xs
xsm
sm
md
lg

เรือดำน้ำวุ่น ร้องผู้ตรวจฯสอบTOR ตำรวจจับตากลุ่มต้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผบ.สส. แจงแทน ผบ.ทร. ยันเรือดำน้ำจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ทร.จะชี้แจงเอง ส่วนเรื่องระบบอาวุธ เป็นเรื่องลับ "ศรีสุวรรณ" ร้องผู้ตรวจฯ สอบTOR เรือดำน้ำ ชอบด้วยกม.หรือไม่ “เปลว สีเงิน” ออกโรงปกป้อง “บิ๊กป้อม” เป็นคนดี ไม่มีนอก-มีใน ขณะที่กระแสต้านแรง "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" ชี้สังคมยังกังขารัฐบาล “บิ๊กตู่” เล่นพวก-ฉุดภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยแย่ ด้านทหารผ่านศึกวอนเจียดงบช่วยเหลือก่อนซื้อเรือดำน้ำ "ยิ่งลักษณ์"โหนกระแสถล่มรัฐบาลควรห่วงปัญหาปากท้องของประชาชน "บิ๊กแป๊ะ"เชียร์เรือดำน้ำสุดลิ่ม แถมขู่มวลชนใครเคลื่อนไหวได้เห็นดีกันแน่ หลังกระแสต้านแรง

เมื่อเวลา 11.30 น. วานนี้ (26เม.ย.) ที่กองทัพอากาศ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.สส. แถลงข่าวหลังการประชุมผบ.เหล่าทัพ โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. มาร่วมแถลงด้วย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้บบ.ทร. ถึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่ผ่านครม.ไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ พล.อ.สุรพงษ์ได้ตอบแทนว่า ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงข้อมูลส่วนใหญ่ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และคิดว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทางกองทัพเรือ จะจัดแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อถึงเวลาอันควร เนื่องจากมีรายละเอียดมาก

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลในลักษณะนี้หากเป็นมาตรฐานในหลายประเทศ ที่เป็นสากล ถือเป็นข้อมูลที่ต้องรักษาเป็นความลับ ไม่เอามาเผยแพร่มากนัก ยกเว้นเรื่องกว้างๆ ในส่วนของเราเองหากถึงเวลาอันควร คิดว่ากองทัพเรือ จะนำมาเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพราะกระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของไทย ซึ่งมีความจำเป็น เพราะว่ากระบวนการเหล่านี้ เมื่อเราตกลงใจในวันนี้ กว่าเรือดำน้ำจะมาซึ่งต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.ได้ชี้แจงในภาพความกว้างของโครงการการจัดซื้อเรือดำน้ำ ได้หรือไม่ พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า กองทัพเรือจะชี้แจงในภาพรวม ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องใช้ความเข้าใจ หากอธิบายให้ดี ให้รู้ถึงความเป็นมา และเหตุผลความจำเป็น จะสามารถเข้าใจและมีความเชื่อมั่น ในส่วนของตนที่ดูแลกองทัพไทย และดูแลในภาพรวมของเรื่องนี้ เชื่อมั่นว่า เรือดำน้ำเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และมีความจำเป็นต่อกองทัพไทยในระยะยาว

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ออกมาระบุว่า ซื้อเรือดำน้ำแถมขีปนาวุธ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่าปกติทั่วประเทศจะไม่พูดเรื่องพวกนี้ เพราะเครื่องมือเหล่านี้ หากเราเปิดเผยไปว่ามีอะไรบ้าง ก็จะมีการนำระบบอื่นที่สามารถเอาชนะได้ เข้ามาทดแทน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เป็นสากลอยู่แล้ว ก็จะไม่เปิดเผย หากมีความจำเป็นก็จะพูดในวงเล็กๆ เพื่อให้เข้าใจได้

