ผู้จัดการรายวัน360-"บิ๊กตู่"ฉุนกึก "เฮ้ย! ใครจะไปปล่อย จะไปปล่อยได้ยังไง" หลังเจอจี้ถาม "ปล่อยปูหนี" เผยได้สั่งการให้ฝ่ายมั่นคงตรวจสอบแล้ว หนีไปทางไหน ส่วนการถอนพาสปอร์ต เป็นไปตามขั้นตอน เผยเพราะไว้ใจและให้เกียรติเลยเป็นแบบนี้ "บิ๊กป้อม"ปัดด้วย ไม่รู้ ไม่เห็น หนีตอนไหน ตรงไหน เมิน "ศรีสุวรรณ" ฟ้องหละหลวม "วิษณุ"เผย 27 ก.ย. อ่านคำตัดสินหรือไม่ ขึ้นอยู่กับศาล แต่ยังเดินหน้ายึดทรัพย์ได้ "ศรีวราห์"ประชุมจัดชุดไล่ล่า พร้อมประสาน 190 ประเทศหาตัว สั่งสอบ "ผกก.หนุ่ย" รู้เห็นพาหนี "มีชัย"รอดู "บุญทรง" คายข้อมูลสู้คดี หรือยอมตายแทนนาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคสช.พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีและดีลออกนอกประเทศว่า ไม่อยากให้สื่อให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินตรวจสอบต่อไปว่าออกไปนอกประเทศได้อย่างไร ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงตามดูอยู่ว่าเดินทางออกไปได้อย่างไร โดยที่ผ่านมา ก็ทราบดีว่าในเมื่อทุกอย่างยังไม่เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี ก็ยากที่จะติดตามไปทุกที่ เพราะเราก็ให้เกียรติเขา ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เพราะวันหน้ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มันยิ่งกว่านี้ แต่ว่าเรื่องการเข้าออกประเทศก็ต้องไปตรวจสอบ
เมื่อถามว่าความคืบหน้าติดตามตัวไปถึงไหนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เพราะการออกนอกประเทศ ก็ต้องขอรายละเอียดจากกระทรวงการต่างประเทศ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าไม่มี ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราก็ต้องหาทาง ส่วนจะไปประเทศไหนนั้น ตนก็ทราบจากสื่อมวลชน สื่อก็ทราบดีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอยู่ไหน เพราะสื่อก็บอกว่าไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ทางราชการก็ต้องติดต่อกับต่างประเทศ ดังนั้น ใครที่มีข่าวสารข้อมูล ก็ขอให้แจ้งมา ตนจะช่วยตรวจสอบให้
เมื่อถามว่าจะดำเนินการถอนพาสปอร์ตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน เรื่องนี้ต้องดูทางกฎหมายก่อนว่าทำอะไรได้แค่ไหน ตนอยากให้บ้านเมืองสงบ เกิดความปรองดอง และตนก็ไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องเหล่านี้ เพราะตอนนี้กำลังทำอะไรอีกหลายอย่าง
เมื่อถามย้ำว่า คสช. ไม่ได้มีการปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า “เฮ้ย! ใครจะไปปล่อย จะไปปล่อยได้ยังไง ทำไมคิดแบบนี้”
ส่วนกรณีหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเคลื่อนไหวต่างแดนตามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นพี่ชาย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร ก็เหมือนอดีตนายกฯ อีกคนที่เคลื่อนไหวอยู่ คนไทยต้องแยกแยะและเรียนรู้ และคิดได้แล้ว
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะคุม น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไรไม่ให้เขาเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ต้องไปนู่นสหประชาชาติมั้ง นั่นที่ต่างประเทศ บ้านเรายังคุมไม่ได้เลย เพราะสื่อช่วยกันขยายเรื่องนี้ แต่ผมไม่ได้ทะเลาะกับสื่อ ขอให้สื่อช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ”
เมื่อถามว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม เพราะในอดีตเคยทำงานใกล้ชิดกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เพราะคาดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ เพราะตอนเช้ายังคิดว่าเขาจะไปศาลตามกระบวนการ ผมก็ให้เกียรติเขา”
