xs
xsm
sm
md
lg

สอบ"หมวดมานัส"แจกอั่งเปา-แฉพัวพันธุรกิจสีเทากว่า10ปี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน360- "ศรีวราห์" สั่งตั้งกก.สอบ "หมวดมานัส" ผู้กว้างขวางฝั่งธนฯ แจกอั่งเปาตำรวจ ระบุพัวพันธุกิจสีเทามากว่า 10 ปี แถมยังขาดราชการ ออกนอกประเทศ เกือบ 100 ครั้ง ด้าน"เฉลิมเกียรติ" ชี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ยันไม่ปกป้องหากพบการกระทำผิด เผยในซองมี ผ้ายันต์ - เงินสด 500 บาท ไม่ผิดอาญา แต่อาจผิดวินัย

จากกรณี ที่สังคมออนไลน์ได้โพสต์และแชร์ภาพ ตำรวจประมาณ 60 คน เข้าแถวรอรับอั่งเปา ในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยผู้ที่แจกซองอั่งเปาคือ ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รอง สว.(สส.) กก.4 บก.ส.1 ปฏิบัติหน้าที่ นายตำรวจอารักขา พล.ต.อ.ไพศาล เชื้อรอด อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) ผบ.ตร., บช.ส., บช.สตม. และ บก.น.7 นั้น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะที่รับผิดชอบกำกับดูแล สำนักงานตำรวจ สันติบาล (บช.ส.) ได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 18 ก.พ. 61 ถึง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ให้สอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่ข้าราชการตำรวจประพฤติตัวไม่สมควร

นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบ และมีหลักฐานว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.59 ถึงวันที่ 13 ก.พ.61 ร.ต.ต.มานัส ได้ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่เดินทางเข้าออกนอกราชอาณาจักร ถึง 96 ครั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา อันเป็นการประพฤติตนไม่สมควร จึงให้ดำเนินการดังนี้

1 . ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ร.ต.ต.มานัส ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556 ฐานประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. ให้เรียกตัว ร.ต.ต.มานัส กลับจากการปฏิบัติหน้าที่อารักขา พล.ต.อ ไพศาล เชื้อรอด มาปฏิบัติหน้าที่ยังต้นสังกัด 3. รายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้ทราบภายในวันที่ 18 ก.พ.61


ต่อมา พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ ผบก.ส.1 ได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ที่ 0028.214/537,548 ลงวันที่ 18 ก.พ.61 ให้ พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ ผกก.บก.ส.1 ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ และให้สั่งการให้ร.ต.ต.มานัส มารายงานตัวยังต้นสังกัด ในวันที่ 19 ก.พ.61 ซึ่ง ต่อมา พ.ต.อ.คัมภีร์ ได้มีคำสั่งกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล ที่ 3/2561 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมีพ.ต.ท.เอกนิรุจน์ วันสิริภักดิ์ รอง ผกก.4 บก.ส.1 บช.ส. เป็นประธาน

** ระบุ"หมวดมานัส"มั่วธุรกิจสีเทา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแจกอั่งเปา จะผิดหรือไม่ผิด ตนไม่ขอตอบ แต่การละทิ้่งการปฏิหน้าที่ เดินทางไปต่างประเทศโดยไม่แจ้งถึง 96 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงปี 58 เป็นต้นมา เป็นความผิดชัดเจน ตนถามไปทางต้นสังกัด ว่าเป็นการเดินทางออกไปต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละทิ้งหน้าที่ ซึ่งโดยปกติถ้าละทั้งเกิน 15 วัน ก็ไล่ออก แต่กรณีนี้ น่าจะไม่ได้ละทิ้งต่อเนื่องหลายวัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจมีข้อมูล ร.ต.ต.มานัส พัวพันกับบ่อนการพนัน และเชื่อมโยงกับบ่อนไหน หรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก็ต้องตรวจสอบ สั่งให้สืบสวนแล้ว ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับบ่อนไหน หรือไม่ ต้องคอยดู สมัยตน เป็น ผบช.น. ไม่มีบ่อน เปิดไม่ได้ ห้ามเด็ดขาด สมัยนั้นทหารเข้มมาก

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาทราบหรือไม่ว่า ร.ต.ต.มานัส มีการเปิดบ่อน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทราบมาเป็น 10 ปีแล้ว ว่าเขาเกี่ยวพัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ เกี่ยวพันกับธุรกิจสีเทา ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ในการตรวจสอบ และขยายผล

** ยันหากพบผิดลงโทษเด็ดขาด

ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยเฉพาะ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าของในซองที่มอบให้ตำรวจ เป็นเงินสด หรือเป็นผ้ายันต์ และรายงานขึ้นมาภายใน 7 วัน ซึ่งมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของตัวบุคคล

เมื่อถามถึงผู้ที่แจกซองอั่งเปา คือ ร.ต.ต. มานัส มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นเจ้าของบ่อน หรือธุรกิจสีเทา หรือไม่นั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ โดยจะประชุมรายละเอียดกันอีกครั้งหลังจากนี้ รวมถึงตรวจสอบว่า หากในซองเป็นเงินจริง เงินนั้นเกี่ยวข้องกับบ่อนหรือไม่ อย่างไร หรือหากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง กับบ่อนการพนัน ก็จะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด

**ในซอง มีผ้ายันต์ - เงินสด 500บาท

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลสอบสวนข้อเท็จจริงที่ บกน.7 ดำเนินการ ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัย หรือ อาญา หรือไม่ คาดจะทราบผลใน 7 วัน เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เป็นการให้ซองตามธรรมเนียมของวันตรุษจีน ของร.ต.ต.มนัส ในลักษณะพี่ให้น้อง ที่เปิดบ้านทำบุญเลี้ยงพระ เป็นประจำทุกปี ส่วนในซองที่แจก มีทั้งผ้ายันต์ และเงินสดประมาณ 500 บาท ดังนั้นเรื่องนี้ ดูแล้วไม่น่ามีความผิดทางอางอาญา แต่ถ้าจะผิด อาจผิดทางวินัย


กำลังโหลดความคิดเห็น...