินค้าให้ซื้อแล้ว

มาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยังประกอบด้วย การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 34 เท่า จากค่าจ้างปัจจุบันมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 300% จากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 16 เลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน ยกเว้นเฉพาะผู้ที่มีบัตรประจำตัวที่เรียกว่า Fatherland ID card ที่รัฐบาลจะออกให้ใหม่ ซึ่งถูกมองว่า เป็นเครื่องมือของนิโคลัส มาดูโร ในการแบ่งแยกประชาชนเป็นฝ่ายที่ต่อต้านกับฝ่ายที่ภักดีกับเขา ใครเป็นพวก สนับสนุนก็จะได้บัตรที่ซื้อน้ำมันได้ในราคาถูกกว่าน้ำ ใครเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่มีบัตร จะต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาด

มาตรการแก้ไขเศรษฐกิจล่าสุดนี้ นอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังจะซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เลวร้ายอยู่แล้วให้ย่ำแย่ลงไปอีก มาตรการเหล่านี้ทำให้พลเมืองเวเนซุเอลาจำนวนมากตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า เดินทางออกนอกประเทศอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ประเทศเพื่อนบ้านติดกันจะปิดพรมแดน เพราะรับไม่ไหว

ในสายตาของผู้สนับสนุนรัฐบาล วิกฤตเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเป็นฝีมือของลัทธิจักรวรรดินิยมที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวโจก ที่ทำลายโลกสังคมนิยมใหม่ที่ฮูโก ชาเวซ เป็นคนจุดกระแสขึ้นมา แต่สำหรับพลเมืองเวเนซุเอลา พวกเขารู้ดีว่า ระบอบสังคมนิยมของผู้นำเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ปกครองประเทศมานาน 14 ปี คือ สิ่งที่นำความล่มสลายมาสู่เวเนซุเอลา