xs
xsm
sm
md
lg

โปรดเกล้าฯถอดสมณศักดิ์ “พระทัตตชีโว”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน 360 - ราชกิจจานุเบกษา เผยมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ถอดถอนสมณศักดิ์ "พระทัตตชีโว" รองเจ้าอาวาสวัดธรรมการ หลังขัดขืนไม่ยอมมาตามหมายเรียก ขณะที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว "พระเสกสรรค์" หลังรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ตีเงินประกัน 2 แสนบาท สั่งห้ามปลุกปั่น-เข้าพื้นที่ควบคุม ด้าน "พระสนิทวงศ์" ไม่รอด ศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว แต่ไหวตัวทันประสานมอบตัววันนี้ ขนลูกศิษย์มาให้กำลังใจเพียบ "ศรีวราห์" ย้ำเจอจับได้ทันที ขณะที่ดีเอสไอ เตรียมพร้อมสถานที่สอบ "ธัมมชโย" ลั่นลุยค้นและต้องจบภายในสัปดาห์นี้ ยอมรับเป็นผู้เสนอแนวคิดให้มส.จับสึก รมว.ยธ. ขอลูกศิษย์ หยุดขัดขวางเจ้าหน้าที่ค้นวัด เร่งหารือการปฏิรูปพระพุทธศาสนา ขณะที่ พศ. แจ้งเรื่องพฤติกรรมฉาว "พระธัมมชโย" ต่อที่ประชุม "มหาเถรสมาคม" เพื่อให้ดำเนินการ 10 มี.ค.นี้ ศิษย์ธรรมกาย ยื่น 5 ข้อเรียกร้อง แถกฎหมายไทยเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม

วานนี้ (8 มี.ค.) ที่สภ.คลองหลวง พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดพระธรรมกาย แกนนำศิษยานุศิษย์ที่ตลาดกลางคลองหลวง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 5/2560 รวม 3 ข้อหา โดยมีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 30-40 คน เดินทางมาให้กำลังใจ

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า พระเสกสรรค์จะมาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่จะขอต่อสู้ทางกระบวนการกฎหมาย ซึ่งเป็นความคิดเห็นของท่านก็คิดไป แต่ในส่วนของกฎหมายจะต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ในทางกฎหมายหากพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัวจะต้องนำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป ซึ่งกรณีของพระปลัดเสกสรรค์นั้น หากพนักงานสอบสวนต้องควบคุมตัวเราคงไม่ให้ประกันตัว

ภายหลังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี ควบคุมตัว พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก ฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กรณีการเข้ามาในพื้นที่ควบคุมบริเวณตลาดกลางคลองหลวง เพื่อมาส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ล่าสุด ศาลพิจารณา อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พระปลัดเสกสรรค์ แล้ว โดยตีวงเงินประกัน จำนวน 2 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่ที่ประกาศใช้ม.44 และห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

*** 10มี.ค.ชงศาลสงฆ์ลงโทษ 'พระธัมมชโย'

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. จะแจ้งเรื่องพฤติกรรมของพระธัมมชโย ที่อาจขัดพระธรรมวินัย ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาดำเนินการต่อไป เปรียบเหมือนส่งเรื่องให้ศาลพระดำเนินการต่อ อาจต้องใช้เวลาเพราะมีขั้นตอนการอุทธรณ์ ขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็จะมีประเด็นต่างๆ ไปเสนอด้วย

*** ดีเอสไอขีดเส้น 5 วันปมธรรมกายต้องจบ

ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะโฆษ ดีเอสไอ กล่าวถึง ความคืบหน้าการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ว่า ภายในสัปดาห์นี้ หรืออีก 5 วันนับจากนี้ เรื่องวัดพระธรรมกายต้องจบ เพื่อยืดเยื้อมาแล้วแล้ว ทำให้ทางวัดมีโอกาสบิดเบือนการเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย เป็นการทำลายศาสนา ส่งผลให้สังคมเข้าใจผิด

ขณะเดียวกันในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ทางรัฐบาลโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายออมสิน ชีวะพกฤษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมหารือร่วมกับ พศ. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อหาข้อยุติของวัดพระธรรมกาย แต่จะมีการสึกพระธัมมชโยหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

"ยอมรับว่าในที่ประชุมได้มีการเสนอแนวคิดนี้ไปยังผู้บังคับบัญชาด้วย ขณะเดียวกันดีเอสไอมีการเตรียมพร้อมจัดสถานที่รองรับ หากมีการควบคุมตัวพระธัมมชโยไปสอบสวน แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียดว่าเป็นที่ใด"

สำหรับการออกคำสั่งเรียกให้พระสงฆ์วัดพระธรรมกาย จำนวน 14 รูป เดินทางมาเข้ารายงานตัวนั้น ขณะนี้มีพระสงฆ์ 6 รูป ได้เดินทางมาเข้ารายงานตัวแล้วประกอบด้วย 1.พระครูถวัลย์ศักดิ์ ยติสโก 2.พระมหาสมชาย ฐานวุฒิโฒ 3.พระมหานพพร ปุญญชโย 4.พระแสนพล เทพเทพา หรือสิบเอกแสนพล เทพเทพา 5.พระภาสุระ ทนตมโน (ใจวงศ์) และ6.พระครูสังฆรักษ์ อนุรักษ์ โสตถิโก หรือพระครูแอ โดยยังเหลืออีก 8 รูป ขณะเดียวกันเตรียมเรียกบุคคลที่เข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. อีก 70 คน เพิ่มเติมจาก 96 คน ของเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเข้ารายงานตัวต่อดีเอสไอ ทำให้ขณะนี้ดีเอสไอได้ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลมารายงานตัวแล้ว ประมาณ 160 คน

***อธิบดีDSIรอจังหวะบุกค้น”ธรรมกาย”แน่

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย การเรียกกลุ่มคนที่ขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกลุ่มที่ให้การสนับสนุนเพื่อการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ สิ่งเหล่านี้ เป็นหน้าของดีเอสไอที่เข้าดำเนินการ ขณะเดียวกันหากสถานการณ์พร้อม ดีเอสไอจะเข้าตรวจค้นในพื้นที่ต้องสงสัยภายในวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนทางคณะปกครองสงฆ์ก็เป็นอีกส่วนที่กำลังดำเนินการ ตอนนี้ดีเอสไอก็รอประเมินสถานการณ์ ส่วนกลุ่มมวลชนภายในวัดจำนวนคงที่ ไม่มีการเพิ่มจำนวน

*** อนุมัติออกหมายจับ "พระสนิทวงศ์"

ที่กองปราบปราม รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้เดินทางไปขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 634/2560 ลงวันที่ 8 มี.ค. 60 ในฐานความผิด หมิ่นประมาทด้วยกาโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรืออื่นใดในความมุ่งหมายแก่รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร

***"ศรีวราห์" ย้ำเจอที่ไหนจับได้ทันที

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับแรกของพระสนิทวงศ์ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกให้พระสนิทวงศ์เข้ามาพบ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวน ติดตาม จับกุม ผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป

*** "พระสนิทวงศ์" ประสานมอบตัว 9 มี.ค.

รายงานว่าพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ได้ประสานเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ในวันนี้ (9 มี.ค.) เวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม โดยคาดว่าจะมวลชนจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจด้วย

*** รมว.ยธ.เร่งถกปฏิรูปพุทธศาสนา

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปตรวจค้นภายในวัดได้ เพื่อตอบข้อสงสัยของสังคมว่าพระธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ แต่ปัจจุบันยังมีการขัดขวางจากกลุ่มศิษยานุศิษย์และพระลูกวัดอีกทั้งยังมีการปลุกระดมให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะเข้าไปทำลายวัด ไปยึดทรัพย์สินภายในวัด ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จึงขอให้กลุ่มศิษยานุศิษย์และพระลูกวัดเข้าใจ พร้อมยุติการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เปิดทางให้เจ้าหน้าที่เจ้าตรวจค้นวัดตามกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่หากยังมีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อยู่ เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินคดีกับบุคคลนั้นด้วย

สำหรับเรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือเรื่องนี้ เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนและจริงจัง โดยมีกรณีวัดพระธรรมกายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกฝ่ายในสังคม โดยส่วนนี้จะเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีจะต้องหารือกับฝ่ายคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคมในการดำเนินการปฏิรูปต่อไป

"วิษณุ"ร้องพระผู้ใหญ่ฟันวินัย“ธัมมชโย"

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับมหาเถรสมาคม (มส.) ในวันที่ 10 มี.ค.ว่า ตนไม่ได้เดินทางไปในวันดังกล่าว ตัวแทนของรัฐบาลจะเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เรื่องนี้ไม่ใช่การประชุมร่วม แต่เป็นการประชุมประจำของมส. ในทุกวันที่ 10, 20 และ 30 ของทุกเดือน ผอ.พศ.ในฐานะเลขาธิการมส.จะต้องเข้าประชุมด้วย อาจจะมีการรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งอาจจะมีการถวายรายงานว่าอยากจะให้มส.ช่วยอะไรบ้างในฐานะผู้ปกครองสงฆ์

นายวิษณุ กล่าวว่า สิ่งที่จะบอกมส.ในวันดังกล่าวคือ เล่าว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้าง และจะขอความอนุเคราะห์อย่างไร เรื่องวัดพระธรรมกายรัฐบาลได้ดำเนินการทั้ง 3 มาตรการตั้งแต่แรกคือ 1.มาตรการทางกฎหมายในการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย

2.มาตรการทางปกครองคือ การถอดสมณศักดิ์ และการขอให้พระซึ่งปกครองกันเองช่วยเรื่องสั่งห้ามหรือจัดการโดยไม่ต้องอาศัยกฎหมาย โดยสมเด็จพระสังฆราชได้ เคยปรารภแล้วแต่ไม่มีการปฏิบัติ ตาม มส.ได้มอบให้เจ้าคณะใหญ่ หนกลางช่วยประสานแต่ไม่มีการปฏิบัติตาม เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีออกคำสั่งไม่ให้พระชุมนุมที่ตลาดกลางและตลาดไทก็ยังไม่ปฏิบัติตาม แสดงให้เห็นว่ามาตรการทางปกครองใช้แล้วไม่ได้ผล พระสังฆาธิการที่ใกล้กับวัดมากที่สุดคือ เจ้าอาวาสให้เป็นผู้สั่งและห้ามปราม มีการตั้งพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสมารักษาการก็ สละตำแหน่ง มีการตั้งพระวิเทศภาวนาธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสมารักษาการต่อ คำถามคือ ท่านได้แสดงบทบาทอะไรบ้าง ก็ขอรบกวนนมัสการ เพราะเราอยากให้ท่านใช้ อำนาจในฐานะรักษาการเจ้าอาวาส เพราะพระที่ออกมาเคลื่อนไหวคือ พระลูกวัด

3.ทางพระธรรมวินัย ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ มีกฎหมายลูกที่ใช้ดู แลพระหลายฉบับ ที่สำคัญคือ กฎว่าด้วยการลงนิคหกรรมฉบับที่ 11 และกฎว่าด้วยการดำเนินการกับพระภิกษุฉบับที่ 21 ที่ระบุว่า เมื่อมีเรื่องให้ร้องเรียนและให้เจ้าอาวาสเรียกมาตักเตือน ถ้าไม่ฟังให้รายงานในระดับที่สูงขึ้นไป จนถึงขั้นสุดท้ายจะมี กระบวนการหนึ่งและสั่งให้สึก ซึ่งขณะนี้พศ.ได้มีการร้องเรียนกับพระผู้ใหญ่ไปแล้วเรื่องการขอให้นำเข้าสู่กระบวนทางพระธรรมวินัย และที่ผ่านมาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีทำอะไรไปมาก สื่ออาจไม่รู้ แต่รัฐบาลรู้หมด และในวันที่ 10 มี.ค. จะมีการกราบนมัสการทาง มส. ว่ายังมีช่องทางอื่นอีกหรือไม่

