xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กปู"งัด"บิ๊กแป๊ะ" ข้อมูลบึ้มรพ.ไปคนละทาง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360-"บิ๊กป้อม"ยันไม่เป็นอะไรมาก ขอเวลา 10 วันกลับมาฟิตปั๋ง เตรียมเข้าประชุม ครม.วันนี้ พร้อมชูสองนิ้วสู้ ส่วนคดีวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า พูดกันคนละทิศละทาง รองนายกฯ บอกตำรวจเชิญผู้ต้องสงสัยสอบแล้ว 40-50 คน แต่ยังไม่รู้เป็นใคร ผบ.ตร. ยันรู้ตัวมือบึ้มแล้ว ส่วนการตั้งทีม 201 คนทำคดี ไม่ใช่ขี่ช้างจับตั๊กแตน แต่เป็นการขี่ช้างจับช้าง "ศรีวราห์"ไม่ปลื้ม ผลสอบสวนคืบแค่ 20% ระบุนครบาลชี้เป้าผู้ต้องสงสัย 100 กว่าคน สันติบาลส่งมา 80-90 คน ไม่ตรงกันเลย ย้ำยังระบุตัวคนร้ายไม่ได้ มีแค่ผู้ต้องสงสัย หลักฐานยังไม่มากพอออกหมายจับได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่ตำรวจเชิญตัวผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ว่า ถึงวันนี้มีการเชิญตัวมาแล้ว 40-50 คน ที่อาจพัวพันกับเหตุดังกล่าว แต่เรายังไม่รู้ว่ามีใครบ้าง เพราะยังแยกแยะไม่ออก ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ทั้งการสอบสวนและแยกแยะคนออกมาเป็นแต่ละจำพวก เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่า จากแนวโน้มและแรงจูงใจหวังผลทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า แล้วสื่อคิดว่าอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เพราะเหตุเกิดวันที่ 22 พ.ค. และเหตุเกิดที่ห้องวงษ์สุวรรณ รู้สึกอย่างไรที่คนร้ายเจาะจงวางระเบิดที่ห้องดังกล่าว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ห้องนั้นเป็นห้องจ่ายยาแบบทั่วไป ส่วนจะเป็นการส่งสัญญาณอะไรมาถึงตนหรือไม่นั้น ถึงส่งมาตนก็ไม่กังวลใดๆ เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไร

เมื่อถามอีกว่า คิดว่ามีคนภายในโรงพยาบาลเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เเต่ตอนนี้ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันไปหมด ในจำนวน40-50 คนนี้ ต้องไปว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาให้ข้อมูลแล้ว

เมื่อถามว่า เหตุระเบิดจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังการประชุมสภากลาโหมถึงเรื่องสุขภาพว่า ไม่เป็นอะไร เป็นแค่นิดหน่อย ขอเวลา 10 วันก็กลับคืนแล้ว วันนี้ (30 พ.ค.) จะไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แสดงความเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นน้อง เราก็คุยกันทุกวัน

จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นรถเบนซ์ประจำตำแหน่ง เพื่อเดินทางออกจากกระทรวงกลาโหมไปทำงานต่อที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) ทันที โดยเมื่อพล.อ.ประวิตรขึ้นรถแล้วได้ลดกระจกรถลงมา พร้อมกับยิ้ม และชูนิ้วสองให้กับสื่อมวลชน ก่อนเดินทางออกไป

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคนร้ายในคดีนี้ว่า มีความคืบหน้าไปพอสมควร ส่วนสัปดาห์นี้จะสามารถออกหมายจับได้หรือไม่นั้น ถ้ามีพยานหลักฐานก็สามารถออกหมายจับได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีการนำตัวเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 3 คน มาสอบปากคำ เรื่องนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ยังไม่ได้รายงานมา และจะมีคนภายในโรงพยาบาลเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ อยู่ระหว่างสืบสวน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ออกมาระบุว่า นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความผิดหมิ่นสถาบัน และคดีความมั่นคง ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ อาจจะมีความเชื่อมโยงเหตุระเบิดนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า บอกได้แค่ว่าตัวละครใกล้เคียงกัน ที่ผ่านมานายโกตี๋แสดงจุดยืนชัดเจนว่า อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ตรงข้ามสถาบัน คนเหล่านี้ตนไม่ขอพูดถึงดีกว่า ส่วนอดีตนายพลนอกราชการ ที่ถูกพาดพิงก็อยู่กลุ่มฐานข้อมูลเก่าๆ ที่ต้องตรวจสอบ

