xs
xsm
sm
md
lg

ความเป็นธรรมค้ำจุนโลก

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


ต้องถือเป็นเรื่องน่าปลาบปลื้มยินดี...ที่งานๆ นี้ ต้องเรียกว่าโลกทั้งโลก หันมาช่วย “หมูป่าอะคาเดมี” ซะจนดังระเบิดเถิดเทิงไปทั่วทั้งโลก กระแสแห่งความรัก ความห่วงใย ความเมตตา สงสาร ที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย โดยมีถ้ำหลวง ณ จังหวัดเชียงรายเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้ “ความเป็นไทย” และ “ความเป็นธรรม” กลายเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันอย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ...

แต่ก็นั่นแหละ...ระหว่างที่ปลาบปลื้มยินดีกันหมู่ในชาวไทยและชาวโลก ก็อย่าถึงกับลืมๆ ไปซะว่า ยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างในโลกนี้ ที่กำลังรอรับความเมตตา ห่วงใย สงสาร ไม่น้อยไปกว่า 13 หมูป่าของบ้านเราอีกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ชาวเยเมนนับเป็นล้านๆ ที่ต้องติดอยู่ใน “ถ้ำสงคราม” ระหว่างซาอุฯ กับเยเมน มาเป็นปีๆ แล้วยังออกไปไหนต่อไหนแทบไม่ได้ ต้องตายเพราะขาดน้ำ ขาดอาหาร ขาดยารักษาโรค แม้แต่โรคง่ายๆ อย่าง “อหิวาตกโรค” ยังสามารถพร่าผลาญชีวิตเด็กชาวเยเมนนับเป็นพันๆ หมื่นๆ รวมทั้งผู้คนพลเมืองอีกไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน ที่กำลังรอความเมตตา สงสารจากโลกทั้งโลก ให้พอมีโอกาสรอดพ้นไปจาก “โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดของมวลมนุษยชาติ” นับจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา...

หรือแม้แต่ชาวญี่ปุ่นทุกวันนี้...ที่ตายไปแล้วเป็นร้อยๆ เพราะพายุที่เคยคาดๆ ว่าอาจแผ่ปกคลุมมาแถวๆ ภาคเหนือของบ้านเรา อันอาจส่งผลให้การช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี ยิ่งลำบากหนักขึ้นไปใหญ่ แต่ว่ากันว่า...ดันเบี่ยงเบนเส้นทางหมุนขึ้นไปแถวๆประเทศคุณน้าญี่ปุ่นเค้าซะนี่ ด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจทราบได้ ด้วยเหตุนี้...ระหว่างที่เรากำลังกรี๊ดๆ กร๊าดๆ ก็อย่าถึงกับต้องส่งเสียงสนั่นหวั่นไหว ให้เป็นที่สะเทือนอก สะเทือนใจ ต่อบรรดาผู้ที่สูญเสีย ผู้ที่น่าห่วง น่าสงสาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลไปจากบ้านเรามากมายซักเท่าไหร่นัก เพราะต่างก็เป็น “มนุษยชาติ” หรือต่างก็เป็น “เพื่อนร่วมวัฏสังสาร” ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

พูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหากความร่วมมือ ร่วมใจของบรรดามวลมนุษยชาติทั้งหลาย มันเป็นไปอย่างที่กำลังเป็นๆ อยู่ในบ้านเราขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ชาวไทย อเมริกา ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ ลาว ฯลฯ ต่างพร้อมใจแห่มาช่วย 13 หมูป่าอะคาเดมี ชนิดแม้แต่ “ทรัมป์บ้า” ยังอดไม่ได้ที่จะร่วม “โหนกระแส” ไปกะเค้าด้วย โลกใบนี้...มันคงจะสวยสดงดงามเพิ่มขึ้นมิใช่น้อย ไม่ต้องเสียเวลาเปิดศึกสงคราม ไม่ว่าสงครามการเมือง การค้า ไปจนถึงการทหาร อย่างที่เห็นและเป็นอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ...ระหว่าง “อารมณ์-ความรู้สึก” กับ “ข้อเท็จจริง” มันมักจะไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกันเสมอไป...

ด้วยเหตุนี้...แม้ว่าการแสดงออกถึงความร่วมมือร่วมใจของมวลมนุษยชาติ ในกรณี 13 หมูป่าอะคาเดมี จะก่อให้เกิดความกรี๊ดๆ กร๊าดๆ มาก-น้อยขนาดไหน แต่โดยข้อเท็จจริงของโลก มันยังคงเป็นอะไรที่ห่างไกลไปจากความน่าปลาบปลื้ม ยินดี อีกไม่รู้กี่ต่อกี่อสงไขย โดยเฉพาะความร่วมมือ ร่วมใจในการขจัดกวาดล้างความไม่ถูกต้อง เป็นธรรม ความไม่เป็นไปตามครรลองคลองธรรม ที่ยังคงทำให้โลกใบนี้...ออกไปทางน่าเกลียด น่าอัปลักษณ์ น่าทุเรศเวทนามาโดยตลอด กลายเป็นโลกที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุม บังคับของผู้ที่ไม่ถูกต้อง เป็นธรรม ผู้ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากมวลมนุษยชาติ โดยปราศจากความห่วงใย เมตตา สงสาร เอาเลยแม้แต่นิด...

