xs
xsm
sm
md
lg

CryptoKitties : เกมส์แรกของโลกบนเทคโนโลยีบล็อกเชน

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.รัฐกร พูลทรัพย์

ผศ.ดร.รัฐกร พูลทรัพย์
ผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ คณะสถิติประยุกต์
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)


ในสมัยก่อนมีการ์ดสะสมที่เป็นรูปภาพต่าง ๆ เช่น นักกีฬา การ์ตูน หรือสัตว์ที่ชื่นชอบ การ์ดสะสมเหล่านั้นส่วนใหญ่ทำจากกระดาษและพิมพ์รูปภาพลงไป บางการ์ดอาจจะมีเพียงไม่กี่ใบในโลกเท่านั้น จะเห็นได้จากการ์ดสะสมที่มีการซื้อขายการ์ดเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น การ์ดสะสมนักมวยสากลในยุค 1940 – 1950 มีการซื้อขายและประมูลการ์ดหายากสำหรับนักสะสมกันอยู่เรื่อย ๆ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การ์ดสะสมของ T206 Honus Wagner เป็นการ์ดสะสมที่มีราคาแพงที่สุดในโลกที่ผลิตเมื่อปี 1909 โดยบริษัท American Tobacco Company ที่มีการจัดพิมพ์ภาพนักเบสบอลในสหรัฐอเมริกา และ Honus Wagner ก็เป็นหนึ่งในตำนานที่เก่งกาจของผู้เล่นเบสบอล แต่เนื่องจาก Honus Wagner ไม่อนุญาตให้นำภาพของเขาไปจัดพิมพ์ ทำให้การ์ดใบนี้เผยแพร่สู่ตลาดเพียงแค่ 50 – 200 ใบเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การ์ดสะสมใบนี้มีราคาแพงที่สุด ซึ่งการซื้อขายครั้งล่าสุดมีราคาสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว สำหรับการ์ดการ์ตูนและการ์ดซีรีย์ก็เป็นการ์ดที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมสะสมกันเป็นพิเศษ เช่น การ์ด Meteor B. Dragon หรือการ์ด Black Lotus Individual Magic มีการซื้อขายกันในตลาดด้วยมูลค่าสูงเช่นกัน ดังรูปที่ 1
รูปที่ 1 : ตัวอย่างการ์ดสะสมที่มีมูลค่าสูง
ท่านคิดว่าหมดยุคสมัยของการสะสมการ์ดกระดาษหรือยัง นับต่อจากนี้ไปทุกคนอาจจะหันมาสะสมการ์ดดิจิทัล ซึ่งใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อช่วยยืนยันความเป็นของแท้ของตัวการ์ดและลอกเลียบแบบไม่ได้ รวมถึงผู้สะสมสามารถยืนยันความเป็นเจ้าของของการ์ดดิจิทัลได้ตลอดไป ไม่มีผู้ใดสามารถจะขโมยหรือแย่งชิงไปได้ แต่การสะสมการ์ดดิจิทัลรูปภาพอย่างเดียวนั้นมันอาจจะดูไม่น่าดึงดูดความสนใจเท่าไหร่สำหรับคนในยุคดิจิทัลนี้ ดังนั้นทีมงาน CryptoKitties จึงได้สร้างเป็นเกมส์ขึ้นมา โดยผู้สะสมสามารถที่จะซื้อการ์ดดิจิทัลรูปแมว (CryptoKitties) มาสะสมไว้ โดยที่แมวแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติรูปร่างเฉพาะที่เป็นหนึ่งเดียวไม่เหมือนใครซึ่งน่ารักน่าเอ็นดู และเป็นที่ปรารถนาสำหรับคนทั่ว ๆ ไป ดังรูปที่ 2
รูปที่ 2 : ตัวอย่างการ์ดดิจิทัลของ CyptoKitties
โดยที่ทีมงาน CryptoKitties จะสร้างการ์ดดิจิทัลรูปแมวที่มีรูปร่างเฉพาะที่เป็นหนึ่งเดียวไม่เหมือนใครออกมาทุก ๆ 15 นาที แต่ละตัวจะมีความน่ารักเฉพาะตัว และมีพันธุกรรมพิเศษในเอกลักษณ์ของสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ตาสีฟ้า หูยาว ลายเสือ เป็นต้น แต่ละตัวจะถูกวางขายไว้ในตลาดออนไลน์ (MarketPlace) บนเว็บไซด์ “cryptokitties.co” โดยผู้ที่สนใจสามารถที่จะซื้อได้ด้วยการใช้สกุลเงินดิจิทัล Ether (ETH) โดยจะต้องไปเปิดบัญชีบน Digital Waller ที่ชื่อ “MetaMask” เท่านั้น หลังจากที่เปิดบัญชีแล้วจึงมีสิทธิที่จะนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงิน Ether เพื่อซื้อการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ได้

การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ที่สร้างโดยที่งานของ CryptoKitties จะถูกเรียกว่าเป็น Gen 0 หมายถึง เป็นรุ่นแรกที่ถูกสร้างขึ้นมา เมื่อมีผู้สนใจซื้อไปเก็บสะสมไว้ ดังตัวอย่างดังรูปที่ 3 เป็นแมว Gen 0 ลำดับที่สอง ที่สร้างด้วยทีมงานของ CryptoKitties (ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2560 มีราคาเท่ากับ 326.39 Ether หรือเท่ากับ 234,598 ดอลลาร์สหรัฐ)
รูปที่ 3 : ราคาขาย CyptoKitties Gen 0 ลำดับที่ 2
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเกมส์การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties คือ หากท่านซื้อการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties มาอย่างน้อง 2 การ์ดและเป็นตัวผู้และตัวเมีย มันสามารถจะออกลูกออกหลานออกมาเป็นการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ตัวใหม่ซึ่งมีลักษณะตามพันธุกรรมของพ่อแม่ของมัน ซึ่งจะมีลักษณะประจำไม่ซ้ำตัวอื่นๆ เลย ดังรูปที่ 4 ซึ่งลูกหลานที่ออกมาจะมีการนับรุ่นตามลำดับ Gen 1, Gen 2, Gen 3 ไปเรื่อยๆ การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ที่กำเนิดใหม่แต่ละตัวจะมาจากคุณสมบัติกำหนดเอกลักษณ์ด้วยพันธุกรรม 256 บิต ทำให้การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ที่ผสมทั้งหมดจะมีสายพันธุ์มากถึง 4 พันล้านรูปแบบเลยทีเดียว
รูปที่ 4 : การออกลูกของแมว CryptoKitties ตัวใหม่
ซึ่งหากท่านมีการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties มากเพียงพอที่จะสะสมแล้ว ท่านก็สามารถที่จะขายการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ดังกล่าวในตลาดออนไลน์ (MarketPlace) บนเว็บไซด์ “cryptokitties.co” ได้ โดยที่ทีมงาน CryptoKitties จะเก็บค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ประมาณ 3.75% ตามมูลค่าของการ์ดดิจิทัลรูปแมว ดังรูปที่ 5 เป็นตลาดออนไลน์ในการขายการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ด้วยวิธีการประมูล
รูปที่ 5 : CryptoKitties in Marketplace
เกมส์การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties เริ่มเล่นกันตั้งแต่วันที่ 28 พฤษจิกายน 2560 ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีนักลงทุนเข้าไปซื้อเพื่อเก็งกำไรเหมือนใน Bitcoin ทำให้การซื้อขายการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties มีมูลค่าสูงถึง 6.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2560 และมีผู้เข้าไปซื้อขายในตลาดออนไลน์ประมาณ 6,000 คน คาดว่าในอีก 1 ปีข้างหน้าเมื่อทีมงาน CryptoKitties เลิกสร้างการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties รุ่นแรก (Gen 0) ราคาของมันจะขึ้นไปสูงกว่านี้อีกหลายร้อยเท่าตัวเลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับการสะสมการ์ดกระดาษในสมัยก่อนที่มีมูลค่าสูงเช่นกัน มารอดูกันเพื่อพิสูจน์ว่าระหว่างการสะสมการ์ดกระดาษ กับการสะสมการ์ดดิจิทัล อันไหนจะสามารถทำสถิติที่มีมูลค่าสูงกว่ากันได้ในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งในมุมมองของเทคโนโลยี คือ ความคล้ายกันระหว่างการ์ดดิจิทัลรูปแมว CrytoKitties กับสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin ก็คือ มีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลังเหมือนกัน และมีการใช้หลักการทางการตลาดเข้ามาดึงดูดความสนใจของนักลงทุน และผู้เล่นเกมส์ คือ การจับจุดกระตุ้นความอยากได้ผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูง เช่น การขุด Bitcoin