xs
xsm
sm
md
lg

ถ้า “ลุงตู่” จะช่วย “พี่ตูน” และช่วยประชาชนอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   โดย: อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์


แล้วลุงตู่ก็ได้พบกับพี่ตูน มีความเฮฮาให้กำลังใจกัน ลุงตู่ในคลิปวีดิโอเป็นคนฮา ขำขัน ทำให้หายเครียด พูดจาตลกดีมาก เชื่อว่าพี่ตูนก็ดีใจและได้กำลังใจ

พี่ตูนนั้นพยายามแก้ปัญหาสาธารณสุขไทยในระดับการเยียวยาบรรเทาปัญหาโดยตั้งเป้าหมายก้าวคนละก้าวหาเงินให้ได้ 700 ล้านบาทเพื่อช่วยโรงพยาบาลของรัฐและตอนนี้ก็น่าจะเกินกว่า 700 ล้านบาทแล้วอย่างแน่นอนทั้ง ๆ ที่เพิ่งวิ่งไปได้ประมาณแค่ครึ่งทางของระยะทางทั้งหมด น่าชื่นใจมาก

ฝ่ายลุงตู่เองก็ทราบปัญหาสาธารณสุขนี้เต็มอกและได้พยายามแก้ปัญหาโรงพยาบาลของรัฐขาดทุนย่อยยับด้วยการหางบกลางกว่าห้าพันล้านบาทไปช่วยเหลือโรงพยาบาลของรัฐที่ขาดทุนให้พอจะดำเนินการต่อไปได้

เบื้องหลังพี่ตูนต้องฝ่าฟันมากมายเท่าไหร่จนในที่สุดก็ได้นายทหารและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเข้ามาช่วย และลงท้ายนายกรัฐมนตรีก็มีบัญชาให้กองทัพบกร่วมมือด้วย สรุปก็ทหารอยู่ดี

เอาเป็นว่า อาทิวราห์ คงมาลัยนั้น ไม่ใช่แค่นักร้องหรือศิลปินธรรมดา แต่เขามีความเป็นนักสู้ เป็นผู้ที่คิดเป็น มีจิตอาสาและจิตสาธารณะ มีความรักในมนุษย์ และมีจิตใจเมตตาอ่อนโยน เขาทำหน้าที่จิตอาสา อย่างที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงตั้งพระทัยให้คนไทยเป็นจิตอาสากันให้มาก ๆ ทำตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้ทรงทำให้ดูเป็นแบบอย่างมาตลอดรัชสมัย

สิ่งที่ตูนทำสำคัญมากครับ ผมเองไม่แปลกใจครับ เนื้อเพลงที่เขาเขียน มันสะท้อนตัวตนที่แท้จริง ของพี่ตูนออกมาได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพลง แสงสุดท้าย และเพลงความเชื่อ ใช่ครับ เขาทำตามที่เขาเชื่อ

พี่ตูนไม่ได้แค่พูดในสิ่งที่เขาเชื่อ แต่พี่ตูนกำลังทำในสิ่งที่พี่ตูนเชื่อ Be what you preach. และเขาทำเช่นนั้นจริงๆ

ใช่ครับ อาทิวราห์ คงมาลัยกำลังทำในสิ่งที่เขาเชื่อ และที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดนั้น พี่ตูนกำลังทำให้คนไทยแทบทั้งชาติเชื่อมั่นในความดี ความงาม ความรัก ความเสียสละ และความถูกต้อง

ก็อย่างที่พี่ตูนบอกว่าอยากได้เงินจากคนไทยทุกคนคนละน้อย ๆ คนละ 10 บาทก็พอก็จะได้เงินครบ 700 ล้านบาท และที่พี่ตูนบอกว่าผมก้าวคนละก้าวอีกกี่ครั้งเงินก็จะยังไม่พอหากคนไทยไม่ออกกำลังและรักษาสุขภาพ หาเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ที่พี่ตูนเริ่มวิ่งจากเบตง สี่จังหวัดชายแดนใต้ที่เคยมีความไม่สงบ อยู่กันอย่างหวาดกลัว ไม่มีรอยยิ้มก็มีรอยยิ้ม เท่านี้ก็ถือว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จแล้ว เรื่องเงินไม่สำคัญแล้ว แต่จิตใจของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมแรงร่วมใจ รู้รักสามัคคีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด พี่ตูนเป็นก้าวแรกที่จะทำให้คนไทยออกมาร่วมกันก้าวคนละก้าวด้วยจิตอาสา

ถึงแม้ว่าสิ่งที่พี่ตูนเริ่มต้นก้าวคนละก้าวจะไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุ แต่ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไรดีๆ เพื่อส่วนรวมเลย

ถ้าลุงตู่จะช่วยพี่ตูนแก้ปัญหาสาธารณสุขอย่างแท้จริงให้ยั่งยืนนั้นทำได้ไม่ยาก อย่างแรกที่ต้องเข้าใจก่อนคือประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มวัย (Aged society) และอาจจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสูงสุด (Super aged society) อย่างที่ญี่ปุ่นเป็นอยู่นี้ในอีกไม่นาน ดังนั้นการแพทย์และสาธารณสุขจะต้องจำเป็นมากขึ้นและต้นทุนต่างๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายทางการแพทย์จะสูงลิบลิ่ว คนไทยต้องช่วยกัน จึงจะไปรอด อย่างไรก็หนีไม่พ้น

ทางออกที่ลุงตู่จะช่วยพี่ตูนคือต้องรื้อปรับระบบสาธารณสุขไทย ที่เป็นสองนคราสาธารณทุกข์ ดังนี้

หนึ่ง ต้องแก้ไข พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการ โดยเฉพาะชุมชน การมีส่วนร่วมรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การบริหาร การเงิน จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขไทยไปรอดได้

