xs
xsm
sm
md
lg

ผู้นำยิว‘เนทันยาฮู’ โดนคดีโกง

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

<b>นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล</b>
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ตกอยู่ในสภาวะเสือลำบาก เมื่อการสอบสวนในคดีทุจริต เอื้อและอวยให้บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ ซึ่งเป็นของเพื่อนรักเพื่อนเกลอ ได้บ่งชี้ว่าได้มีการอวยกันเป็นมูลค่าเทียบเป็นเงินสหรัฐฯ จำนวนมหาศาล

นั่นเป็น “คดี 4000” ซึ่งการสอบสวนได้สาวเรื่องมาตั้งแต่ “คดี 2000” และ “คดี 3000” ซึ่งยิ่งสาวก็ยิ่งเป็นบ่วงมัดตัวผู้นำสายเหยี่ยวของอิสราเอล จนอยู่ในสภาวะร่อแร่ อาจไม่รอดเพราะมีพยานหลายปากเริ่มเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของผู้นำรัฐบาล

แน่นอน เนทันยาฮู ยังปากแข็ง ยืนกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้น แม้นักธุรกิจเพื่อนรักถูกดำเนินคดี กล่าวหาอย่างเป็นทางการ และอยู่ภายใต้การสอบสวนอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่พยายามหาพยานหลักฐานเพื่อให้คดีกระจ่างให้ได้

ในอิสราเอลก็เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วในด้านกระบวนการยุติธรรม นักการเมืองระดับชาติ นักธุรกิจระดับอภิมหาเศรษฐี มั่งคั่งทรงอิทธิพลมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ เนทันยาฮูเป็นนายกฯ ยอดนิยมก็ไม่อยู่เหนือกฎเกณฑ์

ในประเทศที่มีฝ่ายค้านทำงานได้ผล ต่อให้มีอิทธิพลแค่ไหนก็ไม่สามารถกวาดเรื่องฉาวโฉ่ไว้ใต้พรมได้ ยิ่งถ้าเป็นคดีทุจริต โกงกิน หรือใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อเอื้อและอวยต่อเพื่อนพ้องน้องพี่ด้วยแล้ว กระบวนการยุติธรรมต้องทำงานให้ประชาชนเชื่อมั่น

ต่างจากบ้านเรา เรื่องฉาวโฉ่เหม็นเน่าเต็มเมือง ก็ยังมีกระบวนการโหล่ยโท่ย การสอบสวนดำเนินคดีมีหลายมาตรฐาน ทำให้เสียงร่ำลือว่า “คุกเมืองไทยมีไว้ขังคนจน คนไร้เส้นสาย คนรวยลอยชาย เว้นแต่จะไม่จ่ายเงิน” เป็นพฤติกรรมน่าอายแต่ผู้นำไม่รู้สึก

ย้อนมาถึงกรณีนายกฯ เนทันยาฮู แม้จะอ้างว่าไม่เกี่ยวข้อง ข้อกล่าวหาล่าสุดว่าตัวเองได้อวยเพื่อนเศรษฐีในธุรกิจโทรคมนาคมและสื่อ ทำให้อัยการมีความกระตือรือร้นที่จะตอกฝาโลงปิดเกมให้เนทันยาฮู หวังจะให้อยู่หมัด ยิ่งดังยิ่งพยายาม ยิ่งใหญ่ยิ่งล้มดัง

คดี 4000 อัยการตั้งข้อกล่าวหาว่าเนทันยาฮูได้อวยให้นายชอล อีโลวิทช์เพื่อนสนิทซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทโทรคมนาคม “เบเซค” และสื่อออนไลน์ “วอลล่า” คิดเป็นเงินประมาณ 1 พันล้านเชเกลสกุลเงินของอิสราเอล หรือประมาณ 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การอวยเป็นอยู่ในรูปแบบของผลประโยชน์ผ่านด้านกฎระเบียบ แลกกับการที่สื่อภายใต้เครือข่ายของนายอีโลวิทช์เสนอข่าวในเชิงบวก อวยให้กับเนทันยาฮู เท่ากับเป็นการตอบแทน เพื่อให้ผลงานของเนทันยาฮู และภาพลักษณ์ดูดีในสายตาของประชาชน

ก็ไม่ต่างจากการอวยด้วยการลงข่าว “เชียร์” และ “เชลียร์” ของบางสื่อในบ้านเรา!

