ผู้จัดการรายวัน360-ประธานสมาพันธ์ต้านแชร์ลูกโซ่นำเหยื่อกว่า 30 ราย พร้อมหลักฐานรายชื่อแม่ข่ายของ "ซินแสโชกุน" มอบให้ตำรวจกองปราบ "ติ๊ก ฉัตรมงคล" แจงตนเองก็ตกเป็นเหยื่อ ส่วนการนั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำ แค่ไปทำบุญ ไม่มีเอี่ยวร่วมขบวกการโกง ผบช.ก. ถก 6 หน่วยงานทำคดี เผยแจ้งข้อหา "อั้งยี่ซ่องโจร" เพิ่ม ด้านศาลอนุมัติหมายจับเครือข่ายอีก 8 ราย ขณะที่ ปปง.อายัดทรัพย์สินแล้ว 13 ราย ทั้งเงินสดและรถยนต์
หลังจากที่ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือน.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ “ซินแสโชกุน” กรรมการบริหาร บริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 939/2560 ลงวันที่ 12 เม.ย.2560 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน กรณีหลอกลวงจัดทริปเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำในราคาถูกหัวละ 9,730 บาท แต่สุดท้ายได้ลอยแพผู้เสียหายกว่า 2,000 คนที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา และจากนั้นได้ถูกจับกุมพร้อมกับพวกอีก 9 คน โดยถูกนำตัวไปฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว และถูกส่งตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง
วานนี้ (17 เม.ย.) ที่กองปราบปราม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้นำนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ หรือติ๊ก นักแสดง และผู้เสียหายอีกกว่า 30 คน เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน และนำหลักฐานซึ่งประกอบไปด้วยรายชื่อแม่ข่ายกว่า 10 คน รวมทั้งสมาชิกบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงของซินแสโชกุน มามอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน
นายฉัตรมงคล หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า มีบุคคลแนะนำว่าบริษัทของซินแสโชกุนจัดทัวร์ไปประเทศญี่ปุ่นในราคาถูก ตนจึงซื้อทัวร์ในราคา 9,730 บาท แต่เมื่อถึงวันนัดวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา พวกตนกลับถูกลอยแพ จึงเข้าร้องเรียนต่อสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และยืนยันว่าตนไม่ได้ชักชวนบุคคลอื่นต่อ และไม่ได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับซินแสโชกุนเพียงแค่ สนใจไปร่วมทัวร์เนื่องจากเห็นว่าราคาถูกเท่านั้น
***ปัดไม่เกี่ยวข้องขบวนการโกง
ก่อนหน้านี้ นายฉัตรมงคลได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลหลังปรากฏเป็นข่าวพัวพันกับซินแสโชกุนว่า ไม่ได้รู้จักกับซินแสโชกุนเป็นการส่วนตัว แต่มีคนรู้จักติดต่อมาถามตนว่าอยากดูดวงไหม เขาจะมีทริปไปเที่ยวทำบุญและดูดวงที่หัวหินช่วงกลางเดือนมี.ค. ที่ผ่าน เป็นการเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ เพื่อไปทำบุญ ซึ่งตนก็มองว่าเป็นเรื่องดีที่เราได้ถือโอกาสดูดวง ทำบุญ และเที่ยวพักผ่อนด้วย พอมีข่าวซินแสโดนจับ ก็คงต้องรอฟังไปตามข้อเท็จจริงว่าเขาโกงจริงหรือเปล่า เพราะล่าสุดเห็นเขาบอกว่าเขาโดนแกล้ง
ส่วนที่เขาใช้รูปตนหรือมีชื่อตนโยงกับซินแสโชกุน ก็ไม่ได้ซีเรียสเลย คือ มันก็ไม่แปลกนะ เพราะเมื่อเราไปเที่ยวหรือจะมีรูปกับใครเป็นเรื่องปกติของดาราที่ต้องโดนถ่ายรูป พอผ่านไปสักพัก คนที่มาถ่ายรูปโดนคดีขึ้นมา เราก็จะโดนขุด โดนงัดรูป แล้วบอกว่าเกี่ยวข้องไปได้หมดนั่นแหละ เห็นมีรูปน้องนักแสดงช่อง 3 ถ่ายรูปกับซินแสโชกุน น้องก็ยังไปเป็นข่าวเลย ซึ่งซินแสเขาก็มาขอถ่ายรูปกับน้องเฉยๆ ฉะนั้นไม่แปลกเลยที่ไปทริปแล้วถ่ายรูปแล้วก็มาโดนขุด โดนโยงว่าไปเกี่ยวกับเขา ตนเบื่อมากข่าวพวกนี้ ทีข่าวเกี่ยวกับอำนาจ การเมืองไม่เห็นไปขุดคุ้ย แต่พอคนธรรมดา ดารา มีประเด็นถ่ายรูปกับใคร ใครเคยไปเที่ยวกับใคร บอกว่าพัวพันกับเขา แต่ไม่เป็นไรเข้าใจว่ามันคือข่าว ก็ชี้แจงไปนี่แหละว่าไม่ได้รู้จักส่วนตัวหรือเกี่ยวข้องอะไรกับเขา