แถมการคิดจะเปลี่ยนโลก หรือเปลี่ยน “ระเบียบโลก” ให้มันดูดีขึ้นมามั่ง ให้เกิดความถูกต้อง เป็นธรรม หรืออย่างน้อยก็เกิดการเคารพในความเท่าเทียมของมวลมนุษย์ในแต่ละชาติ ที่ล้วนแต่มีอธิปไตยเป็นของตัวเองไปด้วยกันทั้งสิ้น ยังอาจต้องชักสะพานแหงนถ่อรอคอยไปจนกว่าน้ำจะท่วมหลังเป็ด อะไรไปโน่น เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ...แต่เต็มไปด้วยสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ เผลอๆ...อาจหนักซะยิ่งกว่า ความสลับซับซ้อนของถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ประมาณร้อยเท่า พันเท่าเอาเลยก็ไม่แน่ มันถึงได้ทำให้ “โลกในยุคหลังระเบียบโลกตะวันตก” (Post-West world Oder) ที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ท่านได้ให้คำนิยามเอาไว้ ก็ยังเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน ไม่ได้เข้าขา เข้าทาง ไม่สามารถหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เหมือนอย่างที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ผู้ใจบุญสุนทานจากชาติต่างๆ ที่สามารถหลอมรวมเข้ากับ “ทีมไทยแลนด์” ในการกอบกู้ ช่วยเหลือชีวิตของ 13 หมูป่าได้อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ...

เรียกว่า...ขนาด “ประมุขโลก” อย่าง “ทรัมป์บ้า” ทะเลาะกับใครต่อใครเค้าไปทั่ว แต่โอกาสที่จะหยิบเอาเงื่อนไขเหล่านี้มาใช้เป็นตัวหลอมรวม ให้เกิดการกอบกู้ ฟื้นฟู กฎ ระเบียบต่างๆ ที่จะนำเอาความเชื่อมั่นศรัทธา ความไว้วางใจระหว่างกันและกันกลับคืนมาได้ใหม่ กลายเป็น “ระเบียบโลกแบบใหม่” ที่ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพล ของ “เผด็จการดอลลาร์” เหมือนอย่างเท่าที่เคยเป็นมา ยังไงๆ...ย่อมหนีไม่พ้นต้องออกเรี่ยว ออกแรงมิใช่น้อย ความพยายามของคุณพี่จีน ที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับบรรดาประเทศต่างๆ ในยุโรป ซึ่งต่างต้องปีนถ้ำ มุดถ้ำ ต้องหาทางตะเกียกตะกายออกจากถ้ำของ “ทรัมป์บ้า” ด้วยความยากลำบากไม่น้อยไปกว่ากัน ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การเดินทางไปเยือนกลุ่มประเทศ “CEEC” (Central and Eastern European Countries) และประเทศเยอรมนีของนายกรัฐมนตรีจีน “นายหลี่ เค่อเฉียง” พร้อมกับคำสัญญาที่จะ “เปิดกว้าง” ให้กับการลงทุนระหว่างจีนและบรรดาประเทศในยุโรป เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะช่วยส่งผลไปถึงการประชุม “EU-China Summit” ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึง มากหรือน้อยขนาดไหน ก็ยังมิอาจสรุปได้...

การประคับประคองข้อตกลงร่วมเรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ให้สามารถดำรง คงอยู่ได้ต่อไป ด้วยคำมั่นสัญญาจากบรรดาประเทศในยุโรปอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ว่าพร้อมที่จะค้าขายกับอิหร่านต่อไป โดยไม่ใช้เงินดอลลาร์ในการประกอบธุรกรรมระหว่างกันและกัน จะช่วยลดแรงกดดันจากการ “แซงชั่นอิหร่าน” ของคุณพ่ออเมริกาได้มากน้อยเพียงใด และจะทำให้ปัญหา “ภัยคุกคามจากอิหร่าน” ที่เชื่อว่าจะเป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจา ระหว่างการประชุมสุดยอด 2 ผู้นำอเมริกาและรัสเซีย ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึง จะมีบทสรุปออกมาในรูปไหน ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้...เรียกว่า ต้อง “ลุ้น” กันชนิดเหนื่อยซะยิ่งกว่าการลุ้นทีมหมูป่าอะคาเดมีหลายต่อหลายเท่า แต่ก็นั่นแหละ...ภายใต้อารมณ์ ความรู้สึก ห่วงใย สงสาร ความเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่ถูกถักทอบูรณาการขึ้นมาแม้แต่เพียงจุดเล็กๆ เท่านั้นก็ตาม อย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยสนับสนุน ส่งเสริมให้บรรดาชาวโลกทั้งหลาย หันมาให้ความสำคัญกับ “ความเป็นธรรม” ขึ้นมาได้บ้าง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ...ก็ยังดี...