แถลงการณ์ครอบครัว “ณรงค์เดช” ที่ออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ เหมือนใบสั่งประหารนายณพ ณรงค์เดช รองประธานคณะกรรมการบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เพราะต่อจากนี้ อาจไม่มีที่ให้ยืนในสังคม
ไม่มีใครรู้ว่า นายณพสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อครอบครัวของตนเองขนาดไหน ก่อความเสียหายกับบริษัท เคพีเอ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพียงไร จึงทำให้พ่อและพี่น้องครอบครัว “ณรงค์เดช” ต้องออกมาประกาศ ปฏิเสธความเกี่ยวพันกับการกระทำใดๆ ของนายณพ
แถลงการณ์ที่ออกมาในนามดร.เกษม ผู้ก่อตั้งบริษัท เคพีเอ็นฯ บิดานายณพ นายกฤษณ์ ในฐานะพี่ชายและนายกรณ์ น้องชาย ระบุว่า กรณีที่มีข่าวความเกี่ยวพันระหว่างครอบครัวณรงค์เดชกับบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด นั้น ครอบครัวณรงค์เดชจำเป็นต้องแถลงต่อสาธารณชนให้ทราบว่า
การดำเนินการใดของนายณพที่ผ่านมาและต่อจากนี้ ครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
ส่วนสาเหตุการออกแถลงการณ์ครั้งนี้ เป็นผลจากประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา นายณพได้ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว ในเรื่องเงินเพื่อซื้อหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ซึ่งครอบครัวช่วยเหลือโดยให้ยืมเงินสด การให้นำทรัพย์สินของครอบครัวและทรัพย์สินอื่นที่ครอบครัวจัดหา ไปเป็นหลักประกันการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติม
แต่นายณพกลับใช้ชื่อเสียงของครอบครัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยครอบครัวไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญ ไม่มีส่วนรับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งหากมีการนำชื่อของกลุ่มเคพีเอ็นฯ หรือครอบครัวณรงค์เดชไปใช้ โดยครอบครัวณรงค์เดชไม่ได้รับรู้หรือให้ความยินยอม จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันว่า ครอบครัวณรงค์เดช ตัดขาดความสัมพันธ์กับนายณพจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการหาทางออกในการแก้ปัญหานิติกรรมที่ครอบครัวณรงค์เดชต้องร่วมรับผิดชอบกับนายณพ
เพราะแถลงการณ์เกิดขึ้นเพียง 1 วัน ก่อนที่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่ถือหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด จะฟ้องนายณพ ดร.เกษม ณรงค์เดช พร้อมพวกรวม 13 คน ในความผิดร่วมโกงเจ้าหนี้มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท โดยโอนหุ้นและปกปิดซ่อนเร้นข้อเท็จจริงในการโอนหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ให้ดร.เกษม
บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ กลายเป็นวิบากกรรมที่ตระกูลณรงค์เดชกำลังเผชิญ ทั้งการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และภาพลักษณ์ด้านลบทางสังคม
นายณพเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แทนนายนพพร ศุภพิพัฒน์ มหาเศรษฐีหนุ่มระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งหลบหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปลายปี 2557
วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ เป็นผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานกังหันลมรายใหญ่ที่สุดของประเทศ วางแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2558
ถ้าซื้อขายในตลาดหุ้นได้ จะมีนักลงทุนรายใหญ่ จะมีอดีตข้าราชการ จะมีนักการเมืองร่ำรวยกันอู้ฟู่ เพราะมีการกระจายหุ้นในราคาต่ำๆ ไปสู่กลุ่มคนเหล่านี้ล่วงหน้า
แต่แผนการเล่นแร่แปรธาตุ ผันโครงการพลังงานกังหันลมเป็นเงินก้อนโต และแบ่งปันความมั่งคั่งกันในกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมกลับไปไม่ถึงไหน เพราะบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ สะดุดขาตัวเอง ซึ่งอาจเป็นโชคของนักลงทุนรายย่อยเพราะไม่ต้องเสี่ยงภัยกับหุ้นน้องใหม่ตัวนี้
การเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ จากนายนพพรมาเป็นนายณพ ไม่มีรายละเอียดข้อตกลงระหว่างทั้งคู่ ไม่มีใครรู้เงื่อนไขการเจรจา รู้เพียงว่า เมื่อนายณพถือหุ้นส่วนใหญ่ได้คิดการใหญ่ วางเป้าหมายจะเป็นมหาเศรษฐีจากหุ้นตัวนี้
แต่ฝันกำลังสลาย เพราะเกิดคดีฟ้องร้อง จนคณะอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นวินด์ฯ พร้อมบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผลจากนายณพตกลงซื้อหุ้นวินด์ฯ ในสัดส่วน 59.4% แต่ชำระค่าหุ้นไปเพียง 13%
แผนการเข็นหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ เข้ามาสูบเงินในตลาดหุ้นต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก โดยล่าสุดกำหนดจะเข้าจดทะเบียนในปีนี้ แต่คงต้องเลื่อนอีกตามเคย เพราะนายณพกำลังมีปัญหาภาพลักษณ์ทางสังคม
และหุ้นวินด์ฯ อยู่ระหว่างถูกอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติห้ามจำหน่ายจ่ายโอน
แต่วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ต้องดิ้นรนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้จงได้ เพราะเป็นช่องทางเดียวที่นักลงทุนขาใหญ่ ข้าราชการระดับบิ๊กจะกอบโกยความมั่งคั่ง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คงต้องเตรียมการแล้ว จะหาทางสกัดหุ้นวินด์ฯอย่างไร เพราะถ้าปล่อยเข้ามา นักลงทุนในตลาดหุ้นอาจเจ็บเนื้อเจ็บตัวได้ เช่นเดียวกับหุ้นอีกหลายสิบตัวที่ “แต่งตัว” เข้ามาปล้นตลาดหุ้น
บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด กำลังเป็นกิจการที่ต้องคำสาป ใครถือหุ้นใหญ่มักต้องมีอันเป็นไป โดยนายนพพร ศุภพิพัฒน์ เจอคดีมาตรา 112 จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว ขณะที่นายทหารระดับสูง นายทุนหรือนักลงทุนขาใหญ่ที่เคยทำมาหากินและหวังรวยด้วยกัน ต้องชิงตีตัวออกห่างจากนายนพพร
เช่นเดียวกับครอบครัวณรงค์เดช ซึ่งต้องเผชิญวิกฤตจากหุ้นวินด์ฯ และพยายามแก้วิกฤตโดยสลัดนายณพให้พ้นตัว
แต่แถลงการณ์ประกาศตัดหางปล่อยวัดนายณพ จะช่วยให้ครอบครัวณรงค์เดชหลุดจากข้อกล่าวหาและความรับผิดชอบในนิติกรรมที่ก่อไว้ในหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัดได้หรือ


