xs
xsm
sm
md
lg

การพนันแทรกกีฬา : ที่มาของการล้มบอล

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง

“การพนัน เป็นความหวังของคนจน แต่เป็นกีฬาของคนรวย” นี่คือวาทะของผู้ที่ใช้นามว่า เทียนวรรณ”

โดยนัยแห่งวาทะข้างต้น มีความหมายชัดเจนว่า คนจนเล่นการพนัน เพื่อหวังชนะและได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งมีราคาเพื่อนำมาแก้ปัญหาความจน แต่คนรวยเล่นการพนันเพื่อความสนุกสนาน อันเกิดจากความตื่นเต้นและเร้าใจ มิได้หวังว่าตนจะชนะและได้ผลตอบแทนเป็นเงินหรือของมีค่าอื่นใด ถ้าชนะก็เป็นเพียงผลพลอยได้

ดังนั้น คนจนจึงดูการแข่งขันกีฬาเพื่อการพนันขันต่อ โดยใช้ผลของการแข่งขัน แพ้ชนะเป็นเครื่องมือในการพนัน ส่วนคนรวยเล่นการพนันทุกประเภทเป็นกีฬา รวมทั้งการพนันผลของการแข่งขันกีฬาด้วย ดังนั้น คนจนและคนรวยดูการแข่งกีฬาด้วยจุดมุ่งหมายต่างกัน จึงได้รับผลกระทบจากการแพ้ชนะต่างกัน

แต่เท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่คนรวยเล่นการพนันเป็นกีฬา คนจนใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเล่นพนัน ในทำนองเดียวกันกับการใช้ผลการออกสลากกินแบ่งของรัฐเป็นเครื่องมือในการเล่นพนันหวยเถื่อน

กีฬาที่มีการเล่นพนันมากที่สุดในประเทศไทยมีอยู่ 3 ประเภทคือ 1. กีฬามวย 2. กีฬาฟุตบอล 3. กีฬาแข่งม้า ทั้งนี้เนื่องจากว่ากีฬา 3 ประเภทนี้ได้รับความนิยมจากประชาชน จะเห็นได้จากการแข่งขันในแต่ละนัดมีคนเข้าชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก และในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นนักพนันที่เล่นเพื่อหวังชนะ และได้เงินกลับบ้าน แต่ถ้าบังเอิญแพ้ก็จะกลับบ้านพร้อมกับผิดหวัง และผู้เล่นประเภทนี้เองที่เรียกว่า คนจน

ยิ่งกว่านี้ การใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการเล่นพนันในปัจจุบันได้ก้าวไกลไปกว่าในอดีต ซึ่งเล่นอยู่ในวงจำกัดเฉพาะผู้ที่เข้าชมการแข่งขันในสนามโดยการเลือกข้าง แล้วใช้ผลการแข่งขันซึ่งเกิดขึ้นตามความเป็นจริง คือ ฝ่ายที่เป็นผู้แข็งแรงกว่า และเป็นผู้ชำนาญในเกมมากกว่าเป็นผู้ชนะ ฝ่ายที่แข็งแรงน้อยกว่า และชำนาญในเกมน้อยกว่า ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นการแพ้ชนะกันในเกม

ต่อมาเมื่อการกีฬาได้มีการพัฒนามากขึ้น และจำนวนคนเข้าไปดูการแข่งขันมากขึ้น จำนวนคนที่เล่นการพนันโดยใช้ผลของการแข่งขันก็เพิ่มขึ้น ทั้งในสนามและนอกสนาม เนื่องจากมีการถ่ายทอดทางทีวีและวิทยุ และจากจุดนี้เองธุรกิจการพนันโดยใช้ผลของการแข่งขันการกีฬาได้เกิดขึ้น ในทำนองเดียวกันกับการเล่นหวยเถื่อน โดยใช้ผลของการออกสลากกินแบ่งของรัฐ

