xs
xsm
sm
md
lg

ศึกใน ศึกนอก รุก ‘ทรัมป์’ หนัก

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา</b>
ถ้าเปรียบเป็นการชกมวย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำทำเนียบขาว นักสู้เปิดศึกรอบทิศ อยู่ในสภาวะที่เกือบป้อแป้ โงนเงน โดนคู่ต่อสู้ถลุงติดมุม รอจังหวะเด้งออกเพื่อให้รอดจากหมัดน็อก เซียนพนันอาจไม่ให้ทรัมป์เป็นรอง แต่ไม่กล้าให้แต้มต่อมากนัก

แม้จะรู้ว่าทรัมป์ยังรอบจัด ลีลาจ้าน มีลูกตื๊อดื้อด้านทนต่อแรงปะทะ เสียดสีทั้งการคลุกเข้าออกทั้งวงนอกวงใน และตัวเองไม่ยึดติดกับกติกา หลักจริยธรรมจรรยาบรรณนักการเมือง โอกาสที่จะรอดไปได้ โดยกฎหมายเป็นตัวช่วย ยังคงมีอยู่

สภาพของทรัมป์ ไม่ต่างจากเสือลำบาก ผลจากการกระทำของตัวเอง และบริวารเป็นพิษ สับเปลี่ยนตัวหลายรุ่น แต่ละคนจากไปพร้อมกับความขมขื่น เป็นวิธีแปลงมิตรสหาย เพื่อนร่วมงานและบริวารให้เป็นศัตรู คนอยู่วงนอกรู้สึกขยาด

ดังนั้นไม่แปลกที่บริวารของทรัมป์ ที่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา เป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง โอกาสติดคุกยาว ต้องหาทางดิ้นเอาตัวรอดด้วยการสารภาพต่อรองยอมรับว่าได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเพื่อแลกกับการทุเลาโทษที่จะได้รับ

ทรัมป์คือเป้าหมายที่จำเป็นต้องโดนซัดทอด เพราะบริวาร เพื่อนร่วมงานต่างอ้างว่าทำเพื่อทรัมป์ โดยเฉพาะในช่วงหาเสียงรณรงค์ชิงตำแหน่งผู้นำทำเนียบขาว

ทรัมป์เผชิญศึก ความเสี่ยงด้านกฎหมาย หลังจากที่ปรึกษาและทนายความส่วนตัวรับสารภาพต่อข้อกล่าวหาคดีอาญาร้ายแรงตั้งแต่เลี่ยงภาษี ใช้เงินหาเสียงผิดประเภท ฉ้อฉล และใช้เงินปิดปากหญิงบริการ นางแบบที่มีความสัมพันธ์กับทรัมป์

ทรัมป์เปิดฉากแก้ตัวนัวเนีย ก่นด่าที่ปรึกษาว่าโกหก ทำให้ตัวเองเสียหาย แต่ความน่าเชื่อถือแทบไม่เหลือเพราะมีคลิปเสียงการเจรจากับทนายที่ปรึกษา ไมเคิล โคเฮน เรื่องหาทางปิดปากนางแบบและนักแสดงหนังโป๊ ดูแล้วดิ้นให้หลุดยาก

ต่อให้มีทนายดีอย่างไร หลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏทั้งพยานเอกสาร คำให้การบุคคล และคลิปเสียงจะทำให้ทรัมป์มีปัญหาทั้งการเมือง กฎหมาย และการเจรจาระหว่างประเทศกับคู่ค้า พันธมิตร ปฏิปักษ์นานาชาติ อำนาจต่อรองอ่อนล้าเยอะ

ก็เพราะคดีความ ข้อกล่าวหา ทำให้เปิดปัญหาความน่าเชื่อถือ ทรัมป์ถูกสื่อตราหน้าว่าเป็นนักโกหก เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง สำนักสื่อบางแห่งไล่นับว่าทรัมป์พูดไม่ตรงกับความจริงพันกว่าครั้ง ถ้าเป็นนักการเมืองธรรมดา คงเรียบร้อยไปนานแล้ว

แต่ทรัมป์มีคำประกาศของกระทรวงยุติธรรมคุ้มครอง นับตั้งแต่ยุคบิล คลินตัน ทำให้ประธานาธิบดีซึ่งดำรงตำแหน่งไม่สามารถถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ แม้จะยังไม่มีใครนำประเด็นนี้ไปให้ศาลพิจารณา ทรัมป์ก็คงจะรอดไปด้วยความคุ้มครองนี้

