xs
xsm
sm
md
lg

รวบ'โชกุน'ลวงโลก ตั้งข้อหาฉ้อโกง-ยึดทรัพย์คืนเหยื่อ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360-ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือเหยื่อ "ทัวร์ลวงโลก" เผยมีกว่า 2,000 คน ค่าเสียกว่า 20 ล้าน เผยตามรวบตัว "ซินแสโชกุน" พร้อมญาติและเครือข่ายได้รวม 8 คน "บิ๊กตู่" สั่งดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด เตือนสติคนไทยตรวจสอบก่อนซื้อ "ฐิติราช" ชง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางเงิน และเตรียมยึดทรัพย์คืนผู้เสียหาย ด้านท่องเที่ยวจ่อฟันทำทัวร์ผิดกฎหมาย คุก 2 ปี ปรับ 5 แสน สคบ.ลุยด้วยตั้งข้อหาฉ้อโกง กรมพัฒน์ฯ ขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบริษัทเสี่ยง

ตามที่บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด (WealthEver) ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าส่งออกเครื่องดื่ม และกระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งกาย และยังมีการทำธุรกิจนำเที่ยว และขายตรง แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ได้ทำการลวงลูกข่ายเพื่อเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในราคาถูกแล้วปล่อยลอยแพผู้เสียหายกว่า 2,000 พันคน จนสร้างความอลหม่านที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

วานนี้ (12 เม.ย.) ทางตำรวจกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมหารือ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ที่เสียหาย และดำเนินการติดตามตัวเจ้าของบริษัท คือ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือซินแสโชกุน และกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยในช่วงเช้าวานนี้ ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ควบคุมตัวหัวหน้ากลุ่มแชร์ลูกโซ่ บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด จำนวน 2 ราย มาสอบปากคำ โดยเบื้องต้นหญิงทั้ง 2 รายปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ก่อนที่จะเผยสั้นๆ ว่า เป็นสมาชิกของบริษัทดังกล่าวจริง ซึ่งในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกไม่เคยเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าว และก่อนที่จะมาขายทัวร์นั้น ตนได้ซื้อสินค้าและได้รับรางวัลเป็นแพกเกจในการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ไปจริง จากนั้นจึงกลับมารับกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมด เพื่อเดินทางกลับไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อมาถึงวันเดินทางกลับพบปัญหาดังกล่าว

วันเดียวกันนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองระนองและทหาร ได้เชิญตัวนางณิชมน แสงประภา และนางจันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ ซึ่งเป็นแม่และป้า และบุคคลใกล้ชิดอีก 3 รายของของซินแสโชกุน ได้ที่ห้างบิ๊กซี สาขาระนอง จึงเชิญตัวมาซักถาม โดยบุคคลทั้ง 2 อ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับกรณีที่เกิดขึ้น และยังได้ให้ข้อมูลอีกว่า ซินแสโชกุนได้เดินทางมาด้วย แต่มารถตู้อีกคัน ซึ่งชุดสืบสวนกองปราบได้ทำการปิดล้อมพื้นที่ จ.ระนอง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวอยู่ โดยหากพบตัว ก็จะใช้อำนาจของทหารควบคุมตัวไว้ก่อน เพราะพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เข้าข่ายคำสั่งของ คสช. ในเรื่องผู้มีอิทธิพลและฉ้อโกงประชาชน

***รวบตัวได้แล้วขณะกำลังหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนกองปราบปราม นำทีมโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พร้อมชุดทำงานกก.1 บก.ป. ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมตัวน.ส.พสิษฐ์ พร้อมแฟนสาวและพวกรวม 3 คน ได้ที่สำนักสงฆ์บ้านพรรั้ง หรือวัดป่าชัยมงคล จ.ระนอง โดยซินแสโชกุน อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู นุ่งกางเกงสีเทา และจากนั้นได้นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงที่กองบินตำรวจท่าแร้ง และทำการสอบสวนที่ บก.ภ.จว.ระนอง ก่อนนำตัวเข้ามาสอบปากคำที่กองปราบปราม

***ปฏิเสธขายทัวร์อ้างแค่ขายอาหารเสริม

จากการสอบปากคำ ซินแสโชกุน ได้ปฎิเสธการขายทัวร์ ระบุว่า ตนเองจำหน่ายเพียงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ในราคาสมาชิกละ 9,730 บาท ส่วนการขายทัวร์ มีบุคคลอื่นไปออกโฆษณา พร้อมยืนยันว่า ทัวร์ญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ ได้พาสมาชิกไปทัวร์จริง โดยหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20-30 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทำการบันทึกการควบคุมตัว ได้มีการนำส่งตัวซิสแนโชกุน พร้อมพวกอีก 8 คน ขึ้น ฮ.ไป กองปราบปรามในทันที

