xs
xsm
sm
md
lg

ร.๑๐เสด็จพระราชพิธีออกพระเมรุ ปวงพสกนิกรล้นกรุง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360 - สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักพระราชวัง อัญเชิญกรองดอกไม้จากพระราชฐานชั้นใน ฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ประดับชั้นยอดบนสุดของพระจิตกาธาน ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศยังคงหลั่งไหลเข้าร่วมงานบริเวณท้องสนามหลวงล้นหลาม ทำให้ท้ายแถวยาวหลายกิโลเมตร แม้เจ้าหน้าที่จะเปิดจุดคัดกรองเพิ่ม 20 จุด และขยายพื้นที่รองรับ 6 หมื่นคน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (25ต.ค.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ผ่านหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ การนี้มี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยเสด็จด้วย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะและเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหรทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงพระสรรเสริญพระบารมี

จากนั้นเสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการชบูชาพระพุทธรูปประจำชนมวาร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แต่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระราชาคณะ และ สมเด็จพระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา จำนวน 11 รูป และพระราชาคณะ ที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีน และญวน 20 รูป แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สำหรับพระบรมศพทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์แล้ว พระสงฆ์สวดศราทธพรต จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา บรรพชิตจีน และญวน สวดมาติกา สดับปกรณ์ และถวายอนุโมทนา ทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

*** อัญเชิญเครื่องสดขึ้นประดับพระจิตกาธาน

ขณะที่เมื่อเวลา 04.50 น. คณะช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง นำโดย นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง อัญเชิญกรองดอกไม้จากพระราชฐานชั้นใน ฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมที่จะนำไปประดับชั้นยอดบนสุดของพระจิตกาธาน

ขณะที่งานเครื่องสดอีกส่วนหนึ่งประกอบด้วยงานแทงหยวก งานแกะสลักเครื่องอ่อน งานช่างดอกไม้ประดิษฐ์ หรืองานกรองดอกไม้ ที่ช่างหลวงร่วมบูรณาการกันกับช่างพื้นถิ่น และช่างฝีมือ 4 ภาค ซึ่งได้ทำเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. และได้ทำพิธีนำเครื่องสดที่ทำเสร็จสิ้นครบถ้วนมาวางไว้ตรงกลางของอาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ล้อมรอบด้วยช่างฝีมือร่วมกล่าวคำถวายเครื่องสดแด่พระองค์ท่านจากสมุดข่อยโบราณ อีกทั้งขอขมาในสิ่งที่ล่วงเกิน เพื่อความเป็นสิริมงคลของช่างฝีมือและครอบครัว

กระทั่งเวลา 04.30 น. ช่างศิลปกรรมได้เชิญเครื่องสดขึ้นยังรถของกองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ไปยังพระเมรุมาศจนครบถ้วน พร้อมเริ่มมาประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ โดยจะเริ่มประดับตั้งแต่ชั้นบนสุดของพระจิตกาธานลงมา ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 16.00 น. ในวันเดียวกัน โดยช่างหลวงจำนวน 13 นาย ทั้งนี้การนำเครื่องสดทั้งหมดมาประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ถือเป็นการเสร็จสิ้นของงานเครื่องสด

**"จาง เกาลี่"รองนายกฯจีนร่วมพระราชพิธี

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดทำคลิปวีดิโอเพื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีการเผยแพร่ผ่านทางยูทูป และเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok

นายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า "ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาในทุกๆ ด้าน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์อันมาจากพระอัจฉริยภาพ ประสบการณ์ และพระปรีชาสามารถ ได้กลายเป็นหลักนำทางที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของไทย และด้วยโครงการในพระราชดำริของพระองค์ ส่งผลให้ประชาชนในระดับรากหญ้าพัฒนาขึ้นอย่างแท้จริง"

"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญยิ่งกับการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับจีน ก่อเกิดเป็นสายสัมพันธ์ไทย-จีน ที่แน่นแฟ้น การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งต่อประชาชนชาวไทยและจีน พวกเราจะขอน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ของไทยตลอดไป"

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนฯ ยังได้นำคณะนักดนตรีกู่เจิงร่วมกันบรรเลงเพลง "ความฝันอันสูงสุด" ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ลำดับที่ 43 และศิลปินพู่กันจีน วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกด้วย

