xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อธรรมชาติ ‘เอาคืน’ ภัยมนุษย์

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>ไฟป่าเผาผลาญเมืองมาติใกล้ๆ กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ</b>
มนุษย์ได้ทำร้ายธรรมชาติ พยายามเอาชนะธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด และความอยู่ดีมีสุขของตัวเอง ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่งคั่งและประโยชน์ส่วนตน สัตว์โลกที่โหดร้ายที่สุดคือมนุษย์ การรบราฆ่าฟันกันของมนุษย์เป็นธรรมชาติเพื่อไม่ให้คนล้นโลก

การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาตินำไปสู่การทำลายล้าง วิวัฒนาการ พัฒนาการของมนุษย์คือการทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อธรรมชาติรับไม่ได้ จึงมีการเอาคืน หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับสภาวะภูมิประเทศ และผลสุดท้ายมนุษย์คือเหยื่อการกระทำของตัวเอง

ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ธรรมชาติได้ก่อวิบัติภัยในระดับต่างๆ สร้างความเสียหายอย่างมาก ที่ผ่านมาได้มีภาวการณ์เตือนจากธรรมชาติ สาเหตุหลักคือ “ภาวะโลกร้อน” และความพยายามของชาติอุตสาหกรรมเพื่อชะลอความเลวร้ายถูกถ่วงโดยสหรัฐอเมริกา

ข้อตกลงเรื่องภาวะโลกร้อนที่กรุงปารีส ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดีโดยผู้นำทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ โดยไม่มีเหตุผล หรือหลักการที่รับฟังได้ ทั้งๆ ที่หลายประเทศอุตสาหกรรมได้เจรจาต่อรองเงื่อนไขกันนานหลายปีกว่าจะตกลงกันได้ แต่ทรัมป์ไม่สนใจ

ทรัมป์ได้ทำอะไรหลายอย่าง ใช้อำนาจอย่างเต็มที่ ทำเอาสภาคองเกรสและวุฒิสภาไร้ความหมาย นักการเมืองพรรครีพับลิกันขาดอำนาจต่อรองกับผู้นำซึ่งไม่ได้มีพื้นเพจากการเมือง แต่มาจากความเป็นนักธุรกิจมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว

ขณะนี้มีแต่เรื่องฉาวโฉ่ด้านกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม คุณสมบัติความเป็นมนุษย์ ที่ผ่านมาพยายามเอาตัวรอดด้วยความลื่นไหล ด้านทน ชิงเป็นฝ่ายโยนข้อกล่าวหาใส่ปฏิปักษ์ ใช้จังหวะ สร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนประเด็นพลิกกลบกระแสข่าว

เมื่อทรัมป์เพิกเฉยกระแสโลกในการลดภาวะโลกร้อน ทำให้การคาดหวังผลในด้านนี้ลดน้อยเพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ใช้พลังงานมาก และยังหวนกลับไปสู่การใช้ถ่านหินในการผลิตอุตสาหกรรมเพราะทรัมป์ต้องการเอาใจคนสนับสนุน

เราได้รับรู้เรื่องการละลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาสูง แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกเหนือและใต้เริ่มละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แนวโน้มนี้ยังไม่ชะลอตัว จากการเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปี มีข้อกังวลว่าเมืองริมฝั่งทะเลจะเผชิญภาวะวิกฤตแน่

วันก่อนชาวเกาะกรีนแลนด์ได้เห็นก้อนน้ำแข็ง น้ำหนักประมาณ 11 ล้านตัน สูงระดับหอนาฬิกาบิ๊กเบนในกรุงลอนดอน ลอยมาใกล้ฝั่งเมืองอินนาร์ซุต ชาวบ้านมองด้วยความตื่นเต้น พร้อมภาวนาว่าขอให้ก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาลอยออกทะเลไปโดยเร็ว

ภูเขาน้ำแข็งขนาดย่อมๆ แตกตัวมาจากแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก สาเหตุหลักคือภาวะโลกร้อน ครั้งนี้ขนาดใหญ่ละลายช้า ทำให้ไหลมาอยู่ใกล้เกาะกรีนแลนด์ซึ่งโดยปกติถูกปกคลุมโดยน้ำแข็ง แต่ก็เริ่มละลายตามความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

