xs
xsm
sm
md
lg

ร.10รับสั่งเตรียมเบาะอำนวยความสะดวกปชช.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน 360 - สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมโกศไปประดิษฐานยังพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 26 ต.ค.นี้ พร้อมรับสั่งให้จัดเตรียมเบาะรองนั่งให้ประชาชนตามเส้นทางที่ริ้วขบวนฯยาตราผ่าน สมเด็จพระเทพฯ ทรงแทงหยวกฝีพระหัตถ์ลายซุ้มบันแถลง ประดับพระจิตกาธาน บัวแก้วระบุ 42 ประเทศตอบรับร่วมงานพระราชพิธี

วานนี้ 24 ตุลาคม 2560 สำนักพระราชวัง เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้

วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 07.00 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาในการพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เสด็จมาถึงยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารทรงทอดผ้าไตร ก่อนอัญเชิญพระบรมโกศ พระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลื้องพระโกศทองใหญ่ เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน ที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯตามไปส่งที่ชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขเหนือ อัญเชิญพระบรมโกศด้วยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง ถวายนพปฏลมหาเฉวตฉัตรคันดาลกางกั้น แล้วยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วย

เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศถึงยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้านเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป อัญเชิญพระบรมโกศ ขึ้นประดิษฐานในบุษบก พระมหาพิชัยราชรถ ยาตราขบวนแห่อัญเชิญพระบรมโกศไปยังพระเมรุมาศท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระดำเนินตาม

เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญพระบรมโกศเข้าสู่ท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับรอที่พลับพลายก นอกราชวัติพระเมรุมาศ เมื่อเทียบพระมหาพิชัยราชรถ อัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระบรมโกศบนราชรถปืนใหญ่ เพื่อตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศสำหรับเวียนพระเมรุมาศ เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศครบ 3 รอบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯไปประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน ปิดพระฉากและพระวิสูตร ประกอบพระโกศจันทน์ ตั้งแต่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดพระฉากพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ เสด็จลงจากพระเมรุมาศ เสด็จขึ้นผ่านพระที่นั่งทรงธรรมไปประทับรถยนต์พระที่นั่งหลังพระที่นั่งทรงธรรมเสด็จพระราชดำเนินกลับฯ

ต่อมาเวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายัง พระที่นั่งทรงธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพทรงธรรมที่พระเมรุมาศ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนา จบ พระราชาคณะ 50 รูป สวดศราทธพรตถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์ และพระสงฆ์ที่สวดศนาทธพรต สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พาน ผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ถวายความเคารพแล้วเดินออกจากมณฑลพิธี

เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ เป่าแตรนอน และยิงปืนเล็กยาว 9 นัดพร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรติ 21 นัดเสด็จฯไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม จากนั้นพระราชทานพระราชานุญาตให้ สมเด็จพระสังฆราช สมด็จพระราชาคณะ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ฯลฯ ขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพตามลำดับ หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฎิสันถารกับพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

เวลา 20.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รุป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ปิดพระฉากปิดพระวิสูตร เพื่อเตรียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 22.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฎิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์ เสร็จแล้วเสด็จฯกลับ

*** สมเด็จพระเทพฯ ทรงแทงหยวกฝีพระหัตถ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ที่โรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง เป็นการส่วนพระองค์ มาทอดพระเนตรการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของช่างราชสำนักและช่างแทงหยวกท้องถิ่น 4 ภูมิภาค และนักศึกษาวิชาช่างแทงหยวกจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) และ ตัวแทนช่างฝีมือจากสถาบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้ง 4 ภูมิภาค เฝ้าฯ รับเสด็จ

ทั้งนี้กำหนดการการจัดทำเครื่องประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ งานแทงหยวก งานเครื่องสด และงานช่างดอกไม้สด จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ในวันที่ 25 ต.ค. ภายในเวลา 05.30 น. พร้อมนำขึ้นติดตั้งประกอบพระจิตกาธานที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน

เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ถึงโรงโขน ทรงประกอบเกสรชั้นในของดอกปาริชาต ประกอบด้วยดอกไม้ไหว 2 ดอก ดอกไม้เฟื่อง 2 ดอก ซึ่งเกสรชั้นในนี้เรียกว่านพรัตน์ 9 ดวง ประกอบด้วยอัญมณี 9 ชนิด ได้แก่ เพชรน้ำหนัก 2 สตางค์ ล้อมรอบด้วยทับทิม บุษราคัม มรกต มุกดา นิล โกเมน เพทาย และไพฑูรย์ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำดอกปาริชาต ก่อนนำไปประดับพระจิตกาธาน ต่อจากนั้นเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานอื่นๆ อาทิ การร้อยกรองใบแก้ว การทำดอกปาริชาตสด จากนั้นเสด็จฯไปยังด้านข้างของโรงโขน ทอดพระเนตรการแทงหยวกจากช่างหลวงและช่างพื้นถิ่น 4 ภูมิภาค ในการนี้ทรงแทงหยวกฝีพระหัตถ์ลายซุ้มบันแถลง ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของเรือนยอดที่ 9
ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งกับเหล่าคณะช่างฝีมือว่า “ขอบคุณทุกคนที่มาช่วย จะบอกว่าเด็กๆ ก็ไม่ใช่ เพราะมีทุกช่วงวัย ก็ได้ช่วยกันทำอย่างทั่วถึง”