สอง ต้องสร้างความเข้มแข็งของเขตสุขภาพ ให้เขตสุขภาพมีอำนาจเต็มเท่ากับเป็นนิติบุคคล และรับผิดชอบการบริหารให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ เป็นคนถือเงินงบประมาณสาธารณสุขของทั้งเขต เขตหนึ่งประกอบด้วยประชากรประมาณ 5 ล้านคน ให้งบประมาณแบบ lump-sum และให้ไปบริหารกันเองในเขตให้เกิดการรวมความเสี่ยง แบ่งปันความเสี่ยง และจัดการความเสี่ยงให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับแต่ละพื้นที่ เป็นการกระจายอำนาจไม่ใช่มารวบไว้ที่ สปสช อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่

สาม ลดอำนาจของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหากไม่กลัวแรงต้านก็ควรยุบทิ้งไป เพราะเป็นแค่คนกลาง กินหัวคิวค่าบริหาร ลุแก่อำนาจเพราะถือเงินแทบทั้งหมด หาประโยชน์ได้น้อยมาก ทำงานที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่แล้วก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เช่นจัดซื้อยาที่ตัวไม่มีอำนาจจัดซื้อแล้วไปได้ส่วนลดจากองค์การเภสัชกรรม มาร้อยละ 5 ของมูลค่ายาที่จัดซื้อเกือบปีละหนึ่งหมื่นล้านบาท แล้วนำเงินไปแจกจ่าย NGO และนำมาเป็นสวัสดิการพนักงาน สปสช. เอง ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งหลักการและจริยธรรม การใช้อำนาจสั่งการควบคุมการจ่ายเงินโดยไม่เคยทำหน้าที่อื่นใดที่เป็นประโยชน์แต่มีพนักงานราวแปดร้อยคนและมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการมากนักทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ น่าจะจัดว่าเป็นเหลือบไรปรสิตที่เกาะกินระบบสาธารณสุขอย่างแท้จริง โดยหลักทางการแพทย์ควรต้องฆ่าปรสิตให้หมดไปเสียด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากตระกูล ส มีฐานอำนาจทางการเมืองผ่านการซื้อสื่อและเลี้ยงดู NGO ด้วยการให้เงินสนับสนุนให้ทำกิจกรรมและโครงการต่างๆ มาโดยตลอด หากรัฐบาลไม่สามารถยุบได้เพราะกลัวแรงต้านก็ควรจะลดทอนอำนาจคนเหล่านี้ลงไปเสีย ถ้าไม่จัดการ พี่ตูนจะก้าวคนละก้าวไปกี่ล้านครั้งก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่ได้แก้ไขที่สาเหตุ

สี่ บังคับให้พนักงาน/ผู้บริหาร/บอร์ด สปสช. ใช้สิทธิบัตรทองและสละสิทธิรักษาพยาบาลอื่นๆ ให้ใช้เท่ากับที่ประชาชนทั่วไปใช้ จะได้เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำและบริหารส่งผลกระทบอย่างไรกับประชาชน ต้องให้ใช้เองถึงจะสำนึกที่ผ่านมาสิทธิรักษาพยาบาลของพนักงานสปสช ดีที่สุดในประเทศไทย อภิสิทธิ์เหนือสิทธิอื่นๆ สร้างความเหลื่อมล้ำ

ห้า สร้างระบบรักษาพยาบาลแบบปฐมภูมิ (Primary care) ให้เข้มแข็ง โดยเน้นไปที่บทบาทของ Nurse practitioner ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วว่ามีประสิทธิภาพด้านต้นทุนและประสิทธิผลในการดูแลรักษาพยาบาลได้ดีที่สุด

หก เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านประชารัฐร่วมรับผิดชอบ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะคนที่พอมีและพอที่จะจ่าย เพื่อให้คนที่ยากจนได้รับการบริบาลสุขภาพที่ดีขึ้นกว่านี้โดยไม่ต้องออกเงินเลย เป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบ การแบ่งปัน และการเอื้ออาทร ควรสนับสนุนให้เกิดทางเลือกในการบริบาลสุขภาพในโรงพยาบาลของรัฐ จะเป็นประกันสุขภาพประชารัฐร่วมรับผิดชอบนำไปลดหย่อนภาษีได้สองหรือสามเท่า ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตัวเองและได้ประโยชน์กับตัวเอง และนำกำไรที่ได้บ้างไปเกื้อกูลคนยากจนที่เดือดร้อนให้ได้รับการบริบาลสุขภาพที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

เจ็ด การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค ต้องทำอย่างมีหลักวิชาการโดยใช้ความรู้ทางระบาดวิทยา เข้าใจสาเหตุ และวัดที่ผลการเปลี่ยนพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางสุขภาพ ไม่ใช่ทำแบบฉาบฉวยเน้นดังทางสื่อ แต่ไม่ส่งผลอะไรที่แท้จริงต่อพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางสุขภาพแบบที่ สสส ทำอยู่นี้ แต่กลายเป็นฐานเสียงของ NGO และมีผลประโยชน์ทับซ้อนและการใช้เงินผิดประเภทอย่างมหาศาล การแก้ไขพระราชบัญญัติ สสส ไปถึงไหนแล้วก็ไม่ทราบ น่ากลัวว่าเป็นแค่การเตะถ่วงจนถึงการเลือกตั้งแล้วก็เสียของเหมือนเดิมหรือไม่?

ถ้าลุงตู่จะช่วยพี่ตูนและประชาชนด้านสาธารณสุขอย่างแท้จริง แก้ปัญหาที่สาเหตุเพียงแค่เจ็ดข้อนี้ก็พอน่าจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ไม่ยาก อย่าทำให้รัฐประหารเสียของเลยครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...