xs
xsm
sm
md
lg

ก๊วนธัมมี่รุกป่าพังงา "โกถ้อง"ขายให้อดีตเมียเจ้าสัวดัง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เปิดปมที่มาเอกสารสิทธิ นส.3 ก เนื้อที่เกือบ 40 ไร่ ที่ตั้งบ้านหรู 2 หลัง บนสันเขากลางป่าสงวนแห่งชาติควนโต๊ะหลาและแหลมซำ พังงา ในครอบครองของเศรษฐีเมืองภูเก็ตสู่ลูกศิษย์คนสนิท “ธัมมชโย” หลังดีเอสไอตามกลิ่นไล่ล่า สอบพบผิดชัดรุกที่ป่าสงวน แต่ยังไร้เงา”ธัมมี่”จ่อดำเนินคดีท้วงผืนป่าคืนต่อไป

หลังจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ. นำทีมเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่าย บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักตากอากาศหรู 2 หลัง บนสันเขากลางป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและแหลมซำ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เครือข่ายกลุ่มอันดามันได้ร้องเรียนไปยังกระทรวงยุติธรรมว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและแหลมซำ

กระทรวงยุติธรรมจึงได้สั่งการให้ดีเอสไอ เข้าดำเนินการตรวจสอบและดีเอสไอคาดว่าบ้านหลังดังกล่าวน่าจะเป็นที่หลบซ่อนตัวของพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีฟอกเงินและรับของโจร ซึ่งเชื่อมโยงจากคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น

การเข้าตรวจสอบของดีเอสไอในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่ 2 ประเด็นหลัก คือ บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและแหลมซำหรือไม่ การออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงนี้ออกมาได้อย่างไร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และพระธัมมชโยอยู่ในบ้านหลังนี้หรือไม่

ดีเอสไอ พบว่ามีการสร้างบ้านพักตากอากาศหรู 2 หลังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน สามารถมองเห็นวิวเกาะภูเก็ต และอ่าวพังงา ได้อย่างสวยงาม และที่สำคัญบ้านหลังนี้ สร้างอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและแหลมซำ ซึ่งได้ถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 โดยมีเอกสารสิทธิในที่ดินเป็น น.ส.3 ก เลขที่ 1281 แปลงเดียว เนื้อที่ 39 ไร่ ทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาฯ ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก

ต่อมาได้มีการแบ่งแยกเป็น 14 แปลงหลัก และได้มีการรวมแปลงและแบ่งแยกที่ดินออกไปอีกจำนวนหลายแปลง

จากการตรวจสอบยังพบว่า เป็นการออกโดยการเดินสำรวจในช่วงปี 2520 โดยไม่มีหลักฐานของที่ดินเดิม และอ้างว่าปลูกสวนผลไม้มาประมาณ 33 ปี แต่จากการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ในปี พ.ศ.2510 และพ.ศ.2519 พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่า 100% ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ

อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ห้ามออกเอกสารสิทธิในที่เขาหรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ การออก น.ส.3 ก ฉบับดังกล่าว จึงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ครอบครองจึงอยู่ในฐานะของผู้ที่บุกรุกที่ดินของรัฐ ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ

ดีเอสไอ ยังระบุอีก ว่า ผู้ที่บุกรุกขอออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล นายทุน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิ ในการสืบสวนดีเอสไอ พบว่าเป็นนายทุนรายใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยในระดับต้นๆ ของจังหวัดภูเก็ต มีพฤติการณ์ในการบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา หลายแปลง และร่ำรวยจากการค้าขายที่ดินที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีคดีความอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งที่อยู่ในชั้นศาลและอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งทางดีเอไอ จะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและมาตรการด้านกฎหมายฟอกเงิน เข้าไปดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบกับบุคคลดังกล่าวต่อไป และยืนยันว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหาเอาผิด

ทันทีที่มีข่าวออกไปว่า นักธุรกิจเศรษฐีภูเก็ตเป็นเจ้าของที่ดินที่วิ่งออกเอกสารสิทธิ และขายต่อไปให้นายทุนส่วนกลาง ทำให้สังคมจับตามองว่าเศรษฐีรายดังกล่าวเป็นใคร “ผู้จัดการรายวัน 360 องศา” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ ทำให้พบว่ามีกลุ่มนายทุนนักธุรกิจชื่อดังในจังหวัดภูเก็ต เป็นคนยื่นขอออกเอกสารสิทธิ คือกลุ่มของ “นายธวัช ตันติพิริยะกิจ” ได้ขอออก นส.3 ก.มาตั้งแต่เมื่อปี 2520 โดยได้ร่วมมือกับปลัดจังหวัดพังงาในสมัยนั้น ซึ่งต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งในพื้นที่อันดามัน และเจ้าหน้าที่ที่ดิน