สำหรับการแต่งตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดีระเบิดกรุงเทพฯ ทั้ง 3 จุด จำนวน 201 คน เป็นการระดมนายตำรวจฝีมือดีที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการทำคดีระเบิด ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นคนดู ทั้งหมดต้องระดมความคิด จึงให้เป็นคณะทำงานชุดใหญ่ ให้แต่ละภาคทำงานกัน ซึ่งได้มอบนโยบายไปให้รอง ผบ.ตร. แล้ว

เมื่อถามว่าตำรวจสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้หรือยังว่ามือระเบิดชื่ออะไร นามสกุลอะไร เป็นใครมาจากไหน ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้ แต่ไม่ขอบอก รายนี้อยู่ในข่ายของเราอยู่แล้ว และกำลังพิสูจน์ทราบว่า คนนำระเบิดมาวางเชื่อมโยงกับทั้ง 3 จุดหรือไม่ อย่างไร

เมื่อถามว่าถ้ามีคนมองว่า กรณีระเบิดในครั้งนี้ ใช้ชุดสืบสวนกว่า 201 นาย เป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน สุดท้ายอาจจับไม่ได้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย มีตั้งหลายคดีที่จับไม่ได้ ไม่ได้ขี่ช้างจับตั๊กแตน เรื่องระเบิดไม่ใช่เรื่องตั๊กแตน แต่เป็นเรื่องช้างมากกว่า เรียกว่าขี่ช้างจับช้างมากกว่า ถ้าจับตั๊กแตนก็จับได้ไปนานแล้ว ผู้สื่อข่าวก็พูดไปเรื่อย

เมื่อถามว่ามั่นใจจะจับช้างได้หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็อยากจะจับได้เหมือนกัน ตำรวจอาจจะเป็นควาญช้างก็ได้ ส่วนช้างจะอยู่ที่ไหน ตนไม่บอก ถ้าบอกช้างก็หนีเข้าป่าไปอีก

วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เป็นประธานการประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี พล.ต.อ.เดชา ช่วยบุญชุม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) และคณะพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน ร่วมประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า การประชุมวันนี้ได้แบ่งงานให้ พล.ต.อ.เดชา เป็นหัวหน้างานด้านสอบสวน พล.ต.อ.สุชาติ เป็นหัวหน้างานด้านสืบสวน ไปจัดสรรแบ่งมอบงานทีมงานทั้งหมด แม้การสืบสวนสอบสวนจะมีความคืบหน้าบ้าง แต่ส่วนตัวพอใจผลการสืบสวนสอบสวนเพียง 20% เท่านั้น ส่วนภาพสเกตช์ที่เป็นข่าวปรากฏในสื่อมวลชนก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ให้คะแนนเป็น 0 เลย ที่พอใจเพียง 20% เนื่องจากชุดทำงานด้านต่างๆ ยังตอบคำถาม ข้อสงสัยไม่ชัดเจน ยอมรับว่าพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ชัดเจนนัก จึงสั่งการให้กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยที่เกี่ยวข้องลงไปดูที่เกิดเหตุที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าอีกครั้ง ไปเก็บหลักฐานเพิ่มให้ละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด และความเชื่อมโยงกับคนร้าย รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานหาไทม์ไลน์ลำดับเวลาการเกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนเท่าที่ควร ยังพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ต้องถามว่าได้อะไรบ้างหรือไม่ กล้องรุ่นโบราณก็ไม่รู้จะได้อะไรบ้าง

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่ารู้ตัวคนร้ายแล้ว พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ในการสืบสวนสอบสวนของชุดทำงานนี้ ยังไม่มี พบเฉพาะผู้ต้องสงสัย ก็มีบ้างที่พอจะทราบ แต่คงเอาข้อมูลที่มีไปขออนุมัติหมายจับไม่ได้ บางทีคนสติไม่ดีมาชี้ว่าคนนั้นคนนี้ทำ ต้องถามว่าเชื่อได้หรือ ศาลจะฟัง ออกหมายจับให้หรือ ต่อให้ใครมาอ้างว่าตัวเองทำก็ยังออกหมายจับไม่ได้ หากไม่มีหลักฐาน ตอนนี้ในส่วนของตัวคนร้ายนั้น ยังไม่ชัดเจนพอที่จะออกหมายจับใคร ตำรวจออกหมายจับเองไม่ได้ หรือถ้าออกมาแล้วตัวจะอยู่ให้จับหรือไม่