"ข้าพระพุทธเจ้าในนามสถานเอกอัครราชทูตจีนและสถานกงสุลใหญ่ประจำประเทศไทย ขอร่วมไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย"

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานจากสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา นายลู่ คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้แต่งตั้งนายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีจีน เป็นทูตพิเศษเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25 -27 ต.ค.นี้

**เพิ่มจุดคัดกรองงานพระราชพิธีฯอีก20จุด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น. ดูแลงานกิจการพิเศษ กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อย การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่าภาพรวมเป็นไปด้วยดี ประชาชนเดินทางทยอยเข้าไปในพื้นที่สนามหลวงเป็นไปตามแผน เพียงแต่มีปัญหาอุปสรรคในบางส่วนเป็นที่ที่ให้ประชาชนเข้ามาในบริเวณพื้นที่จัดงานมีน้ำท่วมขัง แฉะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้ปรับปรุงพื้นที่โดยทำการสูบน้ำออก แล้วนำพื้นพาเลตจากกองทัพอากาศมาปูพื้น รวมทั้งได้รับพระราชทานเบาะรองนั่งมาส่วนหนึ่ง ในการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโดยรอบดังกล่าว คาดว่าการปรับปรุงเพื่อตกแต่งพื้นที่เพื่อเตรียมงานพระราชพิธีที่จะมีขึ้นในวันที่ 26ต.ค. จะเสร็จสิ้นภายในเวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เพื่อที่จะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าไปได้อีกครั้ง ขณะนี้ยังมีประชาชนอยู่ในพื้นที่ 25,000 คน และประชาชนที่ยังไม่ได้เข้ามายังจุดคัดกรองอยู่ภายนอกอีกกว่า 30,000 คน ยังมีพื้นที่ว่างให้ประชาชนได้อยู่อีกหลายหมื่นคน จนกว่าจะครบ 90,000 คน เช่น เหนือบริเวณสนามหลวงขึ้นไปตรงบริเวณเวทีโรงละครแห่งชาติ ที่จุคนได้อีกเป็นหมื่นคน แนวบริเวณกระทรงกลาโหม แนวรอบรั้วบริเวณพระบรมมหาราชวัง ที่ยังรองรับประชาชนได้อีก

สำหรับเรื่องการดูแลทรัพย์สินนั้น ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการเน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยประชาชนมากที่สุด และโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ในการใช้รับเสด็จพระราชดำเนินพระบรมวงศานุวงศ์ และเส้นทางอาคันตุกะนั้น บริเวณถนนราชดำเนินนอก ได้เพิ่มเติมจุดคัดกรองอีก 20 จุด ตลอดแนวบริเวณรอบถนนราชดำเนิน เช่น แยกวัดเบญจฯ แยก พล.1 ตรวจสอบอาวุธหรือสิ่งแปลกปลอม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วน พร้อมที่จะดำเนินการดูแลท่านอย่างดี หากเจ้าหน้าที่บางส่วนให้คำแนะนำขอให้ประชาชนปฏิบัติตาม เชื่อว่างานนี้จะสมพระเกียรติอย่างยิ่งอย่างแน่นอน

*** ขยายพื้นที่รับประชาชนเพิ่ม 60,000 คน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนกำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขมากที่สุด ตามกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แม้ว่าช่วงเย็นอาจจะมีฝนตกก็ตาม ทางกอร.พระราชพิธีฯ ได้จัดเตรียมร่มอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและอยากให้ประชาชน ช่วยเตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝนมาด้วย

"สำหรับพื้นที่ที่ กอร.พระราชพิธีฯ พิจารณาจะขยายรองรับพี่น้องประชาชนที่หลั่งไหลมามากนั้น ทางเราได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว โดยจะประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบอีกทั้ง อย่างไรก็ตามทางกอร.พระราชพิธีฯ ได้ประเมินตัวเลขประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธี ส่วนกลาง ประมาณ 250,000 คน "

พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การขยายพื้นที่เพื่อรองรับ ประชาชนตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใย ว่า พล.อ. ประวิตร สั่งการให้เปิดพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณติดกำแพง พระบรมมหาราชวัง ด้านถนนมหาราช ถนนท้ายวัง และถนนที่ผ่านหน้าวงเวียนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน(นรด.) จนมาถึงศาลหลักเมือง นอกจากนี้ยังรวมถึงฟุตบาทในพื้นที่สนามหลวงด้วย เมื่อเปิดพื้นที่ดังกล่าวแล้วสามารถรองรับประชาชนได้ถึง 110,000 คน จากเดิมรองรับได้เพียง 50,000 คน

**ผู้ว่าฯกทม.นำดอกไม้ตกแต่งสองข้างทาง

เช้าวานนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ไปตรวจเยี่ยมการปรับภูมิทัศน์และตกแต่ง ถนนพิษณุโลก บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลและบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ โดยมีการนำกล้วยไม้ ดอกไม้ต่างๆรวมถึงดอกดาวเรือง มาตกแต่งสองข้างทางเพื่อความสวยงาม

ทั้งนี้ ทางกทม.ได้ปรับภูมิทัศน์ทางเท้าสองฝั่งของ 6 เส้นทาง ประกอบด้วย ถนนราชดำเนินนอก ราชดำเนินกลาง และราชดำเนินใน เส้นทางเสด็จฯ ผ่าน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงถนนพิษณุโลก ที่จะมีแขกสำคัญจากต่างประเทศมาใช้เส้นทางนี้

ส่วนถนนนครสวรรค์ และถนนหลานหลวง ที่ปิดการจราจร โดยประชาชนจะเดินผ่านเส้นทางนี้ก็จะมีการตกแต่งสองข้างทางเพื่อให้ประชาชนได้ชมระหว่างเดิน ถือเป็นการลดความเหนื่อยล้าลง ทั้งนี้ ทาง กทม.จะเร่งปรับภูมิทัศน์ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 14.00 น. ส่วนถนนนราชดำเนินนอกจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 20.00 น.

**สื่อนอกทึ่ง!พสกนิกรไทยปักหลักสู้สายฝน

รายงานข่าวของรอยเตอร์ ระบุว่า พระราชพิธีทางศาสนาพุทธมีกำหนดเริ่มต้นขึ้นใน วันพุธ (25 ต.ค.) หลังจากใช้เวลาตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ นานเกือบ 1 ปี

รอยเตอร์ระบุว่า ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาถึงบริเวณงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1 วัน ในขณะที่คาดหมายว่าจะมีพสกนิกรชาวไทยเดินทางมาร่วมพระราชพิธีฯ มากถึง 250,000 คน ทั้งนี้ได้มีการตั้งเต็นท์สภาพง่อนแง่นโดยรอบ เพื่อเป็นหลบฝนแก่พสกนิกรที่มาร่วมงาน

สำนักข่าวแห่งนี้ ระบุต่อว่า โรงแรมต่างๆ ในย่านเมืองเก่าแถบนี้ถูกจองเต็มเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และรัฐบาลประกาศให้งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันหยุดราชการ

รายงานข่าวของรอยเตอร์ ระบุว่า แม้ว่าพระราชพิธีฯ ยังไม่เริ่มต้นขึ้น แต่พสกนิกรจำนวนมาก ต่างมารวมตัวกันจับจองที่ ด้วยน้ำตา และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในนั้นคือ เฉลิมพร แพรบุตร หญิงชราวัย 72 ปี จากภาคเหนือ ที่อาศัยหลบฝนจากเต็นท์ชั่วคราว ที่ทำจากเศษผ้า และผูกด้วยเชือก แสดงถึงความตั้งใจมาถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายแด่กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของเธอ

“ยายเดินทางมาตั้งแต่ 2 วันก่อนแล้ว เพื่อยายจะได้เลือกจุดดีๆ”เธอบอกกับรอยเตอร์ “เราสู้กับฝนแค่ไม่กี่วัน มันมีค่ามาก หากว่าเราได้ใกล้ชิดกับกระองค์เป็นครั้งสุดท้าย”

ตำรวจเปิดเผยในคืนวันอังคาร (24 ต.ค.) ว่า มีประชาชนประมาณ 1,000 คน ปักหลักค้างคืนท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยบางคนมีแค่เสื้อกันฝนพลาสติก ปกป้องตนเองเท่านั้น