เพื่อล่ารางวัล Bitcoin และการซื้อการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties เพื่อรอออกลูกหรือสะสมไว้และนำกลับมาขายใหม่ในมูลค่าสูง ๆ ในอนาคต สำหรับในภาคทฤษฎีนั้น รูปที่ 6 ได้วิเคราะห์หลักการทำงานของการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนระหว่างสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin กับการ์ดดิจิทัลรูปแมว CrytoKitties ในสกุลเงินดิจิทัล Bitcoin (ด้านซ้ายมือของรูปที่ 6) การสร้าง Block ใหม่ของ Blockchain จะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผลแข่งขันกันในรูปแบบของการกระจายตัวโดยไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง ระบบ Bitcoin จะกำหนดเวลาไว้ประมาณ 10 นาทีต่อการสร้าง Block ใหม่ 1 Block และให้รางวัลต่อผู้ชนะการประมวลผลแข่งขันกันในรูปแบบของการกระจายตัว แต่สำหรับการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties (ด้านขวามือของรูปที่ 6) จะมีวิธีในการสร้าง Block ใหม่ของ Blockchain อยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกกำหนดจากทีมงานของ CryptoKitties เองโดยในทุก ๆ 15 นาทีจะมีการสร้าง Block ใหม่ และมีการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties เกิดใหม่ซึ่งมีลักษณะรูปร่างไม่ซ้ำกัน เรียกว่า การ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties (Gen 0) และในส่วนที่สองคือการสร้าง Block ใหม่และมีการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ตัวใหม่จากการผสมพันธุ์ระหว่างกันซึ่งมีลักษณะตามพันธุกรรมของพ่อแม่ของมันจากการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties 2 ตัวนั้นเอง โดยที่ลูกหลานของมันที่ออกมาจะเป็นการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties ใน Gen 1, Gen 2, Gen 3 ไปเรื่อยๆ
รูปที่ 6 : วิเคราะห์หลักการใช้ Blockchain ใน Bitcoin เปรียบเทียบกันใน CryptoKitties
บทสรุปของการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการ์ดดิจิทัลรูปแมว CryptoKitties นั้นคือ สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นสามารถนำมาใช้ได้อย่างหลายหลาย เพราะเทคโนโลยีบล็อกเชนไม่จำเป็นต้องมีตัวกลางในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลรายการ ไม่มีหน่วยงานกลางใด ๆ สามารถเข้ามาควบคุมและบิดเบือนความเป็นจริงของข้อมูลได้ จึงทำให้ประชาชนทั่วโลกต่างสนใจเข้ามาใช้ Application ที่อยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนด้วยความมั่นใจและเชื่อใจ เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถจะนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ได้ในหลายหลายมิติ ซึ่งจะสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้กับโลกนี้อีกมากมาย สุดท้ายนี้ผู้แต่งมั่นใจว่าในเพียงอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าในภาครัฐและภาคเอกชน สิ่งที่สำคัญอยู่ตรงที่ว่าประเทศไทยจะมีบุคลากรที่มีความรู้ และความสามารถในด้านการพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และจะทำอย่างไรเพื่อช่วยกันให้ประเทศไทยมีศักยภาพการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเทียบกับคู่แข่งในต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ทางสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า ได้จัดให้มีการอบรม เรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชน อยู่เป็นประจำ หากท่านใดสนใจที่จะเข้ารับการอบรมสามารถดูได้จากเว็บไซด์ของคณะ ฯ ได้เลย
กำลังโหลดความคิดเห็น...