เมื่อถามย้ำว่ามีการแถมขีปนาวุธ ใช่หรือไม่ พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า กองทัพเรือจะเป็นผู้ชี้แจงเอง เนื่องจากทุกอย่างอยู่ระหว่างกระบวนการ ซึ่งยังไม่ถึงเวลาอันควร ที่จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด เมื่อถามว่าจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายกันเมื่อไร พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การเซ็นสัญญาคงอยู่ในระหว่างการนัดหมาย คิดว่าคงไม่นานจะมีการดำเนินการ ส่วนจะเป็นการเซ็นสัญญาซื้อขายเรือดำน้ำลำเดียว และอีก 2 ลำ ค่อยดำเนินการต่อหรือไม่นั้น ขอให้รอทางกองทัพเรือ เป็นผู้ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้พยายามสัมภาษณ์ผบ.ทร. ถึงกำหนดการลงนามในสัญญากับจีน โดยผบ.ทร. บอกสั้นๆว่า "อยู่ระหว่างการประสานงานกับจีน" จากนั้นได้ขึ้นไปรับประทานอาหารกลางวัน กับผบ.เหล่าทัพ ก่อนที่จะเดินทางกลับทางบันไดหลังกองบัญชาการ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยกเลิกเรื่องลับ หรือเอกสารมุมแดง ในการประชุมครม.ว่า มีการยกเลิกในที่ประชุมครม. เกือบทุกวันอังคารอยู่แล้ว อะไรที่ไม่เป็นเรื่องลับก็มี แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ยกเลิกชั้นความลับ ซึ่งสามารถเปิดเผยได้ แต่บางเรื่องก็ต้องติดมุมแดงไปตลอด อาจจะแถลงหัวข้อได้ แต่ไม่สามารถแถลงในรายละเอียดได้

"ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ผมได้เสนอให้ยกเลิกมุมแดง เรื่องร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการให้อำนาจในการเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา เพราะเป็นเรื่องกฎหมายที่จะต้องรับฟังความคิดประชาชน ถ้าไม่ยกเลิกมุมแดงผู้รับฟัง ก็จะมีความผิด ซึ่งหลังจากนี้ก็จะส่งให้ที่ประชุมสนช. พิจารณาต่อไป" นายวิษณุ กล่าว

*** “เปลว สีเงิน” ป้อง “บิ๊กป้อม”

ขณะที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คอลัมน์ “คนปลายซอย” ของ “เปลว สีเงิน” หรือ นายโรจน์ งามแม้น คอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้เขียนบทความในหัวข้อ “ดำแล้วโผล่ ของพลเอกประวิตร” สนับสนุนการซื้อเรือดำน้ำจากจีน และปกป้องพล.อ.ประวิตร รองนายกรัฐมนตรี เป็นคนดี มีชาติตระกูล อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเมีย ไม่มีลูก มักน้อยและสันโดษ อาศัยแค่บ้านพักในค่ายทหาร จึงเชื่อมั่นว่าไม่มีนอก-มีใน ในด้านผลประโยชน์ส่วนตัว

พร้อมกันนี้ ยังได้อ้าง เรื่องสมรรถภาพ-กลไกเรือที่พูดกันว่าของจีนสู้ฝรั่งไม่ได้ แต่เราไม่ได้เอามาสู้ แต่เอามาใช้ และการซ่อมบำรุงสะดวกกว่า เพราะฝรั่งมักจะปิดปิดที่เด็ดเคล็ดลับ แต่ของจีนจะถ่ายทอดเทคโนโลยี สะดวกต่อการซ่อมบำรุงในระยะยาว ขณะเดียวกันประเด็นการตั้งข้อสังเกตชั้นของความลับนั้น มีกันทุกคน ไม่จำเป็นต้องบอกต่อสาธารณะทั้งหมด

** ร้องผู้ตรวจฯ สอบTORเรือดำน้ำ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การซื้อเรือดำน้ำจากจีน ดังกล่าวมีข้อสงสัยจากสาธารณชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำ TOR ความสามารถอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานจริงอันเนื่องมาจากอ่าวไทยมีระดับน้ำลึกเพียง 25-60 เมตร เท่านั้น ความโปร่งใสในการจัดซื้อ อุปกรณ์พิเศษที่ติดตั้งมา ความคุ้มค่ากับการใช้งาน และสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศรอบข้างก็ไม่มี จึงไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ในการสะสม ยุทโธปกรณ์ดังกล่าวอีกทั้งไม่ยอมเปิดเผยความจริง ที่ประเทศจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกวงเงินดังกล่าวอีกมาก เช่น การจัดสร้างอู่เรือ การจัดตั้งกำลังพลมารองรับการซื้อยุทโธปกรณ์มาเสริม และค่าซ่อมบำรุงประจำปีซึ่งอาจมีมูลค่ามากกว่าราคาซื้อข้างข้างต้นอีกหลายเท่า ฯลฯ

การใช้อำนาจของครม.ดังกล่าว อาจฝ่าฝืนระบบวินัยการเงินการคลังของชาติ เป็นการใช้จ่ายงบฯ อย่างไม่มีประสิทธิภาพไม่เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเข้าข่ายขัด หรือแย้งต่อมาตรา 62 ประกอบ มาตรา 75 วรรคแรก และ มาตรา 76 แห่งรธน.60

ทั้งนี้ เงินที่นำมาใช้จ่ายทั้งหมด เป็นเงินจากภาษีของประชาชนคนทั้งชาติ ครม.จะย่ามใจ ใช้จ่ายไปโดยไม่คำนึงถึงข้อห้ามทางกฎหมายย่อมไม่เหมาะสม

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจำต้องนำความไปร้องเรียนต่อ ผู้ว่าตรวจเงินแผ่นดิน (ผู้ว่าฯ สตง.) เพื่อทำความจริงให้ปรากฏว่า การดำเนินการของคณะกรรมการจัดทำ TOR และการใช้อำนาจของกองทัพเรือ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และครม. เป็นไปโดยชอบด้วยรธน. และกม.ต่างๆ หรือไม่ โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้อง ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในวันที่ 27 เม.ย.นี้


***‘วีระ’ฉะ’ไก่อู’ไม่แถลงเรือดำน้ำ

ขณะเดียวกัน ได้มีกระแสต้านการซื้อเรือดำน้ำของรัฐบาลออกมาต่อเนื่อง โดยนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Veera Somkwamkid กรณีโฆษรัฐบาลชี้แจงเหตุผล ที่ไม่แถลงเรื่องการอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ โดยนายวีระระบุว่า ประชาชนเป็นคน รู้จักดีชั่ว รู้ผิดรู้ถูก สามารถคิดเองได้ แต่เรื่องสำคัญรัฐบาลกลับไม่แถลง อ้างสื่อมวลชนไม่ซักถาม ในขณะที่เรื่องอื่นที่ต้องการให้รู้ สื่อไม่ถาม ทำไมถึงแถลงได้

**"บิ๊กตู่"เล่นพวกทำภาพลักษณ์ไทยแย่

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อทำงานด้านคอร์รัปชัน โดยนายกฯ จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการจัดซื้อจัดจ้าง ใช้ข้อตกลงคุณธรรมบรรจุใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มีการตั้งซุปเปอร์บอร์ด ดูแลเรื่องนี้ มีการบังคับต้องเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง แต่สังคมยังมีข้อกังขาว่าทำไมคนที่อยู่ใกล้ตัวนายกฯ ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล และเป็นเรื่องระบบพวกพ้องอำนาจนิยม เช่น เรื่องอุทยานราชภักดิ์ การเดินทางดูงานที่ฮาวาย รวมถึงการไม่ให้ข้อมูลพยายามปิดเป็นความลับในโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ซึ่งมองว่าเรื่องเหล่านี้ส่งผลต่อดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยลดลงไปมาก

"รัฐบาลบอกว่าการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ แต่ในคณะกรรมการ ป.ย.ป. กลับไม่ได้กำหนด และในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่มีกรรมาธิการต่อต้านคอร์รัปชัน เรื่องคอร์รัปชันมีมายาวนานในไทย สิ่งสำคัญคือ การแก้ไขปัญหาระยะยาว ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการออกกฎหมายมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มา แต่เหตุการณ์ทุจริตเล่นพวกพ้อง ไม่เล่นงานพวกตัวเอง ทุกคนเห็นเหมือนกัน" นายมานะ กล่าว

**ทหารผ่านศึกขอ"บิ๊กตู่"ช่วยเหลือก่อนซื้อเรือดำน้ำ

น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) พร้อมด้วย จ.ส.อ.บัวพันธ์ โภชะนัง นายกสมาคมสงเคราะห์ข้าราชการบำนาญทหารผ่านศึกและพิการ อุบลราชธานี และคณะกว่า 10 คน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเงินอุดหนุนให้ข้าราชการบำนาญทหารผ่านศึกที่ปลดก่อนปี 2557 ก่อนจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเรือดำน้ำ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลสิทธิ์ และสวัสดิการของกำลังพลทหารทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม มิใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ควรพิจารณาใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้งประเทศ