*** ศิษย์ธรรมกาย ยื่น 5 ข้อเรียกร้อง

ด้านพระชาญณรงค์ อุตตโม พร้อมด้วยพระมหาทศพร ปุญญังกุโร หัวหน้ากองภาพลักษณ์ออนไลน์ วัดพระธรรมกาย ได้อ่านแถลงการณ์วัดพระธรรมกายว่า วันนี้เป็นวันที่ 21 ของการที่วัดพระธรรมกายถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และรัฐใช้งบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60-100 ล้านบาท กฎหมายของไทยในปัจจุบัน มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อพระภิกษุ กล่าวคือ พระภิกษุเมื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา หากพนักงานสอบสวนเห็นว่าต้องควบคุมตัวไว้ หรือศาลไม่ให้ประกันตัว ก็ต้องสึก ขาดจากความเป็นพระทันที ทั้งที่คดียังไม่ได้พิพากษา คิดเอาง่ายๆ ว่า ถ้าไม่ผิดก็บวชใหม่ได้ เปรียบเทียบกับคดีของคนทั่วไป หากผู้ต้องหาถูกควบคุมตัว แล้วมีกฎหมายระบุว่า ให้ประหารชีวิตก่อนเลย โดยให้เหตุผลว่า ถ้าคดีพิพากษาแล้วไม่ผิด ก็ไปเกิดใหม่ได้ ทุกคนย่อมเห็นตรงกันว่าเป็นกฎหมายที่อยุติธรรมอย่างยิ่ง

พร้อมเรียกร้อง ดังนี้ 1.ห้ามสึกพระโดยที่คดียังไม่ได้พิพากษาจนถึงที่สุด 2.ระบบพิจารณาคดีที่ใช้กับพระภิกษุควรเป็นระบบไต่สวน ซึ่งให้อำนาจศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดี นอกเหนือไปจากที่คู่ความเสนอต่อศาลได้ เพื่อให้พระภิกษุได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี 3. คดีของพระภิกษุ ให้ตั้งศาลสงฆ์ มีคณะพิจารณาไต่สวนเฉพาะ มีผู้แทนคณะสงฆ์เข้าร่วมพิจารณาด้วย โดยยึดหลักพระวินัยร่วมกับกฎหมายทางโลก ถ้าหลักฐานไม่พอก็จบกันไป ถ้าหลักฐานพอก็ดำเนินคดีไปตามกระบวนการยุติธรรม 4. การพิจารณาไต่สวนให้ทำในวัดที่เหมาะสม ไม่เสียสมณสารูป 5. คดีใหญ่ที่เป็นที่สนใจ ให้เชิญองค์กรพุทธทั่วโลกร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพราะพระภิกษุทั้งโลกก็ใช้พระวินัยของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน

*** "พระไพศาล" ปัดข่าวนั่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ กล่าวถึงกรณีทีมีข่าวว่าจะไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า ที่ผ่านมา ไม่มีใครติดต่อมา ถึงเสนอมาก็ไม่รับ

โปรดเกล้าฯถอดสมณศักดิ์ ‘พระทัตตชีโว’


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ มีรายละเอียดระบุว่า ด้วย พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เข้าข่ายการเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา และการนําเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และยังเป็นผู้ต้องหากระทําความผิด โดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบ และรายงานตัว แต่ผู้ต้องหาไม่มาตามกําหนด พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกอีก จนถึงปัจจุบันผู้ต้องหาก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป และได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2560 ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560 ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กำลังโหลดความคิดเห็น...