ส่วนกระบวนการถอดถอน ต้องขึ้นอยู่กับว่าพรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งช่วงปลายปีนี้หรือไม่ ถ้ามีเสียงไม่พอ ความพยายามที่จะเอาทรัมป์ออกจากตำแหน่งจะยาก และอีกประเด็น โรเบิร์ต มุลเลอร์ จะยังอยู่ทำหน้าที่สอบสวนหรือไม่

เพราะมุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอนี่แหละที่ทำให้ทรัมป์มีปัญหาทางกฎหมาย ดิ้นหลุดยากทุกวันนี้ และการสอบสวนประเด็นอื่นๆ ยังคงมีอยู่ต่อไป แม้จะถอดถอนไม่ง่าย ผลการเลือกตั้งจะวัดคะแนนนิยมของทรัมป์ว่าจะยังดีอยู่หรือไม่

ทรัมป์ได้เปิดเจรจากับคู่ค้า 2 ประเทศ เม็กซิโกและจีน ซึ่งเป็นเป้าหมายการคว่ำบาตรทางการค้า ซึ่งทั้ง 2 ชาติไม่ยอมลดราวาศอกให้ทรัมป์ในศึกตั้งกำแพงภาษี ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก เพราะทรัมป์เปิดศึกกับยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ

ผลกระทบที่เห็น เริ่มปรากฏที่ยุโรปและเอเชีย ตลาดการค้าเริ่มระส่ำระสาย เป็นสัญญาณให้รู้ว่ามาตรการตั้งกำแพงภาษีของทรัมป์ไม่มีใครรอด ไม่เจ็บตัว ถึงกระนั้นก่อนจะเริ่ม ยังต้องเจรจา ทุกประเทศย่อมมีเดิมพัน ผลประโยชน์สำคัญ

การต่อรองขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและอำนาจของทรัมป์ ที่ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุน วงการตลาดหุ้นยังไว้ใจทรัมป์เพราะราคาหุ้นยังไปแรง หนุนโดยสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคึกคัก บริษัทต่างๆ รายงานผลกำไร สร้างความพอใจให้นักลงทุน

แต่มีตัวแทนกว่า 400 บริษัทกำลังยื่นข้อร้องเรียนขอผ่อนปรนให้รัฐบาลช่วยเหลือจากผลกระทบศึกกำแพงภาษี เพราะทำให้วัตถุดิบนำเข้ามีราคาแพงขณะที่ราคาสินค้าส่งออกราคาสูง ตลาดแคบลงเมื่อโดนกำแพงภาษีเช่นกัน

สำนักงานตัวแทนการค้าได้กลายเป็นแหล่งรับเรื่องราวร้องทุกข์จากบริษัทของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้บริษัทมีชื่อเสียง เช่นจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน บริษัทผู้ผลิตตะปูรายใหญ่ และผู้ผลิตรถยนต์ต่างหาที่ผลิตในต่างแดน

ไม่ว่ารายเล็กรายใหญ่ ต่างดิ้นรนเพื่อหนีตายด้วยกัน แต่ทรัมป์ยังเดินหน้า อ้างว่าเพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์และแก้ปัญหาขาดดุลการค้า ความเสียเปรียบเพราะตลาดของสหรัฐฯ ได้เป็นเป้าหมายของสินค้าต่างประเทศต้นทุนต่ำกว่า

ขณะที่สหรัฐฯ และเม็กซิโกกำลังอยู่ในห้วงการเจรจา แคนาดาซึ่งมีข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เฝ้ามองดูผลของการเจรจาจะเป็นอย่างไรก่อนเปิดฉากเริ่มกับสหรัฐฯ ยุโรปไม่ต้องพูดถึง เยอรมนีมองสหรัฐฯ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพื่อนที่คบได้เหมือนก่อน

จากการค้า ทรัมป์ยังมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ดีขึ้นตามลำดับ แต่สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือเริ่มมองกันในด้านลบแม้จะยกยออวยกันด้วยภาษาดอกไม้ช่วงที่พบปะตกลงกันเมื่อ 2 เดือนก่อน

ด้านอิหร่าน ผู้นำได้ประกาศเตือนสหรัฐฯ ว่าถ้าคิดโจมตีอิหร่าน เป้าหมายของการตอบโต้ทันควันคืออิสราเอล มิตรถาวรของสหรัฐฯ และศัตรูยั่งยืนของอิหร่าน ดูสภาพแล้วทรัมป์เหมือนเรือที่ไร้ทิศทาง แล่นในทะเลคลื่นลมแรง ไม่เห็นทางออก

จะรอดพ้นสันดอนไปได้นานสักเท่าไหร่ เมื่อการสอบสวนยังเดินหน้าเต็มที่


กำลังโหลดความคิดเห็น...