xs
xsm
sm
md
lg

‘อภินิหารทางกฎหมาย’ ยังจะแรงส์…!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"โสภณ องค์การณ์"

ย่างเข้าเดือนที่ 2 ของปีแผ่นดินทองของหมู่เฮาได้เห็นอะไรแปลกๆ ทั้งพฤติกรรมมนุษย์ในวงการคนดังในบ้านเมือง สะท้อนให้เห็นว่าการที่ประเทศไทยจะไป 4.0 ตามคำประกาศโอ่อ่านั้น จะเป็นเหมือนฝันกลางแดดหน้าแล้ง ชาวบ้านหน้าแห้งรอปาฏิหาริย์จากสวรรค์

ความพิลึกกึกกือด้านพฤติกรรม คำพูด ของมนุษย์ในเรื่องฉาวโฉ่สะท้อนให้เห็นธรรมชาติ ธาตุแท้ ตัวตนแท้จริงของคนที่เกี่ยวข้อง เมื่อถึงจุดสำคัญต้องมีได้เสีย ส่วนใหญ่ หรือเกือบทุกคนเลือกที่จะรักษาตัวเองให้รอดจากวิกฤติ คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง

คำอธิบาย ตรรกะ ข้อโต้แย้ง เหตุผลต่างๆ ที่นำมาอ้างตอบโต้ข้อสงสัย ข้อกล่าวหา วิญญูชน สาธุชนได้ฟังแล้ว ได้แต่ส่ายหน้า สังคมไทยอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรม เป็นผลจากแรงกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คนหาทางออกอย่างง่ายๆ ไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา

นั่นคือการละทิ้งหิริโอตตัปปะ ไม่รู้สึกอาย ไม่หวั่นเกรงต่อกฎหมาย โกหกซึ่งหน้า!

ถ้าคนมีปัญหากับกฎหมายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อนพ้องน้องพี่เยอะ มีเงิน คนไทยหมู่เฮาเชื่อแป๊ะกินขนมก่อนเลยว่ารับรองว่าหลุดคดี ไม่มีติดคุก อย่างมากก็โทษปรับ โทษจำรอลงอาญา เว้นแต่กระแสแรงก็เผ่นหนีไปต่างประเทศ รอให้เรื่องเงียบแล้วแอบกลับมา

ได้ข่าวว่านักการเมืองหญิงระดับเจ้าแม่ท้องถิ่นรายหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือต้องคดี เลือกเผ่นหนีไปตั้งหลักในประเทศเพื่อนบ้าน พอคดีเงียบ ก็ใช้อิทธิพลครอบครัวกลับมาเดินโฉบไปมาเย้ยเจ้าหน้าที่ซึ่งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ การไล่ตามจับสะดุดหยุด

เสี่ยโรงนวดค้ากามที่กำลังมีปัญหากับกฎหมาย มีเสียงร่ำลือว่าคนเห็นไปเดินอยู่ในกาสิโนคิงส์โรมันในลาวฝั่งตรงข้ามกับอำเภอเชียงแสน เชียงราย เท็จริงอย่างไรไม่มีใครยืนยันว่ายังอยู่หรือไม่ หรือเชื่อมั่นว่าแผ่นดินลาวคุ้มครองเหมือนก๊วนเสื้อแดงที่หลบอยู่

คงเห็นว่าทางการไทยไร้น้ำยา ขนาดเสื้อแดงกว่า 16 คน ซุกตัวอยู่ในลาว ทางการไทยไม่มีน้ำยาเอาตัวมาดำเนินคดีได้ ย่อมทำให้เสี่ยโรงนวดค้ากามมั่นใจมาก เพราะกาสิโนเป็นพื้นที่ในอารักขาของเจ้าพ่อกาสิโนจีน คนลาวหมดสิทธิเข้าไปทำงานด้วยซ้ำ

พนักงานเป็นคนจีนตั้งแต่งานเสิร์ฟอาหาร พ่อครัว แจกไพ่ มีคนลาวทำงานเพียงรับเหยื่อผีพนันจากท่าเรือไปกาสิโนและพากลับท่าเรือมาเมืองไทย หลังจากหมดตัว หรือยังมีเงินติดกระเป๋ากลับบ้าง แม้แต่คลื่นโทรศัพท์มือถือก็ยังเป็นเครือข่ายของบริษัทจีน

อะไรที่เชื่อว่าจะเกิดก็ไม่เกิด กรณีลุงป้อมซึ่งดูร่อแร่ด้วยพิษนาฬิกาเพื่อนกลับมีแรงฮึดยืนหยัดต้านกระแสแรงกดดันจากสาธารณะได้อย่างน่าพิศวง ความอดทนตากหน้าสู้คำถามและสายตาสื่อและผู้คนแวดล้อม ได้เป็นตัวอย่างระดับคลาสสิคสำหรับกรณีอื่นๆ

“นาฬิกายืมเพื่อนมา” เป็นคำอธิบายง่ายๆ นำไปสู่คำรับรองจากเจ้าหน้าที่ของ ปปช. ว่า “ทรัพย์สินที่ยืมผู้อื่นมาไม่ต้องรายงาน” ได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการอธิบายทรัพย์สินที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชน มีคนเอาอย่างเมื่อเห็นว่าได้ผลเต็มร้อย

แน่นอน “ยืมเพื่อนมา” เป็นคำพูดที่อ้างได้ คนฟังได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครเชื่อ แต่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงไม่แคร์ ใครจะเชื่อหรือไม่ ไม่สำคัญ ขอให้รอดจากประเด็นกฎหมายก็ถือว่าใช้ได้ ความน่าเชื่อถือศรัทธาเป็นเรื่องย่อย คนไทยสมาธิสั้น เดี่ยวก็มีเรื่องอื่นมากลบ

ปัญหาของลุงป้อมเป็นเพียง “คนไม่เชื่อคำพูด” เท่านั้น ยังไม่มีข้อหาเรื่องโกง!

