xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ถูกประณามว่าทรยศต่อชาติ

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>นายไฮโก มาสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี</b>
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าแห่งยุทธวิธีและเกมของการต่อรอง กำลังโดนคนอเมริกันและยุโรปรุมยำเละเป็นโจ๊ก ด้วยข้อกล่าวหาสารพัด ล้วนแต่ทำให้ผู้นำทำเนียบขาวหมดสิ้นเกียรติยศ เกียรติภูมิ ความเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจสิ้นสภาพ

นั่นเป็นผลของการประชุมสุดยอดกับผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ที่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ วันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากคุยกันตัวต่อตัว โดยทรัมป์เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ต้องอาศัยที่ปรึกษาด้านความมั่นคง หรือคนวงในระดับสูงสุด

ถือว่าเป็นความหายนะ ความอัปยศ ในการเจรจาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นผลงานน่าอับอายขายหน้า ไม่เคยเกิดมาก่อนในการเมืองสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามว่าเป็นเพราะอะไร ทรัมป์จึงตกอยู่ในสภาพที่ไร้ราคาเช่นนั้น

ทันทีที่แถลงข่าวร่วม คนอเมริกัน ทั้งนักการเมือง พันธมิตรในยุโรปเครือข่ายสนธิสัญญานาโตแทบช็อก ไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินทรัมป์ประกาศว่าตัวเองเชื่อคำพูดที่มีพลัง คำรับรองที่มีน้ำหนักว่ารัสเซียไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังไม่ให้ราคาหรือความน่าเชื่อถือกับเครือข่ายองค์กรข่าวกรองของสหรัฐฯ รวมทั้งเอฟบีไอ ที่กำลังสืบสวนกรณีการแทรกแซงโดยรัสเซียดังกล่าว เท่ากับว่าทรัมป์เลือกที่จะเชื่อผู้นำชาติที่เป็นศัตรูมากกว่าหน่วยสืบราชการลับ หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

นักการเมืองพรรครีพับลิกันและเดโมแครตกำลังหามาตรการว่าจะจัดการกับทรัมป์อย่างไร นี่เป็นประวัติศาสตร์การเมืองครั้งแรกของสหรัฐฯ และผู้เป็นประธานาธิบดีซึ่งมีท่าทีพฤติกรรมอวยอ่อนผ่อนปรนให้ศัตรูและหยามพวกเดียวกัน

พร้อมกันนั้น ปฏิกิริยาด้านลบอย่างมากก็เกิดขึ้นในวงการสื่อ การเมือง รวมทั้งเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ จะส่งผลกระทบอย่างมากมาย หลายชาติต้องประเมินและกำหนดท่าทีตัวเองใหม่

รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ไฮโก มาสส์ ประกาศว่าเยอรมนีต้องประเมินใหม่สำหรับความสัมพันธ์กับทำเนียบขาว เท่ากับว่าพยายามแยกทรัมป์ให้ออกจากองค์กรอื่นๆ หรือประชาชนสหรัฐฯ เพราะนี่เป็นการตัดสินใจของทรัมป์แต่ผู้เดียว

ถ้อยคำประณาม ตำหนิจากสื่อและสังคมการเมืองสหรัฐฯ เผ็ดร้อนต่อเนื่อง!

“ทรัมป์ต้องมาก่อน ไม่ใช่สหรัฐฯ ต้องมาก่อนเสียแล้ว” นั่นเป็นคำสรุปว่าสิ่งที่ทรัมป์ได้ทำมาตลอดก็เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะทรัมป์ถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ธุรกิจการเงินกับรัสเซีย พึ่งพาแหล่งทุนในยามที่ตัวเองมีปัญหา

หนักข้อกว่านั้นคือการประณามว่า “ทรัมป์คือผู้ทรยศต่อชาติ” เป็นผู้หักหลังประชาชน “ยอมสยบศิโรราบให้ศัตรู” ไม่เหลือความน่าเชื่อถือ เกียรติภูมิและคุณค่าของความเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ ทำให้พันธมิตรรู้สึกไม่มั่นใจในความสัมพันธ์

พันโทราฟพ์ ปีเตอร์ นายทหารนอกราชการ และผู้ร่วมรายการวิเคราะห์การเมืองของสถานีฟ็อกซ์ นิวส์ ตราหน้าทรัมป์ว่าเป็นผู้สร้างความอัปยศต่อประเทศและต่อสถาบันประธานาธิบดี ทำให้ปูตินมองออกว่าทรัมป์อ่อนเชิงและเหยาะแหยะ

