เริ่มมีคำถามกันแล้ว ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ มีความแตกต่างอย่างไรกับยุคนายทักษิณ ชินวัตร ครองอำนาจ ในเมื่อสารพัดปัญหาของประเทศ ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนกัน
การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูดีมาก ขณะที่ คสช.ทำให้ประชาชนเกิดความหวังใหม่ และตั้งความคาดหวังกันว่า ประเทศจะได้รับการปฏิรูปอย่างจริงจัง
รัฐบาลนายทักษิณและรัฐบาลหุ่นเชิด ก่อเรื่องชั่วร้ายอะไรไว้บ้าง ทำไมประชาชนต้องลุกฮือขึ้นมาขับไล่ คสช.รู้เห็นมาตลอด ทุกคนจึงเชื่อว่า รัฐบาลทหารจะไม่ต้องเสียเวลาในการฟื้นฟูบูรณะประเทศที่บอบช้ำจากยุค “ทักษิณ”
แต่ 3 ปีผ่านไป รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ปฏิรูปอย่างเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่เรื่องเดียว นอกจากนั้นพฤติกรรมการบริหารประเทศ กำลังย่ำรอยเดียวกับรัฐบาลทักษิณอีกด้วย
พล.อ.ประยุทธ์กลายเป็นผู้นำที่ไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ได้ แม้จะเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความปรารถนาดีก็ตาม ไม่แตกต่างจากนายทักษิณ ที่ปิดกั้นการรับฟังคำเสนอแนะของประชาชน
โครงการลงทุนขนาดใหญ่ถูกตั้งข้อสงสัยในความไม่โปร่งใส่ ไม่ว่าโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-โคราช วงเงินเกือบ 180,000 ล้านบาท ซึ่งวิจารณ์กันสนั่นเมือง แต่รัฐบาลไม่สนใจเสียงคัดค้านใดๆ
การจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ไม่ว่ารถถัง เรือดำน้ำ หรือเครื่องบิน แม้จะมีข้อโต้แย้งถึงความไม่เหมาะสม ความไม่จำเป็น แต่รัฐบาลยืนกรานจะซื้อ ก่อภาระหนี้ผูกพันให้ประชาชนจนได้
การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งประชาชนเรียกร้องมายาวนาน ทวงถามมาตลอด แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นแก้ปัญหาตำรวจมาตั้งแต่ต้น และเมื่อจำเป็นต้องปฏิรูปตำรวจ ก็ปฏิรูปอย่างเสียไม่ได้ จนไม่มีใครเชื่อว่า
ตำรวจจะถูกปฏิรูปจริงในรัฐบาล คสช.
รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย เพื่อล้างมลทิน ฟอกตัวให้นายทักษิณและพวกพ้อง จนนำไปสู่การลุกฮือต่อต้านของประชาชนทั้งประเทศ และทำให้ระบอบทักษิณต้องล่มสลาย
แต่การตัดตอนคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 เลวร้ายไม่น้อยกว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอยของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ความเป็น “วงษ์สุวรรณ” หรือไม่ ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ยื่นอุทธรณ์นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ปล่อยให้พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว รับบทเป็น “แพะ” เพียงคนเดียว
การบริหารประเทศด้วยระบบอุปถัมภ์ในหมู่พวกพ้องบริวารว่านเครือ เหล่าและรุ่นซึ่งนำไปสู่การปกครองในลักษณะกินรวบ การผูกขาดและการสืบทอดอำนาจ จนประเทศเกือบพินาศ ควรต้องปิดฉากไปพร้อมกับระบอบทักษิณ แต่กลับดำรงอยู่ในยุค คสช.
การปล่อยให้นางสาวยิ่งลักษณ์หนีหายเข้ากลีบเมฆ จนป่านนี้ยังไร้ร่องรอย ตรวจสอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน และไม่มีการสอบสวนหาตัวเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันพาหนีอย่างจริงจัง
ไม่มีใครในรัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ มีแต่คนที่ออกมากลบเกลื่อนความรับผิดชอบ กำลังเพิ่มแรงฉุดคะแนนนิยมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้ตกฮวบ
เพราะไม่มีใครเชื่อว่า จะไม่มีคนในรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจในการปล่อยให้นางสาวยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศ
ความแตกต่างระหว่างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีเพียงประเทศสงบขึ้น เพราะ คสช.คุมเข้มห้ามชุมนุมประท้วง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อสีไหนก็ตาม และไม่มีใครเที่ยวนำอาวุธสงครามมาไล่ถล่มใส่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์
แต่อีกความแตกต่างที่ถูกพูดถึงมากขึ้นทุกทีคือ เศรษฐกิจในยุค คสช.ย่ำแย่สุดขีด กำลังซื้อเหือดแห้ง การค้าขายซบเซาอย่างหนัก คนระดับรากหญ้าเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จนเริ่มเกิดการเปรียบเทียบเศรษฐกิจระหว่างยุค “ทักษิณ” กับยุคพล.อ.ประยุทธ์แล้ว
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ดีกว่ารัฐบาลทักษิณตรงไหน วันนี้คำตอบอาจจะยังก้ำกึ่ง แต่อีกไม่กี่วันข้างหน้า ประชาชนทั้งประเทศคงตอบอย่างไม่ลังเล
ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ทบทวนว่า 3 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง อย่าได้ไปโกรธหรือถือโทษใครที่จะคิดถึง “ทักษิณ” กันมากขึ้น