***"บิ๊กตู่"ขอคนไทยอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่ เบื้องต้นทราบว่า มีผู้เสียหายถึง 2,000 คน ที่ถูกหลอก และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนประชาชน ก็ขอให้มีการตรวจสอบให้ดีว่าบริษัทเป็นอย่างไร ถ้าไม่ตรวจสอบ พอมีเรื่องขึ้นมาแล้วเป็นยังไง 2,000 คน ไม่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงสงกรานต์ ทุกคนวางแผนพาพ่อแม่ พี่น้อง ไปเที่ยว ก็ไม่ได้ไป เงินก็เสีย นี่คือสิ่งหนึ่งที่คนไทยเชื่อคนง่าย และเวลาพูด ก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่เวลาคนอื่นพูดกลับเชื่อ แล้วก็ถูกโกง ผมไม่ได้ว่าผมดีกว่า เพียงแต่ผมไม่โกง ดังนั้น อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ

***ลั่นตามยึดทรัยพ์คืนผู้เสียหาย

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี โดยมีหน่วยงานหลักรับเรื่อง คือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค และตำรวจประจำสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียหายมาแสดงตัวเบื้องต้น 470 คน และจะมีมากกว่านี้ ส่วนผู้เสียหายที่อยู่ในต่างจังหวัด ให้แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในภูมิลำเนา จากนั้นจะเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการรวบรวมสำนวนมาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อทำคดี เพราะเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน

"ตำรวจได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และขยายผลว่า มีผู้ร่วมขบวนการ หรือมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินของซินแสโชกุนมาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายทุกคนให้ได้ โดยประเมินความเสียหายไว้ที่ประมาณ 20 ล้านบาท และขอให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ส่วนบุคคลใดที่ไม่ประสงค์เข้าแจ้งความ ก็จะไม่ได้สิทธิ์ทางแพ่งและไม่ได้รับเงินคืน"

นอกจากนี้ กำลังพิจารณาในเรื่องคลิปเสียงว่าจะสามารถแจ้งข้อหาอื่นได้หรือไม่ รวมทั้งกรณีการแอบอ้างว่าจะมีการนำสมาชิกเข้าเฝ้า และจะมีบุคคลพิเศษจากสำนักพระราชวังมาเป็นประธานเปิดงานให้กับบริษัทนั้น ได้ให้กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือ ปอท. รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 112 หรือไม่

***จัดทัวร์ไม่ได้รับอนุญาตจ่อคุก2ปี

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจนี้อาศัยการสื่อสารที่มีการแอบอ้างถึงเรื่องการไม่ได้ขายทัวร์ แต่ขายอาหารเสริม แล้วจัดทัวร์ให้ลูกทีมไปเที่ยว มีการจัดรายการทัวร์ โดยไม่ได้ใช้บริษัททัวร์ จึงอาจจะเข้าข่ายการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 80 ผู้ใดประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 15 หรือประกอบธุรกิจนำเที่ยวในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 45 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

***สั่งสคบ.เอาผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่า ได้มอบหมายให้ สคบ. ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะซินแสโชกุน มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัท น่าจะมีความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชน จึงอยากขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เพราะการลงทุนที่ใช้เงินน้อย แต่ได้ผลตอบแทนมาก ไม่มี ต้องคิดไว้ก่อนว่าจะถูกโกงหรือไม่

***กรมพัฒน์ฯขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทเสี่ยง

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า บริษัท เวลท์เอเวอร์ เป็นนิติบุคคลถูกต้อง จดทะเบียนวันที่ 25 ม.ค.2560 ทุน 2 ล้านบาท มีน.ส.พสิษฐ์ เป็นกรรมการ ตั้งอยู่ที่จ.นครสวรรค์ ทำธุรกิจนำเข้าส่งออกน้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำแร่ และเครื่องดื่มทุกชนิด และนำเข้าส่งออกกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ทุกประเภท ไม่มีวัตถุประสงค์ทำธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจขายตรง แต่หากจะทำต้องไปขออนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว และสคบ. ก่อน ซึ่งเบื้องต้น กรมฯ ได้มีการหมายเหตุไว้ในท้ายหนังสือรับรองนิติบุคคลแล้วว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีปัญหาในการประกอบธุรกิจ ขอให้ระวังในการติดต่อทำธุรกิจ หรือซื้อสินค้าและบริการ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่แอปพลิเคชั่นของกรมฯ ที่ DBD e-Service โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

***ของดีราคาถูกไม่มีในโลก

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวว่า การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่น ราคาตั๋วเครื่องบินต่อเที่ยวย่อมขยับสูงขึ้น 1.8-2 หมื่นบาท ยิ่งเมื่อรวมกับโปรแกรมการท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร และอื่นๆ ที่มีการนำเสนอดังกล่าวแล้ว ในฐานะที่ประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวคาดคะเนว่านักท่องเที่ยวต่อรายต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท จึงอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข้อคิดให้ประชาชนทั่วไปว่า ของดีราคาถูกไม่มีในโลก