xs
xsm
sm
md
lg

จะปราบโกงจริง ใช้เพียงสรรพากรก็พอ...

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"โสภณ องค์การณ์"
บ้านนี้เมืองนี้พิธีกรรมเยอะ เรืองเยอะ จะทำอะไรสำคัญต้องสิ้นเปลืองทรัพยากร ผลสุดท้ายก็ไม่ได้เรื่องตามความต้องการ เป็นมหกรรมผักชีโรยหน้า ไม่พัฒนาไปไหนไกล ปัญหาการทุจริตติดอันดับโลกทั้งๆ ที่มีกฎหมาย องค์กรต่างๆ ปราบโกงเยอะ

มีกฎหมายสารพัดเพื่อเล็งจัดการคนโกง เมื่อองค์กรเดียวทำไมไม่ได้ผล มีปัญหาเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน หรือโกง ก็ตั้งองค์กรเพิ่มเพื่อปราบโกง เป็นอย่างนี้เหมือนงูกินหาง ทำให้เรามีสารพัดองค์กรปราบโกง แต่การทุจริตยังเฟื่องฟูรุ่งเรือง

แผ่นดินนี้พวกขี้โกงจึงได้ดี ถ้าถูกจับได้ไล่ทันเพราะแรงกดดันของสังคม พวกเดียวกันช่วยเหลือแต่เอาไม่อยู่ ใช้เงินติดสินบนคนมีคนไม่กล้ารับ ต้องใช้วิธีโบราณคือหนี มีตั้งแต่หนีเมื่อมีข้อกล่าวหาชัดเจน หนีก่อนศาลตัดสิน หรือหนีช่วงอุทธรณ์

มีแต่คนรวยขี้โกงเท่านั้นที่หนีคุกรอด ไปอยู่สุขสบายกับเงินโกงต่างประเทศ ไม่รู้สึกอับอาย ไม่ห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แถมยังหน้าด้านใช้วิธีตอแหล อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม นั่นนี่โน่น ทั้งๆ ที่มีเคยพยายามติดสินบนตุลาการแต่ทำไม่สำเร็จ

แบบนี้คงโกงจนสิ้นลมหายใจสุดท้าย เกิดมาใหม่ก็โกงในชาติหน้า!

ถ้าประเทศไทยได้ผู้นำ ผู้บริหารใจซื่อมือสะอาดแท้จริง การปราบโกงไม่ใช่เรื่องยากเย็น ไม่ต้องตั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือองค์กรอื่นๆ ให้มีคดีต้องถูกดองไว้เป็นหมื่นๆ ใช้เวลาหลายปีกว่าจะสรุปคดีฟ้อง หรือไม่ฟ้อง ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา ต้องทนรอ

ประเทศที่มีการพัฒนาด้านระบบกระบวนการตรวจสอบ องค์กรระบบงานด้านยุติธรรมน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ มีประสิทธิภาพนั้น ไม่ต้องมากเรื่อง ใช้เพียงตำรวจ หรือตำรวจหน่วยเฉพาะกิจเพื่อสืบสวน สอบสวน การตรวจสอบเบื้องต้นใช้สรรพากรก็พอ

หน่วยงานสรรพากรซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ควรเป็นองค์กรตรวจสอบการทุจริตที่ได้ผลที่สุด ถ้าเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นมีคนใจซื่อมือสะอาด สุจริต ไม่รับสินบน ผลพลอยได้ตามน้ำ ทวนน้ำหรือรีดไถ ไว้ใจได้

ถ้าทำงานอย่างจริงจัง ไม่มีใครรอดเงื้อมมือสรรพากรไปได้ ดังเช่นในสหรัฐอเมริกามีคำพูดเล่นแต่มีความหมายจริงจังก็คือ “มี 2 อย่างที่คุณไม่สามารถรอดไปได้คือ ความตาย และหน่วยงานไออาร์เอส หรือสรรพากร” นั่นเอง!

หน่วยงานสรรพากรของสหรัฐเรียกว่า Internal Revenue Service ถ้าใครโดนหน่วยนี้สงสัยในพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติ รายได้ไม่สมกับการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบฟุ้งเฟ้อ มีโอกาสโดนดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และติดคุกฐานเลี่ยงภาษี

คนดัง มีชื่อเสียง ดารา นักแสดง แม้แต่เจ้าพ่ออัลคาโปน มาเฟียชิคาโก ก็เข้าปิ้งเพราะคดีเลี่ยงภาษี ไม่มีต่อรอง วิ่งเต้นเส้นสายไม่ได้ เพราะกฎหมายคือกฎหมาย

ดูกันง่ายๆ ถ้าสรรพากรในบ้านเราเห็นใครมีฐานะ ชีวิตความเป็นอยู่สุดหรู มีบ้าน คอนโด หลายสิบล้านบาท มีรถสปอร์ตเอาไว้ขับกรีดกราย เขาจะตรวจสอบทางลับว่ามีหน้าที่การงานอย่างไร รายได้มากน้อยแค่ไหน มีมรดกตกทอดอย่างไรหรือไม่