*** ประชาชนจับจองพื้นที่ล่วงหน้าแน่นขนัด

ด้านบรรยากาศบริเวณหน้าโรงแรมรอแยล รัตนโกสินทร์ จุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าเพื่อจับจองพื้นที่เข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 22 ตุลาคม ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างเข้ามาจับจองพื้นที่ริมทางเท้าริมคลองหลอดกันอย่างแน่นขนัด ยาวไปตามถนนราชดำเนินในไปจนถึงบริเวณแยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่จึงได้ปัดแถวให้มาต่อบริเวณถนนอัษฎางค์ต่อเนื่องไปจนสะพานช้างโรงสี ประชาชนแต่ละคนได้นำเอาผ้าใบมาปูนั่ง มีร่มกางเพื่อกันแดดและฝน บางส่วนยังได้นำเอาเต็นท์มากางเพื่อนอนพักแรมด้วย

*** ในหลวงรับสั่งเตรียมเบาะรองนั่งให้ประชาชน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะไม่ได้รับความสะดวกสบาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาเบาะรองนั่งแก่ประชาชน โดยรอบทุ่งพระเมรุ ตามเส้นทางที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศยาตราผ่าน เพื่อให้ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมกราบถวายสักการะพระบรมศพ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สู่สวรรคาลัย

*** นายกฯ ซาบซึ้งคนไทยตั้งใจร่วมพระราชพิธี

วานนี้ (24ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังประชุมครม.ว่า ต้องขอขอบคุณสื่อทั้งหลายในช่วงนี้ ที่ได้ช่วยกันเผยแพร่ถ่ายทอดงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับความพร้อมในการเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบในการเตรียมตัว ยังคงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการอำนวยการและคณะอนุกรรมการแต่ละคณะ จะชี้แจงในทุกๆประเด็น ยืนยันว่า วันนี้มีความพร้อมในทุกพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้ตรวจสอบความมั่นคง ปลอดภัย ความแข็งแรง และตรวจสอบการเตรียมแผนรองรับทั้งหมดที่เตรียมไว้ จนกว่าจะถึงวันเวลาจริง และผ่านงานพระราชพิธีไปแล้ว ตามหมายกำหนดการ

ในส่วนของประชาชนนั้น ตนขอบคุณและซาบซึ้ง ซึ่งตนไปร่วมในพิธีซ้อมริ้วขบวนใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้เห็นแววตา เห็นความตั้งใจของประชาชน ตรงนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานความห่วงใย และกำลังใจลงมา เพราะทุกคนมีความตั้งใจในการเดินทางเข้าร่วมงานพระราชพีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน ถึงแม้อากาศจะร้อน ทุกคนก็ต้องมารอเป็นเวลานาน ตรงนี้รัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชน ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการให้ประชาชนมีความพึงพอใจ ให้ประชาชนมีความสุขให้มากที่สุดในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าว ขอขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร ที่มีทั้งอาสาสมัครมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่บริการฟรี เป็นตัวอย่างในการทำความดีเพื่อแผ่นดิน เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็ขอให้ทำต่อไปต่อเนื่อง ทำความดีคนละอย่างสองอย่าง ประเทศจะดีขึ้นมาเอง สังคมก็จะดีขึ้น

** 42 ประเทศตอบรับร่วมงานพระราชพิธี

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึง จำนวนแขกสำคัญจากต่างประเทศ ที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. ว่า ล่าสุดมีการตอบรับเข้าร่วมงานพระราชพิธีจำนวน 42 ประเทศ แบ่งเป็นราชวงศ์จากประเทศต่างๆ 15 ประเทศ โดยคาดว่า จะไม่มีเพิ่มเติมจากนี้ เนื่องจากต้องมีการเตรียมการซักซ้อมพระราชพิธี สำหรับพิธีการถวายดอกไม้จันทน์ในสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ที่เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมงนั้น จะต้องกำหนดจัดพิธีในเวลาที่เหมาะสม โดยจะไม่ดำเนินการก่อนเวลาในประเทศไทย แม้เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทยก็ตาม ทั้งนี้ พิธีในวันที่ 26 ต.ค. ในประเทศไทยตามกำหนดการณ์จะตรงกับเวลา 17.30 น.