**ตร.ประสานจุดคัดกรองสแกนบุคคลตามหมายจับ

เวลา 10.00 น.วานนี้ (25ต.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางมาตรวจความพร้อมที่สถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อกำชับการดูแลความปลอดภัยประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมชมการสาธิตวิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำ โดยชุดมนุษย์กบ ตำรวจน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนสัญจรมาทางน้ำจำนวนมาก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า นอกจากการดูแลความปลอดภัยประชาชนทางน้ำ และอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรในการเดินทางความมายังงานพระราชพิธีฯ โดยจะเน้นการดูแลความปลอดภัย และป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งได้มอบหมายให้มีการประสานกับจุดคัดกรองประชาชนทั้ง 9 จุด รอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ในการแจ้งเตือนบุคคลตามหมายจับ ซึ่งมีกว่า 10,000 หมาย โดยเป็นผู้ต้องหาในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอชายแดนใต้ เพื่อป้องกันกลุ่มดังกล่าวเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้น และหากเจ้าหน้าที่พบบุคคลดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ ก็จะดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

**เปิดตึกสันติไมตรีรับรองบุคคลสำคัญ

วานนี้ (25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เร่งจัดเตรียมความพร้อมของตึกสันติไมตรี ซึ่งจะใช้เป็นที่รับรองและเป็นจุดพักรับรองบุคคลสำคัญต่างๆ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งในส่วนของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส ผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประธานองค์กร และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆในวันที่ 26 ต.ค.

ทั้งนี้ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก นอกเหนือการจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้แล้ว ยังได้มีการปรับปรุงในส่วนต่างๆ ทั้งการติดตั้งโคมไฟเพิ่ม ติดตั้งจอแอลอีดี ขนาด 8 คูณ 2.88 ม.โดยวันเดียวกันนี้ ได้มีการเปิดทดลองใช้จอแอลอีดี และในวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดให้ชมถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

ในส่วนของวันที่ 26 ต.ค. เวลา 05.00 น. นายกฯ พร้อมคู่สมรส จะเดินทางมาขึ้นรถที่ทำเนียบฯ เพื่อเดินทางไปยัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 05.30 น. จากนั้นเวลา 05.45 น. ครม.พร้อมคู่สมรส ประธาน สนช. ประธานศาลฎีกา ผู้บัญชาการเหล่าทัพ จะออกเดินทางจากทำเนียบรัฐบาลไปยังพระที่นั่งทรงธรรม หน้าพระเมรุมาศ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย จะเป็นส่วนของอดีตนายกฯ ประธานศาล ประธานองค์กรอิสะ ผู้ว่าฯธปท.ผู้นำศาสนา ปลัดกระทรวงรวม 419 คน ที่จะเดินทางออกทำเนียบฯ ในเวลา 13.30 น.ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม

**การแสดงมหรสพมีความพร้อม

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพร้อมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่า ขณะนี้ทุกอย่างพร้อมเรียบร้อยหมดแล้ว รวมถึงการแสดงมหรสพสมโภชในพระราชพิธี ทั้ง 4 เวทีด้วย ซึ่งทุกอย่างเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่ร่วมกันจัดงานถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ประชาชนที่ตั้งใจจะเดินทางไปร่วมพระราชพิธี อาจจะได้รับความลำบากเล็กน้อย เนื่องจากต้องมีการตรวจตราด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการเพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมพระราชพิธีได้จำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเบาะรองนั่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่ประชาชนด้านใน ในส่วนของด้านนอก รัฐบาลก็จะพยายามดูแลให้ทั่วถึง ทั้งนี้การกางเต็นท์จะทำให้พื้นที่บริเวณงานแคบลง จึงต้องร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ดีที่สุด

*** พสกนิกรแห่ร่วมพระราชพิธีล้นหลาม

ด้านบรรยากาศประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยเดินทางมายังพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามหลวง เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยกระจายปักหลัก ณ จุดคัดกรองต่างๆ จำนวนมาก ทำให้ท้ายแถวยาวไปเป็นหลายกิโลเมตร แม้จะมีการเปิดจุดคัดกรองเพิ่มอีก 20 จุด เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