ถ้าไม่มีงานการทำเป็นหลักฐาน จะดูว่าเป็นนายหน้า อาชีพอิสระ เล่นหุ้น เป็นนักพนันมือเซียน เล่นไม่เคยเสีย มีแต่ได้ นั่นนี่โน่น เจ้าหน้าที่สรรพากรก็จะไปเคาะประตูเคหสถาน ดูชีวิตความเป็นอยู่ และสอบถามเจาะเรื่องแหล่งที่มาของรายได้

เมื่อมีตัวเลขรายได้แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบจำนวนภาษีเงินได้ที่ยื่นชำระในแต่ละปี เทียบกับค่าใช้จ่ายดำรงชีพ หรือต้นทุนชีวิต ว่าเหมาะสมพอดีหรือไม่ ถ้ามีผิดปกติ เช่นไม่มีรายได้ แต่สมบัติเยอะ ไม่มีตัวเลขเสียภาษี หรือเสียแต่น้อย ยุ่งแน่

เจ้าหน้าที่สรรพากรก็ซักถามว่าเอาเงินที่ไหนมาซื้อความสุขสบาย ถ้าตอบแหล่งที่มาได้ ก็จะถามว่าเงินนั้นผ่านการประเมินเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือยัง ผลสุดท้ายตัวเลขจะเป็นตัวฟ้องชัดว่ามีรายได้ หรือเสียภาษีหรือยัง ส่วนใหญ่รอดยาก

ถ้ามาตรการเช่นนี้ถูกนำมาใช้เมืองไทย รัฐบาลจะได้ภาษีเรียกจากพวกร่ำรวยแต่ไม่เสียภาษี หรือเสียแต่น้อย เพราะประเทศไทยได้ชื่อว่าพวกเสียภาษีคือมนุษย์เงินเดือน เลี่ยงไม่ได้ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนเจ้าตัวได้รับเงินมาเข้ากระเป๋าด้วยซ้ำ

ไปเดินตามศูนย์การค้า ที่จอดรถซูเปอร์คาร์ทั้งหลาย รอเจ้าของหรือคนขับออกมา แล้วถามว่ามีรถราคาหลายสิบล้านบาทมาขับ มีรายได้จากไหนไม่ทราบ ถ้ามีงานการ อาชีพทำเงิน ก็จะขอดูตัวเลขการเสียภาษี ถ้ามีหลักฐานแสดงได้ ก็รอดไป

ไปเคาะประตูบ้านใหญ่โต มีรถราคาแพงจอดหลายคัน สอบถามแบบเดียวกัน ก็จะได้เรื่องได้ราวมากกว่าไปนั่งเฝ้าร้านขายก๋วยเตี๋ยว หรือนับไม้หมูสะเต๊ะแน่นอน เพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่ต้องกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวพวกใช้เส้นสายเบ่งทับจนปอดแหก

กรมสรรพากรต้องมีหน่วยงานอารักขา รัฐบาลต้องให้อำนาจเต็มที่ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ในการหารายได้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนว่าทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามรายได้ที่พิสูจน์ได้อย่างแท้จริง ไม่ปล่อยให้มีระบบยิ่งรวยยิ่งเลี่ยงภาษี

ที่น่าเศร้าสุดๆ คือตัวเลขที่มีคนบอกว่าคนไทยเสียภาษีเงินได้มีประมาณ 10 ล้านคนเท่านั้น ในจำนวนประชากรเกือบ 70 ล้านคน รัฐบาลมีหนทางเก็บรายได้อีกเยอะ แต่ไม่กล้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังในกลุ่มข้าราชการตำแหน่งสูง พ่อค้าใหญ่

ในช่วงการรับจำนำข้าว มีเสียงร่ำลือว่าลูกเจ้าของโรงสีซื้อซูเปอร์คาร์ราคา 20-30 กว่าล้านบาทจากบริษัทเจ๊ขาใหญ่มาขับเล่น มิฉะนั้นจะไม่ได้เข้าโครงการรับจำนำเข้า ร่วมโกงกับนักการเมือง ความเสียหายหลายแสนล้านบาทดังเช่นตอนนี้

ในบรรดาผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมือง ใครจะกล้าเอาระบบนี้มาใช้เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้อย่างเต็มที่ ป้องกันการทุจริตอย่างได้ผล ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เล่นด้วย ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอด ไม่กล้าโกง ไม่กล้ารวย อยู่แบบรวยๆ อวดคนอื่นแน่

ยิ่งเป็นข้าราชการ มีแต่เงินเดือน คุณนายหรือคุณสามีไม่ได้เป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน เล่นหุ้น ไม่มีมรดกตกทอด แต่ร่ำรวยเหลือหลาย อยู่คฤหาสน์ใหญ่โต ส่งลูกเรียนเมืองนอก มีเครื่องเพชรประดับตัว รถหรูเต็มบ้าน สอบไม่นานก็รู้ชัด

ถ้าจะเอาจริงก็เริ่มต้นตรวจสอบจากคนในคณะรัฐมนตรีก่อน ว่ามีรายได้มาจากไหนจนร่ำรวย เสียภาษีเงินได้เท่าไหร่ ถ้าอธิบายไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดี ยึดทรัพย์ เอาเข้าคุก แบบนี้มีคุกใหญ่แค่ไหนก็ไม่พอขัง อย่างนี้แหละ เรียกว่าธรรมาภิบาลแท้!


กำลังโหลดความคิดเห็น...