xs
xsm
sm
md
lg

ฤาโรงพยาบาลของรัฐจะถึงคราล่มจม เพราะคำสั่งของกระทรวงการคลัง

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science)
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
https://www.facebook.com/BusinessAnalyticsNIDA


คำสั่งกระทรวงการคลังลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 สร้างเสียงด่าขรมไปทั่วราชอาณาจักร โดยเฉพาะในวงการสาธารณสุข เป็นคำสั่งที่รวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง (Centralization) ถึงขั้นปิดโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ เพราะจะไม่มีคนทำงานในการดูแลรักษาประชาชน

กระทรวงการคลังไม่เคยไปดูงานในโรงพยาบาลบ้างหรือ รู้หรือไม่ว่าทุกวันโรงพยาบาลต่าง ๆ ของรัฐขาดทุนย่อยยับเพราะการบริหารเงินของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โครงการบัตรทองทำให้โรงพยาบาลต่างๆ แทบจะไม่เหลือเงินบำรุงอยู่แล้ว พี่ตูนเลยต้องออกมาวิ่ง และลุงตู่เลยต้องออกมาอนุมัติงบกลางให้ไปแล้วห้าพันล้านบาท กระนั้นโรงพยาบาลก็ยังขาดทุน

กระทรวงการคลังคงทราบดีว่ารัฐบาลต้องการลดขนาดกำลังพลภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเองก็แช่แข็งไม่อนุมัติอัตราให้ โรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องหาเงินจ้างลูกจ้างเองมารักษาประชาชน และเงินที่ต้องหามาจ้างนี้บางโรงพยาบาลมากกว่าที่ได้รับจากงบแผ่นดินและเงินบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรครวมกันเสียอีก

กระทรวงการคลังทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเข้าสู่สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุเต็มวัย มีแต่คนแก่และคนเจ็บเต็มไปหมด โรงพยาบาลแน่นจนล้นจนนอนกันตามทางเดิน ใต้เตียง และหน้าส้วม จะหาหมอต้องเอารองเท้าแตะไปต่อคิวรอกันตั้งแต่ตีสี่ตีห้า

กระทรวงการคลังเคยทราบหรือไม่ว่า โรงพยาบาลของรัฐต้องหารายได้เองจากหลากหลายช่องทางเพื่อให้มีเงินเพียงพอจะอยู่ได้ด้วยตนเอง ศิริราช ขาดทุนจากบัตรทองปีละเกือบ 500 ล้านบาท ราชวิถี ขาดทุนจากบัตรทองปีละ 400 ล้านบาท โรงพยาบาลทั่วประเทศตอนนี้ขึ้นตัวแดงแทบจะไม่มีเงินมาซื้อยารักษาคนไข้อยู่แล้ว

กระทรวงการคลังเคยต้องขึ้นควงเวร เช้า บ่าย ดึก อดหลับอดนอน เหมือนแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และวิชาชีพอื่น ๆ ในโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการหรือไม่ ที่ทำงานจนแทบจะป่วย ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาดูแลครอบครัว

กระทรวงการคลังทราบหรือไม่ว่า บุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศนั้น เป็นข้าราชการไม่ถึงครึ่งของจำนวนบุคลากรที่ทำงานทั้งหมด เกินครึ่งหนึ่งเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้เงินจากรัฐบาลแต่เป็นเงินที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งหามาเอง เงินบริจาคของประชาชน กำไรจากการรักษาประชาชนที่พอมีเงินจ่ายได้บ้างเล็กๆ น้อย แล้วเขาเหล่านั้นทำงานหนัก เสี่ยงอันตรายต่อการติดเชื้อ ติดโรค คนกระทรวงการคลังเคยต้องทำงานเสี่ยงอันตรายที่อาจจะถึงชีวิตมากเช่นนี้หรือไม่หรือแค่บริหารเงินด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว

กระทรวงการคลังทราบหรือไม่ว่า เงินเหล่านั้น มาจากประชาชน เช่น เงินบริจาค กระทรวงการคลังถือสิทธิ์อันใดในการเข้ามาห้ามการใช้เงินบริจาคหรือเงินของประชาชนเหล่านั้นไปจ้างบุคลากรมาดูแลประชาชน