นักการเมืองระดับแกนนำของพรรครีพับลิกันได้รับรู้ว่าทรัมป์ทำให้เกิดอะไรขึ้นก็รีบตีตัวออกห่างทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าการทำเช่นทรัมป์ได้สร้างความเสียหายอย่างแรง ยากที่จะเยียวยา ทรัมป์เองก็ทวิตโต้ว่าจะต้องมีมุมมองใหม่เพื่อมิตรภาพ

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงท่าทีว่าจะอ่อนข้อให้รัสเซีย หลังจากการประชุมกลุ่มประเทศจี 7 ซึ่งทรัมป์ได้ตำหนิประเทศอื่นๆ ว่าเอาเปรียบสหรัฐฯ ด้านการค้า และเสนอว่าควรให้รัสเซียได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกลุ่มจี 7 ด้วยกัน ทำให้ชาติอื่นๆ เริ่มสงสัย

ช่วงการประชุมสมาชิกนาโต ทรัมป์ก็ได้เฉ่งประเทศสมาชิกว่าไม่ยอมจ่ายเงินงบประมาณในด้านการทหาร การป้องกันประเทศ ปล่อยให้สหรัฐฯ ต้องแบกภาระหนักประเทศเดียว ท่าทีของทรัมป์เป็นปฏิปักษ์ต่อนาโต ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ปูตินต้องการ

หลังจากประชุมนาโต ทรัมป์ก็ไปหาเรื่องตำหนิผู้นำรัฐบาลอังกฤษ เทเรซา เมย์ ว่าเป็นต้นตอของปัญหาเรื่องเบร็กซิต และยุให้รัฐบาลอังกฤษฟ้องกลุ่มอียู สมาชิกเบร็กซิต ซึ่งเทเรซา เมย์ได้ปฏิเสธก่อนไปประชุมกับปูติน ทรัมป์โจมตีกลุ่มอียู

ที่เจ็บแสบที่สุดคือ ทรัมป์กล่าวหาว่ากลุ่มประเทศอียู เป็นศัตรูของสหรัฐฯ เพราะได้เปรียบทางการค้า การที่อียูเป็นศัตรูก็ไม่ต่างจากรัสเซีย และจีน ซึ่งเป็นศัตรูเช่นกัน

ก่อนไปเฮลซิงกิ ทรัมป์เปรยกับกลุ่มนาโตและอียูว่าการเจรจากับปูตินน่าจะง่ายกว่า ได้ผลเร็วกว่า แต่ไม่บอกว่าทำไม ทำให้กระตุ้นความสงสัยว่ารัสเซียอาจมีอะไรซ่อนไว้เพื่อนำมาใช้แบล็กเมล์ทรัมป์ โดยเฉพาะการไปยุ่งกับสาวรัสเซีย

ประเด็นนี้เป็นข้อสงสัยมาโดยตลอด แม้จะเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะเข้าสู่การเมือง การไปเยือนมอสโกของทรัมป์และกิจกรรมกับหญิงรัสเซียถูกมองว่าได้ถูกบันทึกภาพเอาไว้เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต จะมีจริงหรือไม่ ไม่มีใครกล้ายืนยัน

แต่หลังการประชุมสุดยอดกับปูติน ภาพลักษณ์ของทรัมป์ที่ถูกวาดให้คนเห็นว่าเป็นผู้นำแข็งแกร่ง เก่งกล้า ไม่เหลือแม้แต่การเป็นตำนาน แต่ถูกมองว่าเป็นเพราะความอหังการ ถือดีในตัวเองไม่ยอมฟังใคร ตัวเองและประเทศต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้

ทรัมป์จะเผชิญชะตากรรมในความเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่สังคมในประเทศและต่างประเทศไม่ไว้ใจ นี่เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเฝ้ารอดู ถ้ายังอยู่ การค้าโลกจะประสบความผันผวนเพราะนโยบายตั้งกำแพงภาษีและสงครามการค้าซึ่งทุกฝ่ายเสียหาย

ชอบหรือไม่ชอบ คนอเมริกันต้องรอครบ 4 ปี เว้นแต่ทรัมป์มีเหตุต้องไปก่อน