xs
sm
md
lg

ชงถอดยศ‘สันธนะ’แล้ว-เมียบุกกมส.ขอความเป็นธรรม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - ตำรวจ คุมตัว 8 ลูกน้อง “สันธนะ” ฝากขังต่อศาลอาญาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก่อนใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 3 แสน "เมีย" ยื่น กมส. ร้องขอความเป็นธรรม ชี้ขั้นตอนถอดยศเร็วผิดปกติ "รุ่งโรจน์" รับตั้งบอร์ดชองถอดยศแล้ว "จักรทิพย์" ยันไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักฐาน "บิ๊กป้อม" ชี้ถ้าผิด 7 ขัอก็ต้องถอดยศ

วานนี้ (16 พ.ค.) ร.ต.อ.นที จันทร์ทรา รองสว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ได้คุมตัว นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ ผู้ต้องหาลำดับที่ 2 นายวรรณชัย หรือ แก้ว ใจเรือง ผู้ต้องหาลำดับที่ 3 นายวันเพ็ญ หรือเพ็ญ ผิวดำดี ผู้ต้องหาลำดับที่ 4 นายประนอม แก้วสวัสดิ์ ผู้ต้องหาลำดับที่ 6 นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด ผู้ต้องหาลำดับที่ 7 นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี ผู้ต้องหาลำดับที่ 9 นายอนุชา หรือทอม วรเดช ผู้ต้องหาลำดับที่ 10 และนายอนุ สุขสุคนธ์ ผู้ต้องหาลำดับที่ 11 ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เก็บค่าคุ้มครองผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง เข้าขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกฝากขังผัดแรก พร้อมแนบท้ายคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและเข้ายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

ต่อมาญาติและทนายความได้ติดต่อขอประกันตัว ศาลได้พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ตีราคาประกันคนละ 3 แสนบาท โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไข พร้อมให้มารายงานตัวต่อศาลหลักครบกำหนดฝากขังช่วงต้นเดือนก.ค.นี้

*** เมีย"สันธนะ"ยื่นร้องขอความเป็นธรรม
นางพรรณี ประยูรรัตน์ ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการตลาดใหม่ดอนเมือง เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กมส.) กรณีได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติหน้าที่ตรวจค้นคอนโดมิเนียม เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า การยื่นหนังสือดังกล่าวยังไม่ต้องการฟ้องร้องกลับกับบุคคลหรือหน่วยงานใด แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติตามกฎหมายอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกับทุกครอบครัว รวมถึงอยากให้ กสม. รับทราบเรื่องก่อนปัญหาจะทวีความรุนแรง ขณะเดียวกันก็กังวลใจอาจถูกตำรวจยัดข้อหา หลังตำรวจนำบัญชีธนาคารของครอบครัวไปตรวจสอบก่อนมีการแจ้งข้อกล่าวหา พ.ต.ท.สันธนะ รวมทั้งสิ้น 45 ข้อหา

พร้อมกันนี้ นางพรรณี ได้ตั้งข้อสังเกตกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ถูกตั้งกรรมการเตรียมถอดยศ ว่า เป็นการดำเนินการที่รวดเร็วเกินกว่าปกติ เนื่องจากยศเป็นเกียรติประวัติที่ได้รับพระราชทานจากเบื้องสูง

*** "จักรทิพย์" ไม่หวั่น ถูก"สันธนะ”ฟ้อง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการออกหมายเรียก พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ บิดาของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง ว่า เป็นการออกหมายเรียกเพื่อให้เข้าให้ถ้อยคำ ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ซึ่งดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมาย อาจจะขัดต้อความรู้สึกบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรซ่อนเร้น ไม่ได้เป็นการทำเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ ภรรยาของ พ.ต.ท.สันธนะ เข้าร้องเรียนต่อ กสม. นั้น ยืนยันการเข้าค้นเป็นไปตามขั้นตอน มีหมายค้นชัดเจน ส่วนการไปร้องต่อหน่วยงานใดก็เป็นสิทธิ

ขณะที่ประเด็นถูกพ.ต.ท.สันธนะ ฟ้องร้อง ร่วมกับอีก 2 นายพลนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องนี้ มองว่าใครๆ ก็ฟ้องตนได้อยู่แล้ว และส่วนตัวคงไม่ฟ้องร้องกลับ ซึ่งปกติจะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 1 และ ผบ.ตร.เป็นจำเลยที่ 2 การเป็น ผบ.ตร. จึงต้องอดทน พร้อมระบุ หลังจากที่ พ.ต.ท.สันธนะ โทรศัพท์หา เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ไม่ได้โทรศัพท์มาอีกเลย

*** บอร์ดชงถอดยศ”สันธนะ”แล้ว
พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการบุกค้นตลาดใหม่ดอนเมือง กล่าวว่า ขณะนี้ สตช. ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมของ พ.ต.ท.สันธนะ ทำให้องค์กรตำรวจเสียหายหรือไม่ หากมีใช้ยศตำรวจ แล้วพฤติกรรม การแสดงออกต่างๆ ทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมเสียก็เป็นเหตุให้ดำเนินการถอดยศตำรวจได้ เพราะถือว่าใช้ยศตำรวจทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กร โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณา ขอให้รอดู ใช้เวลาอีกไม่นาน

*** "บิ๊กป้อม" ออกโรงป้อง 3 บิ๊กตำรวจ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง การดำเนินการทางกฎหมายกับ พ.ต.ท. สันธนะ ที่ยื่นหนังสื่อถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อฟ้องร้องตำรวจระดับนายพล 3 นาย ว่า ก็ว่ากันไปตามเรื่อง พ.ต.ท.สันธนะทำอะไรไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็หาพยาน หลักฐาน ในการแจ้งความดำเนินคดี ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์นายพลทั้ง 3 นาย ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันไม่มีการกลั่นแกล้ง พ.ต.ท.สันธนะ ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร ส่วนการถอดยศนั้น หากพบว่า พ.ต.ท.สันธนะ กระทำความผิด ตามเงื่อนไขทางวินัย 7 ข้อ ก็จำเป็นต้องถอดยศออก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะต้องไปตรวจสอบก่อน ว่าทำผิดจริงหรือไม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...