xs
xsm
sm
md
lg

อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง6ข้อหา’เปรมชัย’…‘ศศิน’แฉโชคร้ายเจอลูกน้องจ้องหาประโยชน์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - อัยการยื่นฟ้อง “เปรมชัย" กับพวก 4 ราย คดีล่าเสือดำ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว “เสี่ยเปรมชัย” โดน 6 ข้อหา หลังอสส.ชี้ขาดเห็นพ้องกับอธิบดีอัยการภาค 7 ไม่ฟ้องเพิ่ม 3 ข้อหา พร้อมเรียกค่าเสียหายเพิ่มเป็น 3 ล้าน “ผบ.ตร.” เคารพดุลพินิจ อสส.ยืนยันสั่งไม่ฟ้องเพิ่ม 3 ข้อหา ยันตำรวจรวบรวมหลักฐานเต็มที่ ด้านประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร "ศศิน" โพสต์ 7 ประเด็นถึง "เปรมชัย" โชคร้ายเจอเสือดำ-ถูกเครือข่ายบริวารจ้องหาผลประโยชน์

วานนี้ (30 เม.ย.) ที่สำนักงานอัยการภาค 7 นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 แถลงความคืบหน้า คดีนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ, นางนที หรือเดือน เรียมแสน แม่ครัว และนายธานี ทุมมาศ นายพราน ที่ตกผู้ต้องหาที่ 1-4 กรณีเข้าป่าล่าสัตว์ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ซึ่งอธิบดีอัยการภาค 7 และคณะทำงาน มีคำสั่งฟ้อง 6 ข้อหา ไม่สั่งฟ้อง 5 ข้อหา ต่อมาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีความเห็นแย้งควรฟ้อง 3 ข้อหา และส่งมาให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดนั้น

ล่าสุด นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ได้ชี้ขาดความเห็นแย้งดังกล่าวแล้ว โดยมีคำสั่งเห็นพ้องกับคำสั่งของอธิบดีอัยการภาค 7 ที่สั่งไม่ฟ้อง 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ข้อหาฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ข้อหาร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่า (กระรอก) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่

และ 3. ไม่ฟ้อง นางนทีหรือเดือน ผู้ต้องหาที่ 3 ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูตร กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามคำสั่งฟ้องของอธิบดีอัยการภาค 7 ในวันนี้เรียบร้อยแล้ว โดยมีความเห็นคำสั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ข้อหา คือ 1. ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุสมควร 2. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 4. ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 5. ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดกฎหมาย และ 6. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่

สำหรับค่าเสียหายทางคดีอาญา อัยการสูงสุดเห็นควรเพิ่มค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จากเดิมที่อัยการภาค 7 ให้ร่วมกันชดใช้ จำนวน 462,000 บาท เป็น 3,012,000 บาท

*** "บิ๊กแป๊ะ" เคารพดุลพินิจอัยการสูงสุด
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึง กรณีที่อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย เพิ่มเติม ว่า ที่ผ่านมาตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้อย่างเต็มที่ การสั่งไม่ฟ้องในข้อหาต่างๆ ก็เป็นดุลพินิจของทางอัยการสูงสุดผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมอาจตั้งคำถามว่าเป็นการเปิดช่องให้นายเปรมชัยได้รับช่วยเหลือทางคดี ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของอัยการ

*** “ศศิน”โพสต์ถึง”เปรมชัย”โชคร้ายเจอเสือดำ
ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ถึงกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ถูกดำเนินคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยระบุว่า ผมเชื่อว่าคุณโชคร้ายหลายเรื่อง 1. คุณคงชอบล่าสัตว์เล่น แต่คุณอาจจะไม่เคยรู้ว่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่เข้มงวด หรืออาจจะรู้แต่คิดว่าคนที่นั่นก็เหมือนหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่ปล่อยปล่ะละเลยงานการ และคุณก็เชื่อว่าลูกน้องที่เคยทำงานกรมอุทยานน่าจะเคลียร์อะไรไว้พอสมควร นั่นคือข้อแรกที่คุณโชคร้าย เพราะคุณเข้าใจผิด 2. คุณเข้าป่าไปวันเสาร์ คุณโชคร้ายที่เจอเป้าหมายที่คุณอยากทำมาตลอด คุณกับลูกน้องคงจัดการมันทันทีที่บังเอิญพบกัน และคุณอยากได้ผลงานชิ้นนี้ไปเก็บเป็นเกียรติประวัติ คุณสั่งให้พรานของคุณลอกหนังทาเกลือ ซึ่งใช้เวลานาน

