xs
xsm
sm
md
lg

ทำไม NGO สายตระกูล ส ถึงต่อต้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทอง?

เผยแพร่:   โดย: อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


อาจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ผู้อำนวยการศูนย์คลังปัญญาและสารสนเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


1. เราคงต้องยอมรับความจริงว่ารัฐบาลไทยใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินด้านสุขภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกคือราว 18.5 จะน้อยกว่าก็เพียง กรีซ อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย (ก็ลองนึกเอาแล้วกันว่าวิกฤติการคลังสาธารณะ หนี้สาธารณะของกรีซกับอาร์เจนตินาเป็นเยี่ยงไร) งบประมาณบัตรทองนั้นเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาท ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปประเทศคงมีปัญหาประสบวิกฤติ

2. ปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดวิกฤติคือภาวะสังคมผู้สูงอายุเต็มวัย คนเราเมื่อแก่มาก็ต้องเจ็บป่วยและค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ย่อมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ประชากรเรานิ่งๆ มาที่ 65-67 ล้านมาเกือบยี่สิบปีได้แล้วครับผม แสดงว่าโดยส่วนใหญ่แก่ขึ้น เด็กเกิดลดลงจากเคยเกิดปีละเกินล้านประมาณล้านสามล้านสี่ตั้งแต่ปี 2505 จนถึงปี 2535 ตอนนี้เราเหลือเด็กเกิดปีละแค่หกแสนกว่า ประชากรมากไปด้วยคนแก่ คนหนุ่มสาวมีน้อย คนทำงานหาเงินเสียภาษีลดลง คนแก่ต้องใช้จ่ายรักษาพยาบาลเจ็บป่วยมากขึ้น ระบบคงไปไม่ไหว

3. ปัจจัยสำคัญอีกประการคือเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางการแพทย์ไปไวมาก โรคที่เคยรักษาไม่ได้ในอดีตเดี๋ยวนี้ก็รักษาไปได้มาก แต่ปัญหาใหญ่คือที่รักษาได้ ค่าใช้จ่ายก็แพงมากเป็นเงาตามตัว ประเทศไทยเราเองผลิตได้แต่ยาก๊อกแก๊ก ยาดีๆ มีราคา เราได้แค่ตอกเม็ดใส่แคปซูล เนื้อยาหรือ active ingredient นั้นผลิตเองไม่ได้ วัคซีนนั้นได้เงินไปเป็นพันล้านมากว่าสิบปีแล้ว แต่โรงงานวัคซีนของไทยผลิตวัคซีนยังไม่ได้สักหลอด จนเทคโนโลยีล้าสมัยหมดแล้ว จากวัคซีนเชื้อตายสมัยนี้นิยมใช้วัคซีนเชื้อเป็นซึ่งได้ผลกว่า แต่จะว่าไปพี่ไทยก็ยังผลิตไม่ได้สักหลอดเดียว และคงผลิตไม่ได้อีกต่อไป เพราะโรงงานที่ใช้เงินสร้างไปเป็นพันล้านมีเทคโนโลยีล้าสมัยไปแล้วแต่ยังผลิตอะไรไม่ได้สักหลอดเดียว

4. โรงพยาบาลของรัฐทั้งน้อยใหญ่ขาดทุนย่อยยับ เพราะบัตรทองให้สิทธิประโยชน์ปลายเปิด และเปิดไปเรื่อยๆ ดีกว่าประกันสังคมที่ต้องเสียเงินด้วยซ้ำ คนไข้ประกันสังคมบางคนถึงกับต้องไปลาออกจากงานเพื่อให้ได้สิทธิการรักษาบางอย่างของบัตรทอง ที่ประกันสังคมเบิกไม่ได้ แต่บัตรทองไม่ต้องร่วมจ่าย ไม่ต้องทำงาน ได้สิทธิประโยชน์เต็มที่ ปีนี้ขาดทุนหนักจนโรงพยาบาลจะดำเนินการต่อไปไม่ไหวแล้วนายกรัฐมนตรีต้องให้งบกลางมาช่วยห้าพันล้านบาทแต่จะยืดอายุบัตรทองไม่ให้โรงพยาบาลเจ๊ง ไม่มีเงินจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร ค่าน้ำค่าไฟฟ้า และค่ายาไปได้อีกสักแค่ไหน ก็คงไม่นาน ระบบก็คงล้มลง

5. บัตรทองเองมีปัญหาธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง มีผลประโยชน์ทับซ้อนและการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ทักท้วงมาตลอด และ สปสช. อาจจะเป็นหน่วยงานไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่กล้าสวนวินิจฉัย สตง. อย่างรุนแรง ซึ่งปกติหน่วยราชการต่างๆ จะเกรงกลัว สตง. กันมาก น่าแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมจึงกล้าเช่นนั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเองก็เคยวินิจฉัยในเรื่องการใช้เงินไม่ถูกต้องของ สปสช. ลงมา โดยเฉพาะเงินส่วนลดจากการซื้อยา ซึ่ง สปสช. เองละเมิด ทำไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ได้ให้อำนาจให้ทำเช่นนั้น และการใช้เงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐที่ได้ส่วนลดจากองค์การเภสัชกรรมนั้นก็ผิดกฎหมายชัดเจน ที่เอาเงินไปเป็นสวัสดิการพนักงาน สปสช. หรือเอาไปซื้อรถตู้ บางปี สปสช. เคยขอเงินเหล่านี้ไปจากองค์การเภสัชกรรมเป็นเงินถึงร้อยหกสิบล้านบาท ทั้งๆ ที่ควรนำเอากลับไปรักษาประชาชนจึงจะถูกต้อง

6. ปัญหาคือ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดไว้เพียงว่าเลขาธิการ สปสช. เป็นบุคคลตามมาตรา 100 ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. เพียงคนเดียว จริงๆ ควรกำหนดให้เป็นบุคคลในมาตรา 100 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ทุกคนรวมถึงกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกรรมการควบคุมมาตรฐานด้วย ยกเว้นเงินเหล่านั้นจะเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่นำไปให้หน่วยราชการด้วยกันเองทำงานเท่านั้น

7. ลองมาดูกันว่า NGO ตระกูล ส ได้เงินไปจาก สปสช. หรือ สสส. ซึ่งเป็นหน่วยงานตระกูล ส เช่นเดียวกันไปเท่าไหร่บ้าง และนั่งไขว้ตำแหน่งอะไรกันไปบ้าง

อู้ฟู่กันค่อนข้างมาก และน่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและขาดธรรมาภิบาล หากรัฐบาลแก้ไขกฎหมายบัตรทองและกฎหมาย สสส. แล้วจะยังทำกันเช่นนี้ต่อไปได้อีกหรือไม่?

ขอถามด้วยคำถามที่เป็นชื่อบทความว่า ทำไม NGO สายตระกูล ส ถึงต่อต้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทอง?





กำลังโหลดความคิดเห็น...