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ได้สั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคงตรวจสอบแล้วว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปทางไหน พร้อมกับยืนยันว่า ไม่ได้ซูเอี๋ยกับใคร และไม่กังวลหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์จะโจมตีรัฐบาลจากนอกประเทศ ส่วนการติดตามตัว ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความหละหลวมของหน่วยงานความมั่นคงที่ปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีนอกประเทศว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามประกบแล้ว ทุกอย่างก็ว่ากันไปตามระเบียบตามกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปประเทศใด และจะขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ก็ยังไม่ทราบอีกเช่นกัน
ส่วนกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการกับ รมว.กลาโหม และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินั้น หากอยากฟ้อง ก็ให้ฟ้องไป ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่แล้ว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปทำบุญที่ไหนจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามตลอด แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาตัดสินคดีถึงปล่อยให้หนีไปได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไรว่าออกไปตอนไหน ตรงไหน เมื่อไร ใครจะไปรู้ โดยกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง เพราะก่อนหน้ายืนยันมาตลอดว่าไม่หนี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าวเป็นวันที่ 27 ก.ย.2560 ว่า หากจำเลยไม่มา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ แต่ไม่ใช่บทบังคับ ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะอ่านคำพิพากษาในวันนั้นเลยหรือไม่ หรืออาจจะเลื่อนอีกก็ได้ เหมือนกับคดีหวยบนดินที่ศาลยังไม่อ่านของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนการยึดทรัพย์ เป็นคนละส่วนกัน เป็นเรื่องที่รอการพิจารณาของศาลปกครอง ขณะที่การถอนพาสปอร์ต เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะพิจารณา
เมื่อถามว่า การหนีคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีโทษเพิ่มหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีแน่ โดยจะมีเพิ่มในส่วนของการหนีคดี
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เรียกประชุมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังศาลออกหมายจับ ได้สั่งการให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ลงประกาศสืบจับ ซึ่ง ทว. ลงประกาศสืบจับผ่านระบบออนไลน์ไปทั่วประเทศไปถึงสถานีตำรวจทุกแห่งและด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศทันที ตั้งแต่ 13.18 น. ของวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเคลื่อนไหว การเดินทางเข้าออกประเทศตามด่านตรวจคนเข้าเมือง ช่องทางธรรมชาติ และให้กองการต่างประเทศ (ตท.) ประสานตำรวจสากล ซึ่งมีสมาชิก 190 ประเทศ เพื่อหาพิกัดของน.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 แล้ว รวมถึงบ้านพักที่เชียงใหม่
ส่วนพ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผู้ช่วยนายเวร (สบ.4 ) ที่ไปติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเกี่ยวข้องในการพาหลบหนีหรือไม่ เป็นเรื่องของตำรวจนครบาลต้องตรวจสอบ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ตอนนี้คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ตัดสิน ต้องรอให้ศาลอ่านคำพิพากษาก่อน หลังจากนั้น ถึงค่อยมาคิดเรื่องอุทธรณ์ ซึ่งใน ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรธ.ได้เขียนไว้ว่า หากจะยื่นอุทธรณ์ จำเลยต้องมายื่นด้วยตัวเองต่อหน้าศาล แม้ร่าง พ.ร.ป.จะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กฎหมายวิธีการพิจารณาคดีอาญาฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้อยู่ ก็มีการบัญญัติเรื่องนี้เอาไว้เช่นกัน
