xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อคนพม่ายอมให้ทหารอังกฤษใส่ Top Boot เหยียบย่ำลงบนร่างของตัวเอง

เผยแพร่:   โดย: อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผอ.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (Business Analytics and Data Science)
อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


คนไทยหลายคนที่เคยเห็นคนงานพม่าในประเทศไทยเข้าวัด จะทราบดีว่าชาวพม่ามีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาหนักแน่นมากเพียงใด คนงานพม่าในประเทศไทยนั้นทำบุญหนักมากครับ ผมไปพม่าแทบทุกพระเจดีย์ทุกวัด คนพม่าเมื่อไปสักการะจะสวดมนต์เสียงสนั่นด้วยความศรัทธาและมีพลังยิ่ง หลายคนไปปฏิบัติสมาธิวิปัสนากรรมฐานเบื้องหน้าพระเจดีย์หรือพระพุทธรูปสำคัญอย่างตั้งใจแน่วแน่ยิ่ง

ผมได้ไปราชการที่พม่าและได้ไปตามเจดีย์ต่าง ๆ วัดต่าง ๆ ที่คนไทยชอบไปกันเมื่อมีเวลาว่างที่ไม่ติดงานราชการ ไปทั้งที่เมืองมัณฑะเลย์และเมืองย่างกุ้ง มีอยู่ที่หนึ่งซึ่งเป็นพระตำหนักไม้สักเก่าแก่แต่ได้กลายเป็นวัดไปแล้วเพราะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ผมไปวันแรกทั้ง ๆ ที่ทราบดีว่าคนพม่าให้ความเคารพศรัทธาในพระศาสนามาก ทุกคนเดินเข้าวัดมา จะต้องถอดรองเท้าเดิน จะย่ำลงบนดิน บนกรวด หรือ หินขรุขระกลางแดดร้อนเปรี้ยงแค่ไหนทุกคนก็เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น ด้วยความเผลอพลั้งไม่ระวังตัว ผมถอดรองเท้าออกแล้วเดินขึ้นลานวัด แต่ไม่ได้ถอดถุงเท้า คนพม่ารีบเดินเข้ามาบอกว่า Please take off your socks. ผมตกใจมากรีบถอดถุงเท้าออกทันที กระทั่งถุงเท้าก็ใส่ไม่ได้ต้องเท้าเปล่าจริง ๆ จึงจะเป็นเรื่องที่ถูกกาละเทศะและเป็นการให้เกียรติสถานที่ อีกประการหนึ่งคือ ตามพระธาตุและพระเจดีย์ต่าง ๆ หรือแม้แต่วิหาร หากชั้นในหรือรอบพระเจดีย์ชั้นในนั้นก็ห้ามผู้หญิงเดินเข้าไป ด้วยสถาปัตยกรรมพม่านั้นฝังพระธาตุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในใต้ดิน การห้ามผู้หญิงเดินเข้าไปเนื่องจากผู้หญิงมีประจำเดือน ความเชื่อและการปฏิบัติเช่นนี้ของพม่าเป็นอย่างเดียวกันกับทางล้านนา ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

ความโง่ของตัวผมเองเลยกลับมาค้นคว้าดูทำให้ทราบว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหภาพพม่าไปทรงสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองในวันที่ 3 มีนาคม 2503 ทั้งสองพระองค์ทรงถอดฉลองพระบาทและถุงพระบาทออกด้วยพระองค์เอง เช่นเดียวกันกับชาวพม่า ทั้ง ๆ ที่เจ้าภาพคือประเทศพม่าได้เตรียมลาดพระบาทสำหรับเสด็จพระราชดำเนินไว้ให้เพื่อไม่ให้ต้องทรงถอดฉลองพระบาทและถุงพระบาท แต่ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกับชาวพม่าเป็นการให้เกียรติสถานที่และถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นการผูกไมตรีระหว่างสองประเทศ ทำให้ในครั้งนั้นชาวพม่าพากันชื่นชมและถวายพระเกียรติทั้งสองพระองค์อย่างสูงสุด ด้วยความรักและเทอดทูนยิ่ง

เมื่อคราวทหารอังกฤษเข้ามายึดครองพม่า ใครเคยอ่านพม่าเสียเมือง ของคุณชายคึกฤทธิ์ ปราโมช หรือ ดูละครเรื่องเพลิงพระนางคงพอจำกันได้ ว่าเกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าธีปอ คราวนั้นทหารอังกฤษได้ย่ำยีหัวใจของชาวพม่า ยึดครองพระเจดีย์ชเวดากอง และเข้าไปค้นหาสมบัติในพระเจดีย์ พยายามนำระฆังยักษ์กลับไปอังกฤษ แต่ระฆังใบนั้นกลับจมลงแม่น้ำ และต่อมาชาวพม่าได้ช่วยกันกู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานรอบเจดีย์ชเวดากองเช่นเดิม

