xs
sm
md
lg

ปฏิรูปสงฆ์..ทหารต้องอายพระ

เผยแพร่:


พุทธศาสนิกชนกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงในวงการสงฆ์แทบตาไม่กะพริบ หลังจากพระมหาเถระและเจ้าคณะปกครองเขตต่างๆ มีคำสั่งถึงเจ้าคณะเขตในแต่ละพื้นที่ห้ามประกอบธุรกรรมในลักษณะพุทธพาณิชย์ และห้ามแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะกับบรรพชิต

คำสั่งที่ออกมาเป็นการจัดระเบียบพระครั้งสำคัญ เพื่อให้ภิกษุทั่วประเทศหันกลับสู่ธรรมวินัย ละเลิกในลาภ ยศ สรรเสริญ และกิเลสตัณหาทั้งปวง

ข้อห้ามหลักๆ ที่พระสงฆ์ต้องปฏิบัติประกอบด้วย ห้ามโฆษณาจัดสร้างพระบูชา วัตถุมงคล เทวรูป ห้ามจำหน่ายในพระอุโบสถหรืออุโบสถ งดใช้โซเชียลมีเดีย กดไลค์ กดแชร์ โพสต์ภาพ งดวิพากษ์วิจารณ์การเมือง ห้ามยั่วยุ ปลุกปั่น ก้าวร้าว อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

คำสั่งพระชั้นผู้ใหญ่ระดับพระเถระและเจ้าคณะปกครองฯ เหมือนคำประกาศิต เพราะวัดทั่วประเทศตอบรับทันที ไม่มีวัดใดแข็งขืน หรือเคลื่อนไหวต่อต้าน

วัดที่ดำเนินธุรกรรมเป็นพุทธพาณิชย์มายาวนาน มีชื่อกระฉ่อนในการจัดสร้างวัตถุมงคล โฆษณาจำหน่ายกันโจ๋งครึ่ม เปิดแผงให้เช่ากันในวัดอย่างเอิกเกริกนานนับสิบปี ประกาศหยุดกิจกรรมในการหารายได้

แม้แต่พระเกจิชื่อดังระดับเจ้าคุณ มีลูกศิษย์เป็นคนใหญ่คนโต มีพฤติกรรมเป็นพระผู้กว้างขวาง สร้างภาพอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ยังต้องประกาศยุติบทบาทการเสกเป่าคาถาอาคม

ประชาชนทั่วประเทศรอการปฏิรูปคณะสงฆ์มานานแล้ว เพราะทนเห็นศาสนาเสื่อมไม่ไหว และเป็นความเสื่อมที่เกิดจากอลัชชีที่แฝงเข้ามาในแวดวงสงฆ์ และไม่มีใครใส่ใจจัดการกับอลัชชีเหล่านี้

พระควรมุ่งเผยแผ่พระพุทธศาสนา สั่งสอนธรรมะ ปลูกฝังศีลธรรม คุณธรรมความดีงามให้ญาติโยม เตือนสติให้ละเลิกในกิเลสตัณหา งดเว้นก่อกรรมชั่วและลดในความโลภ แต่พระส่วนหนึ่งกลับเต็มไปด้วยกิเลสตัณหาเสียเอง

พระบางรูปเสพเมถุน ดื่มสุรา บางส่วนเป็นพระวัตถุนิยม สะสมสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพย์สิน พระบางส่วนกอบโกยความมั่งคั่ง บางส่วนฝักใฝ่การเมือง แสวงหาอำนาจและตำแหน่ง

วัดหลายแห่งดำเนินธุรกรรมพุทธพาณิชย์สุดโต่ง บางส่วนมอมเมาให้งมงายในวัตถุนิยม ตั้งตัวเป็นเกจิมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ พาคนไปสวรรค์ สักยันต์ ใบ้หวย เป่าเสกคาถา

อลัชชีที่แฝงตัวเป็นพระ โกนหัวห่มผ้าเหลืองเพื่อหาช่องทางประกอบอาชีพอยู่ตามวัดต่างๆ ทำให้พุทธศาสนิกชนเอือมระอากับพฤติกรรม ไม่อยากไหว้พระ และหันหลังให้วัด

เพราะวัดไม่ใช่สถานที่สงบจิตใจ หรือสถานที่ปฏิบัติธรรมอีกต่อไป แต่วัดกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดความสลดหดหู่

มีแต่พระนักธุรกิจอาศัยอยู่เต็มไปหมด มีแต่ธุรกรรมในเชิงพุทธพาณิชย์ กิจกรรมส่วนใหญ่มุ่งไปสู่การหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นงานบวชหรืองานศพ ขายวัตถุมงคล

ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดกล้าผ่าตัดพระ ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการยึดอำนาจก็ตาม จนประชาชนสิ้นหวังกับการปฏิรูปคณะสงฆ์ไปแล้ว

แต่สิ่งดีในพุทธศาสนากำลังเกิดขึ้น ความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการปฏิรูปคณะสงฆ์กลับมาอีกครั้ง นับตั้งแต่คำสั่งย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับมาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตามเดิม ตามด้วยคำสั่งจัดระเบียบพระทั่วประเทศ

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยให้อลัชชีครอบงำวงการสงฆ์มานานแล้ว ปล่อยให้พระที่ฝักใฝ่การเมืองเคลื่อนไหว ปลุกระดมพระและมวลชนชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และเผชิญหน้ากับทหาร จนบรรดาเจ้าคุณบางส่วนเกิดความเหิมเกริม สร้างอำนาจต่อรองกับรัฐบาล

การปฏิรูปคณะสงฆ์ควรเกิดขึ้นตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจ แต่ทหารกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับเหล่าอลัชชี จนพระชั้นผู้ใหญ่ ต้องลงมาจัดระเบียบพระสงฆ์ทั่วประเทศ เพื่อหยุดยั้งความเสื่อมศรัทธาในศาสนา

วงการสงฆ์เริ่มต้นสู่การปฏิรูปอย่างจริงจังแล้ว ท่ามกลางเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นของประชาชนทั่วประเทศ และประชาชนก็ต้องการเห็นการปฏิรูปในภาคส่วนอื่นๆ ตามมา

ยังไม่สายเกินไปที่พล.อ.ประยุทธ์จะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง โดยนำเอาการปฏิรูปคณะสงฆ์เป็นต้นแบบ

ไม่เคยมีใครคิดว่า การปฏิรูปคณะสงฆ์จะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ และเป็นการปฏิรูปที่เห็นผลในทางปฏิบัติอย่างฉับไว

การปฏิรูปการเมือง หรือการปฏิรูปตำรวจนั้น ประชาชนคาดหวังว่า จะต้องเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แต่รอมากว่า 3 ปีแล้ว ยังไม่มีการปฏิรูปอะไรเลย ตำรวจก็ไม่กล้าปฏิรูป การเมืองก็ไม่เร่งปฏิรูป

เป็นทหารถืออาวุธครบมือแท้ๆ แต่ปฏิรูปอะไรไม่ได้สักเรื่อง ไม่อายพระบ้างหรือไง
กำลังโหลดความคิดเห็น...