การขอออกเอกสารสิทธิในครั้งนั้น ใช้วิธีการเดินสำรวจ โดยไม่มีหลักฐานอื่นมายื่น ซึ่งจริงๆ แล้วตามกฎหมายก็ไม่สามารถที่จะขออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ที่เป็นภูเขาได้ แสดงให้เห็นว่าการออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นการออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แหล่งข่าวระบุต่อว่า ภายหลังจากที่นายธวัชได้ขอออกเอกสารสิทธิ นส.3 ก.ได้สักระยะหนึ่ง ได้มีการแบ่งแยกที่ดินเป็นหลายแปลง และขายต่อให้กับบริษัทที่นายธวัชมีหุ้นอยู่ และขายต่อๆ กันมาจนปัจจุบันมีการสร้างบ้านหรู โดยมีอดีตภรรยาของเจ้าสัวคนดังเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว โดยซื้อในนามของนอมินี

นายธวัช ตันติพิริยะกิจ หรือ “โกถ้อง” เป็นนักธุรกิจเป็นที่รู้จักในสังคมภูเก็ต หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของเมืองใหม่กรุ๊ป ที่ต้นตระกูลทำธุรกิจเหมืองแร่เหมือนๆ กับตระกูลเศรษฐีอื่นๆ ในภูเก็ต ที่บ้านเมืองใหม่ อ.ถลาง

หลังจากหมดยุคเหมืองแร่รุ่งเรืองก็ได้หันมาทำสวนยางพาราและรับซื้อยางพารา เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยได้ร่วมลงทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง ในนามบริษัท แอล.เอช.เมืองใหม่ พัฒนาโครงการบ้านจัดสรร โครงการ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปาร์ค ภูเก็ต ที่ ตำบลฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นโครงการแรกเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา และปัจจุบันได้ขยายไปอีกหลายโครงการในพื้นที่ตำบลฉลองและเกาะแก้ว โดยได้มอบหมายให้ลูกชายเป็นคนดูแลบริหาร

นายธวัช ถือว่าเป็นเศรษฐีภูเก็ตคนหนึ่ง ที่มีแลนด์แบงก์อยู่ในมือหลายๆ แปลง ทั้งใน ภูเก็ต พังงา เช่น ในพื้นที่ฉลอง บ้านเมืองใหม่ จ.ภูเก็ต เขาหลัก เกาะยาวกว่า 500 ไร่ ที่ดินที่ทำธุรกิจบ่อทราย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กว่า 100 ไร่ ทั้งสองแปลงนี้ถูกดีเอสไอ เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งที่อยู่ในชั้นศาลและตรวจสอบ ซึ่งที่ดินที่มีปัญหาถูก ดีเอสไอตรวจสอบนั้น เป็นที่ดินแปลงสวยๆ ติดชายทะเล โดยได้กว้านซื้อมาจากชาวบ้าน หลังจากนั้นก็มาดำเนินการยื่นขอออกเอกสารสิทธิที่ดิน เป็น นส.3 ก.หรือโฉนด และอีกหลายๆ แปลง

แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดนายธวัชรายหนึ่ง ระบุว่า นายธวัชเป็นนายหัวภูเก็ต มีที่ดินอยู่ในมือหลายแปลง โดยกว้านซื้อมาจากชาวบ้านทั้งในพื้นที่ภูเก็ตและพังงามานานแล้ว บางแปลงมีเอกสาร ส.ค.1 หลังจากนั้นก็มาดำเนินการยื่นขอออก นส.3 ก. แล้วขายต่อ ที่ดินแต่ละแปลงซื้อมานานแล้ว มีแปลงใหญ่ๆ ที่ขายให้กับนักลงทุนจากกรุงเทพฯ ทำสนามกอล์ฟก็มี รวมทั้งสร้างโรงแรม และขณะนี้ยังมีที่ดินที่อยู่ในมือของนายธวัชอีกหลายแปลงทั้งในภูเก็ตและพังงา

ส่วนที่ดินแปลงที่ ดีเอสไอเข้าตรวจสอบล่าสุดนี้ แหล่งข่าวระบุว่า ได้กว้านซื้อมาจากชาวบ้าน แล้วไปยื่นขอออกเอกสารสิทธิ ทราบแต่ว่าก่อนหน้านี้ได้ขายให้กับนักลงทุนอสังหาฯยักษใหญ่ที่ได้ร่วมลงทุนโครงการบ้านจัดสรรด้วยกัน เพื่อทำรีสอร์ต เพราะที่ดินตั้งอยู่ในทำเลสวยมากตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม

นี่คืออีกหนึ่งในหลายๆ แปลง ที่นายทุนร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ นำที่ดินในเขตป่ามาออกเอกสารสิทธิขายต่อให้กับกลุ่มนายทุน หลังจากนี้คงจะได้เห็นการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินแปลงนี้ เพื่อทวงคืนผืนป่าต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...