กระทรวงการคลังทราบหรือไม่ว่า บุคลากรที่เป็นลูกจ้างเหล่านั้น เช่น หมอ หรือ พยาบาล กำลังขาดแคลน และพร้อมจะย้ายไปทำงานในภาคเอกชน หรือแม้แต่ในต่างประเทศก็ยังได้ แล้วทำไมเขาถึงยังยอมทำงานในระบบ แม้ไม่ได้เป็นข้าราชการ การทำงานเพื่อช่วยเหลือชีวิตประชาชนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและงดงามมากเพียงใด กระทรวงการคลังจะไม่ให้เหลือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนที่ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศไทยบ้างเลยหรืออย่างไร

กระทรวงการคลังไม่เคยทราบเลยหรือว่า การห้ามใช้เงินนอกงบประมาณ ที่หามาได้เอง แม้จะไม่ต้องส่งคืนกระทรวงการคลังก็ยังได้บุญจ้างคนมาทำงานรับใช้ประชาชนได้นั้น ต่อไปใครจะหาเงินเหล่านี้มา ในเมื่อหามาแล้วห้ามใช้ กระทรวงการคลังคิดดีแล้วหรือว่าการทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศดีขึ้น

กระทรวงการคลังไม่ทราบหรือว่า การเรียนวิชาชีพสาธารณสุข หมอ พยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ เรียนมายากเย็นลำบากขนาดไหน ทำไมไม่มีโอกาสให้เขามีความก้าวหน้าในหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่เขาทำหน้าเพื่อประชาชน และสำคัญกว่าข้าราชการกระทรวงการคลังด้วยซ้ำไปเพราะมีหน้าที่รักษาชีวิตประชาชน

กระทรวงการคลังจงจินตนาการว่า ถ้าลูกจ้างเหล่านี้ในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะแพทย์ หมอ พยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ ทนคำสั่งกระทรวงการคลังอันรวบตึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง และมาเจ้ากี้เจ้าการจัดการกับเงินที่ไม่ใช่เงินของรัฐบาลและเงินแผ่นดิน แต่เป็นเงินของประชาชนที่โรงพยาบาลหามา และนำมาใช้จ้างคนเพื่อดูแลประชาชน กระทรวงการคลังลองคิดดูว่าถ้าตัวเองเป็นประชาชนจะพึงพอใจมากใช่หรือไม่ และถ้าคนเหล่านี้ลาออกไปครึ่งหนึ่ง ไปโรงพยาบาลแล้วไม่มีคนดูแลประชาชน ที่เหลือก็แบกภาระงานอันแสนสาหัสหนักอึ้งจนทนไม่ไหวลาออกไปอีก อะไรจะเกิดขึ้น จะมิคสัญญีแค่ไหน ขออวยพรให้ข้าราชการกระทรวงการคลังเวลามีพ่อแม่หรือตัวเองหรือลูกหลานเจ็บป่วยไปโรงพยาบาลแล้วไม่มีคนดูแลรักษา รอคิวที่ปกติก็รอนานอยู่แล้วเพราะแน่นหนาแออัดมาก เพราะคำสั่งที่ออกมาโดยข้าราชการกระทรวงการคลังเอง

สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ผลพวงประกาศกระทรวงการคลัง
เกือบ 50% ของบุคลากร โรงพยาบาลจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณ บุคลากรในโรงพยาบาล ไม่ให้บรรจุ เป็นข้าราชการ ยังไม่พอ ต้องขออนุญาต จ้างลูกจ้างชั่วคราว จากกระทรวงการคลังด้วย
ให้เงินเดือน ลูกจ้างชั่วคราวในโรงพยาบาล ไม่เกินค่าจ้างขั้นต่ำ มิหนำซ้ำไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนด้วย
เป็นการซ้ำเติมวิกฤตบุคลากร ไหลออกไม่หยุดแน่ ถึงขั้นปิดโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ทำไมคนกระทรวงการคลัง ??? ไม่เข้าใจบริบทงานสาธารณสุข การบ้านที่ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขไม่เคยสอบผ่าน


กำลังโหลดความคิดเห็น