***ถก6หน่วยงานตามคดีลวงโลก
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ได้ประชุมคดีของซินแสโชกุนร่วมกับ 6 หน่วยงานประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) , กรมบังคับคดี , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และตำรวจกองปราบปราม เพื่อพิจารณาความคืบหน้าคดี ติดตามทรัพย์สิน แนวทางเยียวยาผู้เสียหาย และการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โดยคดีนี้ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 300 คน และขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบการโอนย้ายทรัพย์สินไปให้บุคคลอื่น เบื้องต้นพบว่าถูกโอนย้ายไปบางส่วนแล้ว โดยจะดำเนินคดีกับบุคคลที่รับโอนทรัพย์สินทั้งหมด และขอเตือนผู้รับโอนว่ามีความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงินด้วย ดังนั้น ใครรับไปให้รีบแสดงตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังซินแสโชกุนอีกหรือไม่
***หมายจับเพิ่มอีก8ราย
ภายหลังการประชุม ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวว่า ศาลได้ออกหมายจับญาติและบุคคลใกล้ชิดซินแสโชกุนจำนวน 8 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และอั้งยี่ ซ่องโจร โดยเจ้าหน้าที่ทหารจะคุมตัวส่งตำรวจกองปราบปรามดำเนินคดีต่อในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. โดยตำรวจจะแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรเพิ่มเติมกับซินแสโชกุนที่ถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางด้วย แต่จากหลักฐานขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้สอบปากคำนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ ดารานักแสดงว่าเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย หรือผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากตำรวจพบหลักฐานว่านายฉัตรมงคลปรากฏรายชื่อเป็น 1 ใน 7 คน ที่นั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปยังที่ต่างๆ กับซินแสโชกุน
รายงานข่าวแจ้งว่าผู้ร่วมขบวนการของซินแสโชกุนอีก8คน ที่ถูกออกหมายจับ ประกอบด้วย น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี นางมณฑญาณ์ นิรันดร หรือ จันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ อายุ 55 ปี นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี น.ส.สุดารัตน์ อเนกนวล อายุ 25 ปี และนายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี
***ปปง.ยึดทรัพย์แล้ว13ล้านบาท
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ ปปง. ได้ยึดทรัพย์สินของซินแสโชกุนประกอบด้วย เงินฝากในธนาคารจำนวนกว่า 3 ล้านบาท ห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และรถยนต์จำนวน 6 คัน มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งพบว่าทรัพย์สินหลายรายการ ปรากฏชื่อครอบครองโดยชื่อซินแสโชกุนและบุคคลอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน และยังไม่พบความเชื่อมโยงกับคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน
สำหรับรถยนต์ทั้ง 6 คัน ที่ทางคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการตรวจยึดเป็นของกลางในคดีชินแสโชกุนประกอบไปด้วย รถเบนซ์ รุ่นเอสแอลเค 350 สีบอร์นเทา ทะเบียน พศ 9995 กทม. รถแลนโรเวอร์ สีแดง ทะเบียน 6 กค 4990 กทม. รถนิสสัน รุ่นทีด้า ฎท 6193 กทม. รถมิตซูบิซิ รุ่น ปาร์เจโร่ สีบอร์นเทา กฉ 5444 ลพบุรี โดยตรวจยึดได้ที่ จ.ระนอง ขณะจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา และตรวจยึด รถโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีดำ ทะเบียน 4 กณ 789 กทม. รถตู้แวนฮุนได รุ่น สตาเร็กซ์ ทะเบียน 3 กฮ 9797 กทม. ที่คอนโดของชินแสโชกุน
***"อุ๊ มิณทร์ลดา"เผยแค่ไปเป็นพิธีกร
น.ส.มิณทร์ลดา เจริญทวีรัตน์ หรือ อุ๊ พิธีกรชื่อดัง ดารานักแสดง อดีตนางเอกละคร ยอพระกลิ่น รองมีสทีนไทยแลนด์ 2010 ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าให้ปากคำ และแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังปรากฏรูปถ่ายเดินทางไปท่องเที่ยวที่หัวหินร่วมกับซินแสโชกุน โดยน.ส.มิณทร์ลดา ระบุว่า รู้จักกับซินแสโชกุนผ่านการว่าจ้างให้ไปเป็นพิธีกรในงานกิจกรรมล่องเรือสำราญ และยังได้รับการชักชวนร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวหัวหินร่วมกับนายฉัตรมงคล และดารานักแสดงสาวอีกคน แต่ไม่เคยร่วมธุรกิจ หรือถ่ายรูปโปรโมต หรือชักชวนคนอื่นให้มาลงทุนแต่อย่างใด