3.ขณะที่คุณตัดสินใจทำงานอยู่ คุณไม่รู้หรอกว่าวันนั้นที่ทุ่งใหญ่เขามีกำหนดการประชุมประจำเดือน และมีการรายงานผลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ดังนั้นหัวหน้าหน่วยมือดียี่สิบกว่าคนเข้ามาประชุมกันกับหัวหน้าวิเชียร ดังนั้นการตรวจค้นจับกุมของคดีนี้ไม่ใช่แค่ใช่ลูกน้องประจำสำนักงาน และผมได้ยินมาว่ามีทีมงานที่เดินทางมาประชุมพบลูกน้องคุณวิเชียรทำผิดอะไรสักอย่างจึงมาตักเตือน แต่คณะของคุณพูดจากับเขาไม่ดี และอวดเบ่งใส่ใหญ่โต ทำให้เขาไม่พอใจและสงสัยว่ากลุ่มของคุณเป็นใคร และบังเอิญว่าวันนั้นไม่มีใครอื่นมีแค่พวกคุณ

4.เสือตัวนั้นโชคร้ายที่เจอคุณ แต่คุณก็โชคร้ายที่เจอมัน เพราะเสน่ห์ของการเก็บหนังเสือดำไว้ทำให้คุณต้องสร้างเรื่องราวมากมายเพื่อยังไม่กลับบ้าน และไม่กล้าย้ายที่พัก คุณต้องการเก็บซากมันไว้ 5. เมื่อโดนจับคุณโชคร้ายที่ฝ่ายกฎหมายของคุณตัดสินใจให้คุณปฏิเสธ เพราะเห็นช่องทางใช้วิธีพิจารณาคดีอาญาต่อสู้ว่าไม่มีหลักฐานมัดตัวว่าคุณเป็นคนยิงเอง แต่จริงๆ แล้วพฤติการณ์แห่งคดี พบข้อเท็จจริงว่าพวกคุณลักลอบนำอาวุธปืนซุกซ่อนไว้ในรถก่อนตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนที่จะลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ในเส้นทางและบริเวณพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปซึ่งเป็นบริเวณที่สงวนไว้สำหรับการอยู่อาศัยและหากินของสัตว์ป่าตามธรรมชาติอีก แสดงให้เห็นว่าพวกคุณมีเจตนาเข้าไปภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อล่าสัตว์ป่าตั้งแต่แรกแล้ว มิได้มีเจตนาเข้าไปเพียง เพื่อการพักผ่อน การที่คุณมีซากสัตว์ป่า และร่องรอยกระสุน บนซากสัตว์ป่า เศษซากกระดูกสัตว์ป่าที่พบในลำห้วย รวมถึงการประกอบอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ป่า ที่ตรวจพบในบริเวณที่ตั้งแคมป์ล้วนเป็นพยานวัตถุสำคัญที่ชัดเจนยิ่งว่าพวกคุณได้ร่วมกันกระทำความผิดสำเร็จฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครองภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

6.คุณโชคร้ายที่วันนี้ฝ่ายราชการในกรมอุทยานฯ เองก็ไม่ใช่จะเคลียร์ง่าย คนดีๆ ตั้งใจทำงานเขามีศักดิ์ศรีของเขา ผลตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากชิ้นส่วนซากสัตว์ ทั้งเนื้อ กระดูก และหนัง ยืนยันว่าเป็นเสือตัวเดียวกัน พบอาวุธปืนมีร่องรอยกระสุนและ DNA บนมีด เขียง เพียงพอที่จะทำให้พนักงานอัยการเชื่อได้ว่า เสือดำถูกยิง ถูกล่าและชำแหละ และแม้ว่าคุณจะอ้างว่าไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่อาวุธปืน มีด เขียง รถยนต์ที่ใช้เข้าป่า เป็นของคุณทั้งสิ้น เข้าข่ายลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ สามารถพิสูจน์ความผิด

7. เรื่องที่ผมเชื่อว่าคุณจะโชคร้ายที่สุดคือ คุณจะถูกเครือข่ายบริวารที่จ้องหาผลประโยชน์จากคุณหลอกให้คุณสู้ไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็เสียทั้งเงิน ทั้งติดคุกมากขึ้น และไม่มีโอกาสสารภาพ สำนึกผิดปรับภาพลักษณ์กลับคืนมา


กำลังโหลดความคิดเห็น...