เมื่อจำนวนนักพนันเพิ่มขึ้น และวงเงินในการพนันโดยใช้ผลของการแข่งขันกีฬาเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นเหตุจูงใจให้คนโลภเข้ามาในวงการกีฬาเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางทุจริต โดยการจ้างให้ฝ่ายที่เหนือกว่าและดูตามฟอร์มแล้วควรจะเป็นผู้ชนะ หรือที่เรียกในภาษาของนักพนันว่าเป็นต่อให้เป็นผู้แพ้ต่อฝ่ายที่ด้อยกว่า หรือที่เรียกว่าเป็นรอง หรือแม้กระทั่งว่าจ้างให้ฝ่ายที่เป็นรองแพ้ด้วยสกอร์ที่มากกว่าที่ควรจะเป็น โดยการล็อกสกอร์ล่วงหน้า ซึ่งเรียกว่า ล้ม เช่น ล้มมวย และล้มบอล เป็นต้น ดังที่ได้เกิดขึ้นในกรณีของการแข่งขันฟุตบอลรายการโตโยต้าไทยลีก 2017 ซึ่งกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ตามที่สื่อแขนงต่างๆ เสนอไปแล้วโดยละเอียด

แต่เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น จึงขอนำเสนออีกครั้งโดยสรุปเป็นประเด็นพอเป็นสังเขปดังนี้

1. ตัวแทนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และตัวแทนสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซีได้เข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมกับนำหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าการแข่งขันฟุตบอลรายการโตโยต้าไทยลีก 2017 4 นัดเข้าข่ายกระทำผิดเกี่ยวกับการล้มบอล จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้มีการติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

2. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จึงได้สั่งการให้สอบสวนเรื่องนี้ โดยจัดตั้งชุดทำงานขึ้นชุดหนึ่ง

3. จากการสอบสวนได้พบว่า การแข่งขันที่เข้าข่ายกระทำความผิดมีอยู่ 4 คู่คือ คู่ที่แข่งในวันที่ 26 กรกฎาคม 10 กันยายน 17 กันยายน และคู่ที่แข่งในวันที่ 23 กันยายน ทั้ง 4 คู่นี้มีการทำประตูเกิดขึ้นมากจนผิดปกติในช่วงท้ายของเกม

4. จากผลของการสอบสวนเพิ่มเติมได้พบว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำผิดในการล้มบอลแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ 1. กลุ่มนายทุน 2. กลุ่มตัวแทนสโมสร 3. กลุ่มกรรมการผู้ตัดสิน และกลุ่มนักเตะ

ในการนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับแล้ว 12 ราย

จากผลของการสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ จะเห็นได้จากการล้มบอลในวงการฟุตบอลโดยตรงถึง 3 กลุ่ม จะมีเพียงกลุ่มทุนเท่านั้นที่เป็นคนนอกวงการ แต่คงจะต้องเป็นผู้ที่มีส่วนสัมพันธ์กับคนในทั้ง 3 กลุ่มเป็นอย่างดีจึงสามารถเข้าไปว่าจ้างให้มีการล้มบอลได้

ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขและป้องกันเรื่องนี้จะต้องเริ่มที่คนในวงการฟุตบอล โดยการสรรหาบุคคลที่รักกีฬาฟุตบอลมาเป็นผู้บริหารสโมสร สรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและรู้เท่าทันพฤติกรรมของผู้เล่นฟุตบอล และมีความเที่ยงธรรมในการตัดสินมาเป็นกรรมการตัดสิน และสุดท้ายต้องสรรหาคนที่รักกีฬาเล่นกีฬาเป็นอาชีพ มิใช่อาศัยการกีฬามารับจ้างนักพนันมาเป็นนักฟุตบอล ถ้าทำได้เช่นนี้ วงการฟุตบอลของไทยคงก้าวไกลไปกว่านี้แน่นอน

ในส่วนของกลุ่มทุนซึ่งเป็นตัวการในการว่าจ้าง คงจะต้องปล่อยให้ผู้รักษากฎหมายปราบปราม ในทำนองเดียวกับบ่อนทั่วๆ ไป

แต่ถ้าแก้ไขและป้องกันคนในวงการฟุตบอลทั้ง 3 กลุ่มไม่ได้ เห็นทีจะต้องเปลี่ยนเนื้อร้องเพลงกราวกีฬาที่ว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน โดยเปลี่ยนเป็นเพิ่มกองกิเลส ทำคนไม่ให้เป็นคนแทน