“ตอนนี้ในทางสืบสวนสอบสวน มีการรายงานกลุ่มคนต้องสงสัยคนที่น่าจะเกี่ยวข้อง คนที่เป็นไปได้ว่าจะมาวางระเบิด หรือร่วมทีม จำนวนกว่า 200 คน ของนครบาลส่งข้อมูลมา 100 กว่าคน ของสันติบาล 80-90 คน ซึ่งไม่ตรงกันเลย ข้อมูลของใครของมัน นครบาลและสันติบาลต่างก็มีข้อมูลของตัวเอง ส่วนจะเป็นกลุ่มการเมืองหรือไม่ ผมพูดไม่ได้ พูดไปก็แตกแยก เอาเป็นว่าต้องพิสูจน์ทราบ ตัดคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องออก แล้วหาคนที่หลักฐานชี้ไปถึง ทุกคนที่ปรากฏชื่อตามข่าวก็เป็นแนวทางการสืบสวน ย้ำว่าการสืบสวนสอบสวนของตำรวจจะยังไม่ชี้ว่ามูลเหตุเป็นเรื่องใด การเมืองหรือไม่ พูดไม่ได้เพราะสืบสวนสวนจากพยานหลักฐานไปหาคนร้าย ตอนนี้ยังไม่กล้าสงสัยใครเลย ยังไม่จับใครเพราะยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ขณะนี้ระบุได้เพียงคนร้ายมีเจตนาสร้างความปั่นป่วน ไม่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร” รอง ผบ.ตร.ระบุ

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวถึงจดหมายข่มขู่วางระเบิดว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบที่มาว่าใครส่งมาจากไหน จุดประสงค์ที่ชัดเจน และยังไม่สามารถชี้ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้าหรือไม่ ส่วนการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล 3 ราย ก็อยู่ในสำนวน ให้การไม่เป็นประโยชน์ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ กรณีที่พล.อ.ประวิตร ระบุว่ามีการสอบผู้ต้องสงสัย 40-50 คน ก็เป็นส่วนของกองทัพ ส่วนนี้ตำรวจยังไม่ได้เข้าไปสอบ และทางกองทัพก็ยังไม่ได้ประสานข้อมูลมา หากทางกองทัพ ฝ่ายความมั่นคงเห็นกลุ่มนี้จำเป็นที่ตำรวจต้องเข้าไปสืบสวนสอบสวน ทางกองทัพก็จะมาประสานมาเอง แม้ทางกองทัพจะออกมาชี้ว่ามูลเหตุการก่อเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง ก็เป็นเพียงข่าว ที่ยังไม่อยู่ในสำนวน ยืนยันว่าไม่เป็นการชี้นำ ชี้นำไม่ได้ ตำรวจยังสืบสวนตามพยานหลักฐาน ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีตอ และไม่มีความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีไม่มีชื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ร่วมในชุดสืบสวนสอบสวน 201 นาย ไม่มีนัยขัดแย้งอะไร เป็นความผิดพลาดทางธุรการ ตอนนี้เพิ่มชื่อเข้าไปแล้ว และการที่ ผบช.น.ไม่ร่วมประชุมวันนี้เพราะติดภารกิจของนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าเหตุระเบิด 3 ครั้งล่าสุดในกรุงเทพฯ นอกจากมีความเชื่อมโยงกับเหตุระบิดในปี 2550 แล้ว พยานหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดไปป์บอมบ์ในปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิตระเบิดฉีกร่างตัวเอง แต่ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุระเบิด ตำรวจนครบาลลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวตรวจสอบแหล่งพำนักของกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เคยเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ บก.น.3 บก.น.4 ย่านหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา ก็เข้าไปหาข่าว กดดันต่อเนื่อง ส่วนความเกี่ยวข้องของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋นั้น ไม่ขอตอบ อยู่ในสำนวน
กำลังโหลดความคิดเห็น...