เมืองอินนาร์ซุตมีประชากรเป็นชาวประมงเพียง 170 คนเท่านั้น

สัปดาห์ก่อน ประเทศญี่ปุ่นเผชิญภาวะคลื่นความร้อน อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 44 องศา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่ธรรมดา เพราะญี่ปุ่นอยู่ในเขตหนาว ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนแต่ไม่เคยเผชิญกับอากาศร้อนระดับนี้ บางจุดสูงแค่ 43 องศา

ระดับ 44-45 องศาเซลเซียสเป็นอุณหภูมิเกือบเท่าในทะเลทราย คนญี่ปุ่นไม่คุ้นกับความร้อนแบบนี้ ก่อนหน้านั้นก็มีฝนตกหนัก อย่างไม่เคยปรากฏบ่อย มีน้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ประชาชนกว่าล้านคนต้องอพยพหาที่อยู่ใหม่ชั่วคราว เห็นเพียงหลังคาบ้าน

เป็นความแปรปรวนของสภาวะอากาศในญี่ปุ่นแบบเฉียบพลันต่างขั้ว! คนญี่ปุ่นและชาวโลกยังไม่ลืมหายนะจากวิบัติภัยสึนามิที่ทำให้โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะเสียหาย มีผู้เสียชีวิตรวมกว่าหมื่นราย การฟื้นฟูยังทำได้ไม่เต็มที่ ต้องประสบภัยอีก

วันจันทร์ที่ผ่านมา ไฟป่าขนาดใหญ่ลามรวดเร็วเข้าไหม้เมืองมาติชานเมืองหลวงกรุงเอเธนส์ของกรีซ จนวอดวาย ชาวบ้านประมาณ 80 รายหนีตายไม่ทันต้องเสียชีวิตในกองเพลิง ทั้งๆ ที่เป็นเมืองชายทะเล มีหลายรายต้องเอาชีวิตรอดด้วยหนีลงไปในทะเล

รถยนต์กว่า 300 คันกลายสภาพเป็นเหล็กหลอมเหลว ยางรถยนต์กลายเป็นก้อนเละๆ สีดำกองเป็นหย่อมๆ สะท้อนให้เห็นความร้อนระอุของเปลวเพลิงถูกโหมโดยกระแสลมแรง 120 กม.ต่อชั่วโมง ล้อมเมือง เหยื่อหลายรายนั่งกอดกันรอความตายอย่างทารุณ

บริเวณใกล้เคียงเมืองมาติก็ถูกไฟเผาไม่เหลือ มีไฟมากกว่า 15 จุดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้ศาลสูงของกรีซออกคำสั่งให้สอบสวนสาเหตุว่าเพลิงเกิดจากการกระทำของคนหรือเป็นภาวะธรรมชาติ เหยื่อเพลิงตำหนิเจ้าหน้าที่ว่ารับสถานการณ์ไม่ทันกับวิกฤต

ทั้งเมืองใกล้เคียงต้องระดมรถและเรือดับเพลิงสู้กับไฟป่า แต่เอาไม่อยู่!

หายนะยิ่งใหญ่ใกล้บ้านเราคือเขื่อนแตกในภาคใต้ของ สปป.ลาว “ดินแดนร้อยเขื่อน” ซึ่งมุ่งขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการสร้างเขื่อนในหลายแห่งทั่วประเทศ หลายหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำ มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 รายจากการสำรวจเบื้องต้น และมีผู้สูญหายอีก

เป็นความหายนะขนาดใหญ่ สัตว์เลี้ยง ทรัพย์สินของชาวบ้าน รวมทั้งบ้านเรือนไม่เหลือ บ้านที่แข็งแรงกลายเป็นที่หนีตายของชาวบ้านที่รอรับการช่วยเหลือบนหลังคา เขื่อนนี้มีความจุของน้ำกว่า 5 หมื่นล้านลูกบาศ์เมตร มากกว่าเขื่อนภูมิพล 3 เท่า

ชาวบ้านได้รับการเตือนภัยเพียง 1 ชั่วโมงก่อนเขื่อนแตก หลังจากมีรอยร้าวและเจ้าหน้าที่พยายามระบายน้ำออกแต่ไม่ทันการ หลายประเทศเร่งระดมความช่วยเหลือ สาเหตุจากฝนตกหนักเพราะพายุเซินติญ สร้างความเสียหายทั้งในเวียดนามและกัมพูชา

วิบัติภัยธรรมชาติและหายนะจะยังมีต่อไป เป็นศึกที่มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะได้