xs
xsm
sm
md
lg

อย่าล้อเล่นกับวิกฤตศรัทธา...

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"โสภณ องค์การณ์"

คณะผู้กุมอำนาจรัฐกำลังเผชิญปัญหาด้านวิกฤตศรัทธา หลังจากปรากฏการณ์  “ปูหนี”  ใช่หรือไม่? คำตอบย่อมหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าใครมีความรักชอบ ชื่นชม ขื่นขมกับผลงานและจุดยืนที่ผ่านมาของผู้กุมอำนาจรัฐหรือไม่ เป็นเรื่องห้ามกันไม่ได้

และต้องบอกว่าไม่ใช่เฉพาะปรากฏการณ์ “ปูหนี” เท่านั้น มีพฤติกรรม ผลงานสะสมมากมาย ด้านบวกก็ไม่ว่าอะไร มีหน้าที่ต้องทำในฐานะรัฐบาลอยู่แล้ว ที่มีเงื่อนงำและด้านลบย่อมมีพลังแรงกล้ากว่าเพราะเป็นที่คาดหมายว่ารัฐบาลต้องทำดี

ต้องเป็นที่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต เจตนา ความน่าศรัทธาเชื่อถือ และประชาชนเชื่อมั่นว่าพฤติกรรมคณะผู้กุมอำนาจย่อมไม่สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง มุ่งกอบโกยผลประโยชน์เพื่อส่วนตนหรือเพื่อเพื่อนพ้องน้องพี่เต็มที่

ต้องบริหารจัดการบ้านเมืองด้วยหลักธรรมาภิบาลให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่อวดอ้างสรรพคุณจนเกินพอดี ปิดบังซ่อนเร้นวาระแอบแฝงเพื่อกลุ่มผลประโยชน์

 เสียงโวยวายว่าผู้กุมอำนาจมุ่งเอาใจกลุ่มนายทุนใหญ่ เจ้าสัว โดยนโยบายต่างๆ การอวยผลประโยชน์สารพัด ใช่ว่าจะเลื่อนลอย ความอ่อนล้าในเศรษฐกิจภาคประชาชนนับวันจะยิ่งรุนแรง มีแต่คนเอาแต่ได้ คนมีตำแหน่ง มีอำนาจไม่รักชาติจริง 

ว่ามาเพียงแค่นี้ รัฐบาลคุณท่านย่อมถูกมองว่าผลงานบวก ลบ หรือเสมอตัวนั้น อย่างใดมีมากกว่า ในการบริหารรัฐบาล ถ้าอยู่แค่เสมอตัว ถือว่าล้มเหลวแล้ว มีตัวอย่างแบบหัวเราะไม่ออก ร่ำไห้ไม่ได้ มีผู้จบปริญญาเอกขั้นดอกเตอร์ทำสิ่งพิสดาร

 ประมาณ 700 ดอกเตอร์เข้าชื่อเป็นคนจน ขอรับบริการ ความช่วยเหลือจากรัฐ ไม่นับพวกปริญญาโทจำนวนหนึ่ง แบบนี้จะให้อธิบายอย่างไรได้ว่าเป็นสภาวะ “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” อย่างที่ว่ากันหรือไม่ หรือเป็นการจ้องเอาแต่ของฟรี 

จิตสำนึก ความอยาก ความอาย ไม่มีหรืออย่างไร หรือยากจนข้นแค้นจริง!

เอาเถอะ มาว่ากันเรื่องวิกฤตศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้ใจ ว่าคนกุมอำนาจปัจจุบันมีหรือไม่ ร้ายแรงแค่ไหน และมีโอกาสฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้หรือไม่ โดยเฉพาะในข้อสงสัยที่ว่าคนของรัฐมีส่วนช่วยเหลือ “ปูหนี”

คนของรัฐ จะเป็นฝ่าย “ปูหนี” หรือฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐก็แล้วแต่ เมื่อปรากฏความพิสดารว่า “ยิ่งลักษณ์ล่องหน” โดยขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าแม่นางหนีไปช่วงไหน ไปอย่างไร เส้นทางไหน และไปไหน ก็ยิ่งเพิ่มความสงสัย

มีเสียงตำหนิว่าระบบข้อมูลข่าวกรอง การติดตามเฝ้าดูแม่นางปูมีปัญหา การกล่าวอ้างว่าต้องลดระดับความเข้มงวดเพราะแรงกดดันจากเสียงวิจารณ์สาธารณะนั้น "ฟังได้" แต่ “ยอมรับไม่ได้”  เพราะการติดตามโดยทางลับทำได้หลายอย่าง