ประเด็นสำคัญ เป็นคนมีฐานะมั่งคั่ง คนเกรงใจ แถมมีคนหวังได้ประโยชน์! เชื่อเถอะ คนมีปัญหากับกฎหมายฉาวโฉ่อย่างไร ถ้ากำเงินเป็นฟ่อนไปยืนแจกข้างถนน ให้คนรับยกมือไหว้ก่อน แน่นอน! คนอยากได้เงินไม่รู้สึกว่ายกมือไหว้คนชั่วร้าย ขอให้ได้เงิน

เสี่ยสมยศ อดีต ผบ.ตร. ได้บอกหน้าตาซื่อว่าตำแหน่งหัวหน้าตำรวจแห่งชาติเป็นเพียงงาน “ไซด์ไลน์” อะไรทำนองนั้น อาชีพหลัก งานหลักคือการซื้อขายหลักทรัพย์ มีวงเงินในพอร์ตซื้อขายหลายร้อยล้านบาท อยู่ในขั้นที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นในระดับหนึ่ง

เสี่ยสมยศได้เป็นประธานสโมสรฟุตบอลชาติไทยได้อย่างไร ก็เป็นเรื่องน่าพิศวง ไม่ต้องมีประสบการณ์บริหารสมาคม ขอให้มีเสียงสนับสนุนพอก็ใช้ได้ ความเป็นคนมีเงิน เครือข่ายกว้างขวาง เพื่อนฝูงเยอะ ล้วนแต่ร่ำรวยทั้งนั้น ทำให้ทุกอย่างดูง่ายดาย

เพราะสังคมไทยของหมู่เฮามีปัญหาเรื่องมาตรฐานการยอมรับบุคคล ไม่ต้องคำนึงถึงที่มาที่ไป ประวัติเน่าฉาวอย่างไรไม่เป็นปัญหา ขอให้มีเงินดูดีก็เกินพอ ด้วยเหตุนี้นักการเมืองสีเทา มาเฟีย เจ้าพ่อ จึงเอากีฬาเป็นตัวช่วยฟอกตัว ฟอกเงิน ฟอกประวัติ

เสี่ยสมยศอ้างว่า “ยืมเงินเสี่ยกำพล” มา 300 ล้านบาทจริง มีหลักฐานการโอนทำธุรกรรมผ่านสถาบันการเงิน และได้โอนคืนไปแล้ว ไม่ต้องรู้ว่าเป็นเงินมาจากการค้ากามหรือวิธีการหาเงินอย่างไร ถ้าจะถามไปจะเป็นการเสียมารยาท หรือเขาอาจไม่ให้กู้ก็ได้

คำว่า “ยืมเพื่อนมา” ถูกนำมาใช้ทันควัน ปปช. ทำอะไรได้หรือไม่ ยังไม่รู้ แต่น่าสงสัยว่าการยืมมาในช่วงที่ยังเป็นตำรวจนั้นได้ชี้แจงในรายงานทรัพย์สินต่อ ปปช.หรือไม่ อย่าไปพูดเว่อร์ๆ ว่าพฤติกรรมเยี่ยงนี้ “เป็นการท้าทายจิตสำนึก ความดีงาม” มันเพ้อเจ้อ

สังคมไทยรากลอย เหมือนไส้กระสือ! คนรุ่นใหม่ขาดจิตสำนึกของความเป็นชาติ ถ้าคนบนแผ่นดินนี้รักชาติแท้จริง คงไม่ยอมให้บ้านเมืองโดนย่ำยีโดยการรัฐประหารและการซื้อเสียงเข้ากุมอำนาจรัฐ โกงกินสะบั้นหั่นแหลกตั้งแต่ปี 2475 จนทุกวันนี้ยังไม่เลิก

ล่าสุด กรณี “เสี่ยเปรมชัย” ถูกจับกุมในท่านั่งน่าอนาถกลางป่าทุ่งใหญ่ สื่อตีข่าวเอิกเกริก มีหลักฐานสารพัด แม้กระทั่งคำพูดยอมรับการถูกจับกุม แต่ “เสี่ยเปรมชัย” ปฏิเสธแข็งขันทุกข้อหา จะอ้างว่าเพื่อนชวนมายิงสัตว์แล้วแบ่งให้กินหรืออะไร ต้องรอดู

ก็มากับเพื่อนจริงๆ เพียงแต่เพื่อนต่างฐานะ ตัวเองเป็นมหาเศรษฐีกิจการก่อสร้างระดับแสนล้านบาท มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเป็นนายพรานนำทางล่าซุ่มยิงสัตว์ ตัว “เสี่ยเปรมชัย” มีบทบาทอย่างไร จะได้รับโทษแค่ไหน ไม่สำคัญ แต่ถูกสังคมประณามสาหัส

อยู่ในสภาพ “ตายทั้งเป็น” คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้น หรือแจ้งเกิดใหม่ โผล่หน้าในสังคมได้ มีคนเชื่อว่า “เสี่ยเปรมชัย” คงไม่โดนโทษจำคุกเพราะนั่นนี่โน่น ประเทศไทยอภิมหาเศรษฐีระดับหลายหมื่นล้าน แสนล้านบาท ต้องติดคุกยังไม่ปรากฏ

ถ้า “เสี่ยเปรมชัย” จะเป็นคนแรก ต้องถือว่าดวงซวยสุดๆ วิญญาณสัตว์แรงจริงๆ!




กำลังโหลดความคิดเห็น...