เมื่อถามว่า นายบุญทรง อาจจะยังมีประเด็นที่ยังพูดไม่ได้ ในการขึ้นศาลครั้งแรก ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลต่อการต่อสู้การขึ้นศาลครั้งต่อไปได้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ถึงเวลานี้คนเราต่างก็รักชีวิต เพราะเขาเปิดโอกาสให้ต่อสู้แล้ว ก็ต้องเอาข้อเท็จจริงที่มีมาสู้ ถ้าหากยังมามัวกลัวว่าพูดแล้วจะไปโดนคนนู้น คนนี้ สุดท้ายแล้วตัวเองก็ไม่ได้สู้ แต่เรื่องนี้ก็แล้วแต่คนเหมือนกัน เพราะบางคนอาจจะตายแทนกันได้ ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าเขาจะพิจารณาหลักฐานต่างๆ กันอย่างไร ข้อเท็จจริงอะไรบ้างที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหนี แต่บังเอิญมีคนให้ข้อมูลมาเยอะ ตั้งแต่คืนก่อนหน้า ต่อเนื่องตอนเช้ามืด ก็มีคนส่งข่าวมาว่ามีการหนี ไม่มาศาล ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดว่าใครบอก บอกว่าอย่างไร แต่ได้ซักถามตามสมควร แล้วมีการพูดคุยวิเคราะห์กัน พอประมาณ แปดโมงถึงสิบโมง จึงรู้ว่ามันน่าจะจริงอย่างที่ได้ข่าวมา
วันเดียวกันนี้ นายธนกร แหวกวารี ทนายความของนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงของลูกความแต่ละคน เพื่อขอยื่นประกันตัวใหม่
ส่วนนายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายบุญทรงว่า ขณะนี้ตนทราบเหตุผลศาลฎีกาฯ ไม่ให้ประกันตัวแล้วหลังจากให้ทีมงานเข้าสอบถามรายละเอียดที่ศาลเห็นว่าคดีที่พิพากษามีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี โดยจะนำมาตรวจดูเพื่อจะทำคำร้องขอประกันตัวใหม่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับองค์คณะที่พิจารณาคำร้องขอประกันตัวจำเลยคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีนั้น ประกอบด้วยนายธนฤกษ์ นิติเศรณี เจ้าของสำนวนคดี และผู้พิพากษาในองค์คณะอีก 2 คน โดยการยื่นขอประกันตัวใหม่ ก็ยังเป็นองค์คณะ 3 คนพิจารณาต่อไป โดยหลักการพิจารณาประกันตัวจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 บัญญัติ ประกอบกับประมวลวิธีพิจารณาความอาญา โดยการยื่นประกันตัวใหม่ก็จะต้องมีเหตุเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงความสั่งเดิมได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจขององค์คณะทั้ง 3 คนว่าจะอนุญาตให้ประกันหรือไม่
ด้านสื่อในกัมพูชา รายงานว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ปฏิเสธว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีโดยใช้เส้นทางผ่านกัมพูชา ตามที่สื่อหลายสำนัก ทั้งไทยและต่างประเทศ รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เส้นทางหลบหนีผ่านเกาะกง บินไปยังสิงคโปร์
ขณะที่สื่อต่างประเทศอย่างรอยเตอร์ รายงานว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจหลบหนี ส่งผลให้ขบวนการประชานิยมที่ครอบงำการเมืองไทยมานานนับ 10 ปี ตกอยู่ในสภาพไร้ผู้นำและเสียขวัญกำลังใจ ซึ่งน่าจะเป็น “ทางออก” ที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาล คสช. ในเวลานี้
พล.ท.วีรชัย อินทุโศภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด ) กล่าวถึง กรณี "น้องไปป์" หรือนายศุภเสกข์ อมรฉัตร จะเข้ารับการปฐมนิเทศนักศึกษาวิชาทหาร ว่า เป็นเรื่องปกติที่นายศุภเสกข์ จะเข้าเรียนนักศึกษาวิชาทหาร เพราะเมื่อถึงเกณฑ์กำหนด ก็จะต้องเข้ารับการศึกษา ส่วนที่ข่าวว่าน้องไปป์ จะเดินทางไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด แต่ถ้าจะไป ก็ต้องทำเรื่องเหมือนกับบุคคลทั่วไปที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งการเรียน รด. อาจจะเรียนต่อเนื่องหรือเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน แต่หลักสูตรคือ จะต้องเรียนให้ครบ 80 ชั่วโมงต่อ 1 ชั้นเรียน


