xs
xsm
sm
md
lg

มาเลเซียขอลงจากรถไฟ สาย One Belt One Road

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนาถ


โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt One Road ในส่วนที่เป็นทางรถไฟเชื่อมต่อนครคุนหมิงทางตอนใต้ของจีน กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมาเลเซีย

มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย ประกาศยกเลิกโครงการรถไฟความเร็วสูงจากกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ และทบทวนโครงการรถไฟสายตะวันออก-ตะวันตก หรือ East Coast Rail Link หรืออีซีอาร์แอลที่เชื่อมท่าเรือ Port Klang ทางฝั่งทะเลจีนใต้กับช่องแคบมะละกาทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย

ทั้งสองโครงการนี้เกิดขึ้นในสมัยนายนาจิบ ราซัค เป็นนายกรัฐมนตรี และอยู่ในเส้นทางรถไฟ One Belt One Road ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟที่มาจากประเทศไทย

มหาเธร์บอกว่า ทั้งสองโครงการมีมูลค่าการลงทุนที่สูง ทำให้รัฐบาลเป็นหนี้ การยกเลิกโครงการรถไฟความเร็วสูงกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ หรือเอชเอสอาร์ (HSR –High Speed Rail) และทบทวนโครงการอีซีอาร์แอล ก็เพื่อลดหนี้ของประเทศ เพราะทั้งสองโครงการไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อมาเลเซียเลยแม้แต่น้อย

โครงการเอชเอสอาร์มีระยะทาง 350 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 60,000 ล้านริงกิต หรือเท่ากับ 4.8 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างการเปิดประมูลหาผู้ก่อสร้าง โดยมีบริษัทจากฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีนเข้าร่วมการประมูล

โครงการอีซีอาร์แอลระยะทาง 688 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 55,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 4.4 แสนล้านบาท นาจิบยกโครงการให้บริษัท ไชน่า คอมมิวนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนก่อสร้าง โดยไม่มีการเปิดประมูล และกู้เงินจากธนาคารเพื่อการนำเข้า และส่งออกจีนมาลงทุน แลกกับการที่จีนรับซื้อโรงไฟฟ้าและทรัพย์สินอื่นๆ ของกองทุน 1MDB ซึ่งมีเรื่องทุจริตเงิน 3-4 พันล้านเหรียญถูกยักยอกออกไปเข้าบัญชีคนสนิทของนาจิบ รวมทั้งตัวนาจิบเองด้วย

โครงการนี้เริ่มก่อสร้างไปได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว รัฐบาลจีนยังมีโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกสำหรับเรือบรรทุกน้ำมัน ที่ชายฝั่งช่องแคบมะละกาปลายทางของทางรถไฟสายอีซีอาร์แอล

มหาเธร์ เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับว่า มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ ในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี สามารถพัฒนาให้มาเลเซียเจริญก้าวหน้าได้ การตัดสินใจยกเลิกและทบทวนโครงการรถไฟทั้งสองโครงการ คงไม่ใช่เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมือง รื้อนโยบายทั้งหมดของนาจิบเท่านั้น แต่เขาคงมองเห็นว่า ใครคือผู้ที่จะได้ผลประโยชน์เต็มๆ จากสองโครงการนี้ โดยเฉพาะโครงการอีซีอาร์แอลที่รัฐบาลมาเลเซียต้องกู้เงินจีนมาจ้างบริษัทจีนสร้างทางรถไฟข้ามประเทศจากฝั่งตะวันตกไปตะวันออก ซึ่งจีนมีโครงการสร้างท่าเรือ และคลังน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อขนถ่ายน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางขึ้นรถไฟผ่านมาเลเซีย ผ่านไทย และลาวตรงไปยังภาคใต้ของจีน โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมลายู เดินเรือผ่านทะเลจีนใต้ที่มีปัญหาข้อพิพาทกับหลายๆ ประเทศ

เห็นได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ของจีนล้วนๆ ทั้งประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคง และประโยชน์ในเชิงธุรกิจจากการก่อสร้าง ขายเทคโนโลยี และให้กู้เงิน

ลักษณะเช่นนี้ เป็นสิ่งที่จีนใช้กับโครงการรถไฟในลาว จากคุนหมิง-เวียงจันทน์ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ โดยบริษัทจีนเป็นผู้ก่อสร้าง ใช้เทคโนโลยีขบวนรถไฟของจีน ใช้เงินกู้จีน โดยใช้รายได้จากเหมืองแร่ค้ำประกัน

ลักษณะเช่นนี้เป็นสิ่งที่จีนพยายามจะใช้กับไทยในโครงการรถไฟไทย-จีน คือ ใช้บริษัทจีนออกแบบก่อสร้าง ใช้งินกู้จีน แต่รัฐบาลไทยไม่ยอม ทว่าก็ไม่กล้าที่จะยกเลิกโครงการ เพราะหลวมตัวไปลงนามเอ็มโอยูไว้แล้วเมื่อปลายปี 2557 จึงหาทางออกด้วยการเปลี่ยนรูปแบบโครงการเป็นรถไฟความเร็วสูง โดยไทยเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดเอง ก่อสร้างเอง แต่ให้จีนออกแบบใช้รถไฟ ใช้เทคโนโลยีของจีน

โครงการรถไฟไทย-จีนซึ่งถูกลดระยะทางจากเดิมกรุงเทพฯ-หนองคาย เหลือเพียงกรุงเทพฯ-โคราช เดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า การก่อสร้างอย่างเป็นเรื่องเป็นราวยังไม่เริ่มต้นขึ้น มีแค่การถมทางระยะสั้นๆ 3.5 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่รถไฟจีน-ลาวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะลาวยอมให้จีนขนคนงานนับหมื่น พร้อมเครื่องจักรเข้ามา ยอมยกพื้นที่สองข้างทางรถไฟให้จีนครอบครองเป็นไซต์งานก่อสร้าง

ความล่าช้าไม่ชัดเจนของโครงการรถไฟไทย-จีนถูกยกไปเปรียบเทียบกับโครงการรถไฟจีน-ลาวเสมอว่า ไทยถูกลาวแซงหน้าไปแล้ว ไทยตกขบวนรถไฟจีนที่เชื่อมต่อกับยุโรป ไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลังริมทางรถไฟสาย One Belt One Road

แต่เมื่อมหาเธร์ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า มีวิสัยทัศน์ยาวไกล มีความคิดก้าวหน้า เข้าใจโลก และอนาคต ตัดสินใจยกเลิกโครงการที่จะทำให้มาเลเซียเชื่อมต่อกับโลก ก้าวลงจากขบวนรถไฟสาย One Belt One Road ของจีน คนที่เคยปรามาสประเทศไทยว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะไม่ยอมขึ้นรถไฟที่จีนเป็นคนขับเคลื่อน คงจะต้องคิดใหม่ เพราะมหาเธร์ก็คงคิดไม่ต่างจากรัฐบาลไทย แต่มหาเธร์กล้าที่จะตัดสินใจมากกว่า และกล้าพูดชัดๆ ว่า โครงการรถไฟสายนี้ เป็นอันตรายต่อมาเลเซีย


กำลังโหลดความคิดเห็น...