การสืบสวนไม่จำกัดเฉพาะนักธุรกิจเท่านั้น ในคณะรัฐมนตรีของเนทันยาฮูก็อยู่ในข่ายโดยเฉพาะพวก “วงใน” คนใกล้ชิด ตัวผู้นำรัฐบาลเองก็โดนสอบสวนถึง 2 คดีแล้ว แต่เนทันยาฮู ปฏิเสธ อ้างไม่รู้ไม่เห็น แต่อัยการอิสราเอลไม่ยอมรามือหรือเชื่อใครง่ายๆ

ที่น่าสนใจก็คือ อัยการและกระบวนการสอบสวนของตำรวจทำไปด้วยความมีอิสระ ใครก็สั่งไม่ได้ จะอ้างความมั่นคง เรื่องส่วนตัวแบบเลอะเทอะ หน้าด้านๆ เหมือนประเทศกำลังด้อยพัฒนาในระบบนิติรัฐ ไร้ความน่าเชื่อถือจนจะเป็นรัฐล้มเหลวอยู่แล้ว

อัยการอิสราเอลกำลังทำอยู่ 5 คดีเกี่ยวโยงกับการทุจริต การอวยประโยชน์เพื่อแลกกับการเสนอข่าวด้านบวก ในคำแถลงอัยการเยฮูดิท ทีรอช อ้างว่า แม้จะเป็นเรื่องอวยกันในเชิงเสนอข่าว ในความเป็นจริงคือการทุจริต รับสินบนนั่นเอง เพียงแต่พูดให้ดูดี

นายอีโลวิทช์ ยังเป็นผู้บริหารบริษัท “ยูโรคอม” ซึ่งก็ได้รับประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ จากกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่ จำนวนผลประโยชน์มีมากถึง 680 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการเสนอข่าวอวยให้รัฐบาลและผู้นำ นายอีโลวิทช์ถูกขังโดยไม่ได้ประกันตัว

อัยการแถลงต่อศาลว่าถ้าปล่อยให้นายอีโลวิทช์ภายใต้เงื่อนไขการประกันตัว พร้อมกันนายนีร์เฮเฟทซ์ ซึ่งเป็นโฆษกของครอบครัวนายกรัฐมนตรี “ก๊วนพวกนี้จะออกไปทำอะไรต่างๆ เพื่อใช้อิทธิพลขัดขวางการสอบสวนดำเนินคดี” ศาลก็เห็นด้วย

ในช่วงที่เกิดเป็นคดี เนทันยาฮูได้เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ขณะที่คนที่ตัวเองไว้ใจมาก คือนายชโลโม ฟิลเบอร์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมคมนาคม ตอนนี้นายฟิลเบอร์ยินยอมให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งน่าจะทำให้เนทันยาฮูอยู่ในสภาพเลวร้ายกว่าเดิม

เนทันยาฮูถึงคิวที่ต้องให้ปากคำต่ออัยการภายในสัปดาห์นี้ แต่ตัวเองก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา “ไม่มีการจ่าย หรือรับเงินอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกี่พัน กี่หมื่น กี่แสนล้าน หรือจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม” แต่คดีทั้งหมด ขณะนี้มีผู้ถูกจับดำเนินคดีรวมแล้ว 8 คน

ดูแล้วเนทันยาฮูอาจรอดยาก ตำรวจที่สอบสวนคดีเหล่านี้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะเล่นงานผู้นำรัฐบาลได้ ดังนั้นเนทันยาฮู ซึ่งเปรียบเหมือนแมว 9 ชีวิตในการเมืองอิสราเอล และเป็นคนโฉ่งฉ่างสายเหยี่ยว อาจพบจุดจบแบบไม่สวยก็ได้

คนที่อยากจะเห็นเนทันยาฮูหลุดจากอำนาจคือกลุ่มผู้นำอิหร่านและพวกกลุ่มต่างๆ ในเลบานอนซึ่งเป็นคู่อาฆาตของผู้นำอิสราเอลเพราะความห้าวห่ามนั่นเอง และยังเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ในนโยบายด้านตะวันออกกลาง

ทรัมป์สนับสนุนเนทันยาฮูและอิสราเอลมากจนถึงขั้นสั่งย้ายสถานทูตจากเทลอาวีฟ ไปอยู่กรุงเยรูซาเล็ม ทำให้กลุ่มปาเลสไตน์และมุสลิมเป็นเดือดเป็นแค้นอย่างหนัก ตัวทรัมป์เองก็เน่าพอด้วยเรื่องฉาวโฉ่สารพัด ล่าสุดสาวคนสนิทก็หลุดจากงานสำคัญ

นางสาวโฮป ฮิกส์ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร หลังมีเรื่องซุบซิบ ทำให้ทรัมป์กลายเป็นผู้นำทำเนียบขาวที่ใช้คนเปลืองมากในระยะเวลาเพียงปีกว่า