ไม่จำเป็นต้องทำประเจิดประเจ้อ ให้คนถูกติดตามรู้ตัว เรื่องพรรค์นี้ไม่สมควรให้ชาวบ้านธรรมดาไปแนะนำบรรดาสายลับของรัฐว่าควรทำอย่างไร เพราะล้วนแต่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้ว ไม่ได้อยู่ไปวันๆ โดยให้สิ้นเปลืองเงินภาษีชาวบ้านเปล่าๆ ที่บอกว่าเกิดวิกฤตศรัทธา ความเชื่อมั่นนั้น ไม่ต้องมีหลักฐานอะไรมากมาย คำอธิบายเรื่อง “ปูหนี” โดยรองโฆษก โฆษก รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายตำรวจ แม่ทัพนายกอง เจ้าหน้าที่ กูรู กูรู้ สู่รู้ สารพัด รวมคุณท่านผู้นำรัฐบาล ที่ว่ามานั้น…

ไม่เป็นที่ยอมรับโดยสาธารณะโดยรวม แม้จะชี้แจงซ้ำซากกี่ครั้งก็ไม่ละลายความสงสัยว่าคนของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน นั่นเป็นเพราะว่ามีผลตกค้างสะสมในด้านวิกฤตศรัทธามาทุกระยะ โดยพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจในคณะผู้กุมอำนาจรัฐ

จะโทษใครได้ นอกจากตัวเอง เมื่อพูดแล้วชาวบ้านไม่เชื่อ? เท่ากับว่าความน่าเชื่อถือของตัวเองมีปัญหา และไม่ได้เกิดเฉพาะเรื่องนี้ ถ้ามีความน่าศรัทธาเลื่อมใส พูดไม่กี่คำ ชาวบ้านก็เชื่อ การอธิบายไม่กระจ่าง แถมบางคนยังมีลีลาเล่นลิ้นยียวน

ถ้าผู้กุมอำนาจรัฐอยู่ไปโดยปราศจากศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน มีส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ จะอยู่โดยได้รับการสนับสนุน การยอมรับของประชาชนอย่างแท้จริงนับว่าเป็นเรื่องยาก แม้จะไม่ถึงกับทำให้สิ้นอำนาจก็ตาม

 ที่น่าสนใจคือ “ไม่มีใคร” ออกหน้าแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่” มีแต่โบ้ยกันไปมา แถมยังเถียงคนถาม คนสงสัยอีกด้วยว่าจะเอาอะไรกันนักหนา ปัญหาเยอะ ถ้าเป็นอย่างนี้ย่อมไม่แปลก ถ้าวิกฤตศรัทธาลุกลามจนล้มละลายด้านความเชื่อมั่น 

ยังมีอีก ในบางเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ชาวบ้านเห็นได้ชัดว่ามีความพยายามจะช่วยเหลือเจ้านายพระเดชพระคุณ การปลดเจ้าหน้าที่เพราะอิทธิพลแฝงเร้นของพระสงฆ์นักบวชซึ่งไม่พอใจการตรวจสอบเงื่อนงำในพฤติกรรมไม่ซื่อสุจริต

ยังมีเรื่องพลังงาน การแต่งตั้งโยกย้าย การทำโครงการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณมหาศาล การจัดซื้อจัดจ้างสารพัด รวมทั้งการกินรวบในองค์กรต่างๆ

ระดับความนิยมถึงปริ่มน้ำมาโดยตลอด คณะกุมอำนาจก็รู้ แต่คงไม่ใส่ใจ เมื่อมีอำนาจพิเศษ และรู้ว่าประชาชนไม่มีทางแสดงออกในรูปแบบการชุมนุมประท้วงเรียกร้องเพราะได้ประกาศใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมแบบเข้มข้นแล้วนั่นเอง

ถือว่าคณะผู้บริหารมีความมั่นใจว่าจะอยู่รอดผ่านอุปสรรคทุกประเภทได้เพราะฐานอำนาจและพลังกฎหมายแข็งแกร่ง ทั้งยังกุมเงื่อนไขนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีการเลือกตั้งด้วยเหตุอันใดก็ตาม ถือว่ายังอยู่ต่อได้

เว้นแต่ประชาชนไม่พอใจทนไม่ได้ถึงขีดสุด พร้อมจะออกมาเสี่ยงทำผิดกฎหมายถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายจากการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ การจะอยู่โดยไร้ฉันทานุมัติของประชาชนยืดเยื้อจึงเสี่ยงต่อการเป็นเผด็จการเต็มขั้นอย่างยิ่ง

 ผู้กุมอำนาจที่รู้และจดจำประวัติศาสตร์ย่อมไม่ยอมให้เกิดขึ้น เว้นแต่ยอมให้ความลำพอง ผยองในอำนาจ ทำให้ไม่สนใจฟังเสียงประชาชนจนเกิดวิกฤตในชาติ


กำลังโหลดความคิดเห็น...