เรื่องทหารอังกฤษไม่ยอมถอด Top Boot ย่ำเข้าไปในเจดีย์นั้น ทำให้เป็นชนวนได้โดยง่ายมาก อาตงมัคคุเทศก์ชาวไทยใหญ่ที่นำคณะของพวกเราไปได้ชี้แจงเล่าให้ฟังว่า ที่เมืองแปร ทหารพม่าใส่ Top Boot เข้าไปพระเจดีย์ ชาวพม่านับร้อยนับพันพากันล้มตัวลงนอนขวางทหารอังกฤษ แล้วยอมให้ทหารอังกฤษใส่ Top Boot ย่ำเหยียบเดินลงไปบนร่างของตัวเอง ทหารอังกฤษทำเช่นนั้นจริง และสร้างความเจ็บแค้นแสนสาหัสในใจชาวพม่าอย่างรุนแรง

การแสดงออกเช่นนี้ของชาวพม่าเป็นการถวายสักการะด้วยศรัทธาอันสูงสุดที่มีต่อพระพุทธศาสนา ในอีกแง่หนึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอหิงสธรรม คือการต่อสู้โดยธรรมโดยไม่ใช้ความรุนแรงของคนพม่า สะท้อนความเป็นนักสู้และความเป็นชาตินิยม (Patriotism) อย่างเข้มแข็งของชาวพม่า ว่ากันว่า พม่ามีวัฒนธรรมแข็ง (Hard culture) มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของตน และไม่ยอมในสิ่งที่ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ทางการอังกฤษถึงกับต้องสั่งลงมาให้ทหารและกองทัพอังกฤษที่ประจำการในพม่าในขณะนั้นห้ามย่ำยีหัวใจชาวพม่าและต้องถอดรองเท้าถุงเท้าทุกครั้งที่เข้าวัดหรือพระเจดีย์ หากทางการอังกฤษไม่สั่งการลงมาเช่นนี้ คงเกิดเหตุลุกฮือได้โดยง่ายมากและจะลุกลามจนปกครองพม่าไม่ได้ด้วยเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวเช่นนี้ ความเป็นวัฒนธรรมแข็ง (Hard culture) ของคนพม่านั้น มีผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชายพม่าเล่าให้ผมฟังว่า ลองสังเกตดูว่า ผู้หญิงไทยพอแต่งงานกับฝรั่งสักพักก็เป็นฝรั่งไป แต่งตัวตามฝรั่งไป แต่ผู้ชายฝรั่งพอแต่งงานกับผู้หญิงพม่านั้นสักพักจะเริ่มนุ่งโสร่ง ใส่เสื้อพม่า ทำตัวกลมกลืนกลายเป็นพม่า ผมลองสังเกตดูก็พบว่าเป็นเช่นนั้นเป็นส่วนมากจริง ๆ

วันที่ผมไปกราบสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ทำให้ทราบว่า ชั้นในพระเจดีย์ชเวดากองนั้นสามารถเดินขึ้นไปได้ แต่คนที่จะขึ้นไปนั้น ต้อง 1. เป็นผู้ชายเท่านั้น 2. ต้องเป็นคนพม่าเท่านั้น ต่างชาติห้ามขึ้นไป และ 3. ต้องได้ใบอนุญาตจากทางราชการมาแสดง มัคคุเทศก์เล่าให้ฟังว่าที่ห้ามคนต่างชาติ (รวมทั้งคนไทย) ขึ้นไปบนชั้นในพระเจดีย์ชเวดากองนั้นก็เป็นผลอันมาจากแผลในใจสมัยที่อังกฤษยึดครองพม่า ทำให้คนพม่าไม่ยอมให้คนต่างชาติขึ้นไปอีกจนถึงทุกวันนี้นับตั้งแต่พม่าได้รับเอกราชมา

ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนพม่านั้นมีสูงมากกว่าคนไทยมาก และสะท้อนความเป็นชาตินิยม ความมีศักดิ์ศรีในตน (Dignity) ที่ยอมแม้กระทั่งให้ทหารอังกฤษเหยียบร่างตนเองเข้าไปพระเจดีย์ ยังดีกว่าให้ทหารอังกฤษเหยียบย่ำลงบนพื้นลานพระเจดีย์โดยตรง ทุกวันนี้แรงงานพม่าในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายมีหลายแสนคน และที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายคงมีนับหลายล้านคน การเข้าใจความคิดจิตใจคนพม่าจะช่วยให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข คนพม่าเป็นคนที่รักในศักดิ์ศรีและไม่ยอมให้ใครมาทำลายในสิ่งที่เข้าศรัทธา การให้เกียรติซึ่งกันและกันจะช่วยให้เราสองชาติอยู่ร่วมกันฉันมิตรได้ด้วยความรักและความเข้าใจอันดียิ่ง


กำลังโหลดความคิดเห็น...