**"ยิ่งลักษณ์"โหนกระแสเรือดำน้ำ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และอดีตรมว.กลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงว่า เมื่อมีเม็ดเงินจำกัด ต้องพิจารณาว่าจะใช้อะไรเป็นอย่างแรก เพราะทราบว่ารัฐบาลมีความจำเป็นถึงขนาดจะยอมยกเลิก 30 บาท แต่กลับไปซื้อเรือดำน้ำ ตรงนี้ก็ต้องพิจารณาว่าอะไรเร่งด่วนกว่ากัน และอะไรคือความคุ้มค่า ในภาวะเช่นนี้ ทั้งนี้ ตนในฐานะเคยเป็นอดีตรมว.กลาโหม ก็เข้าใจในเรื่องความต้องการที่จะมีเรือดำน้ำไว้เพื่อป้องกันประเทศเพื่อความมั่นคง แต่วันนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสภาวะปกติ อาจมีบางส่วนที่สามารถที่จะชะลอได้ แล้วนำงบประมาณนั้นไปใช้ในสิ่งที่เร่งด่วนกว่า ซึ่งในวันข้างหน้าหากมีงบประมาณ และมีความสามารถในการหารายได้มากขึ้น ก็สามารถที่จะซื้อสิ่งที่ต้องการ หรือต้องใช้ในอนาคตได้ เพราะการซื้อเรือดำน้ำเป็นการซื้อที่มีภาระผูกพันในอนาคต เป็นภาระด้านงบประมาณรายจ่ายต่อปี ค่าบำรุงรักษา จึงเป็นภาระระยะยาว ยังไม่รวมถึงค่าบำรุงรักษา การฝึกยุทโธปกรณ์ต่างๆ และจำนวนเรือดำน้ำ ซึ่งต้องดูประกอบว่า น่านน้ำที่ต้องการจะต้องใช้กี่ลำ เท่าที่ทราบต้องมีเป็นชุด ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทำงานป้องกันได้

"ยิ่งการนำเข้ามาพิจารณาในครม.ไม่ควรจะพิจารณาในลักษณะของวาระลับ เพราะเรื่องนี้ประชาชนติดตามกันทั้งประเทศ อย่างน้อยควรให้มีโอกาสได้รับทราบ ถ้าการใช้ริมแดงแบบนี้ตลอด จะไม่มีโอกาสได้รู้ แม้กระทั่งการตรวจสอบความคุ้มค่าในการลงทุน หรือแม้กระทั่งราคาซื้อ ประชาชนทุกคนต้องติดตามเงินงบประมาณที่เกิดจากเงินภาษีของประชาชน ยิ่งยามบ้านเมืองเช่นนี้ จะต้องมาช่วยกันดู" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

**"บิ๊กแป๊ะ"ขู่ฟ่อใครต้านเรือดำน้ำได้เห็นดีกัน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่มเห็นต่าง จากที่ ครม.อนุมัติจัดซื้อเรือเรือดำน้ำมูลค่า กว่า 3.6 หมื่นล้านบาทว่า ต้องดูว่าเรื่องดีหรือไม่ เหมือนเราปล่อยเสือสัก 1 ตัวเข้าในป่า ไม่รู้ว่าเสืออยู่ตรงไหน ใครจะกล้าเข้าไป เหมือนกันถ้าเรามีเรือดำน้ำ ปล่อยในทะเลไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ใครจะกล้าเข้ามา ตนไม่ขอวิจารณ์หน่วยอื่น ขอให้มองในแง่ดี ตนไม่ก้าวก่าย แต่ถ้ามีม็อบเข้ามา ต้องเจอตำรวจแน่นอน ไม่ว่าจะม็อบอะไร ม็อบเรือดำน้ำมาก็เจอ ยอมรับว่าหน่วยงานความมั่นคงจับตาความเคลื่อนไหวทุกช่องทาง รวมถึงโซเชียลมีเดียด้วย เกี่ยวกับม็อบ ด้านความมั่นคงทุกอย่างมีการติดตามการข่าวอยู่แล้ว ช่วงนี้ตนสั่งการติดตามดูเป็นพิเศษ ไม่น่ามีอะไร เรื่องนี้ไม่กังวล เชื่อว่าจะไม่เป็นชนวนความรุนแรง หรือสร้างมวลชน
กำลังโหลดความคิดเห็น...