xs
xsm
sm
md
lg

การเกิดของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของ กฟผ. ในที่สุด / พายัพ วนาสุวรรณ

เผยแพร่:   โดย: พายัพ วนาสุวรรณ


หลายคนอาจตกใจกับหัวข้อนี้ว่า แรงไปมั้ย

แต่มั่นใจว่าในที่สุดแล้ว กฟผ.จะต้องถึงคราวที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปในที่สุด คงไม่ใช่ใน 2-3 ปีนี้หรอก แต่คงจะเป็นช่วงชีวิตที่เราจะได้เห็นแน่ๆ และคงจะไม่นานเกินรอ!

และในที่สุดของการเปลี่ยนแปลงของ กฟผ. ในวันข้างหน้า ถ้าจะดูย้อนหลังไป เชื่อว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ คือองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ ถ้าไม่ใช่สำคัญที่สุด

ไม่รู้ว่าใครวางแผนการรุกโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ (ขอใช้ตัวย่อว่า รฟฟถห) และตรรกะในการรุกตลอดจนในการตอบโต้ฝ่ายคัดค้าน มันช่างเหมือนปรัชญาของ MBA จริงๆ ที่มองแค่คุ้มหรือไม่คุ้มในแง่การลงทุนเท่านั้น

รฟฟถห กระบี่มีส่วนคล้ายและแตกต่างกับที่แม่เมาะ เพียงแต่ข้อแตกต่างมันมากเหลือเกิน ขณะที่แม่เมาะมีชุมชนเป็นชาวบ้านที่เมื่อได้รับการเยียวยาจาก กฟผ. แล้ว ทุกข์ก็อาจจะบรรเทาลงไปจนเกือบหมด หรือหมดไป

แต่กระบี่มันมีมากกว่าชุมชน มันเป็น ICON ของการท่องเที่ยวของไทยและอาจจะเป็นหนึ่งใน ICON ของแหล่งท่องเที่ยวโลกได้เลย และกระบี่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติของการท่องเที่ยวที่สามารถทำรายได้ให้ชุมชนและประเทศตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ถ้าวันหนึ่งการท่องเที่ยวของกระบี่ต้องพังทลายลงไปในที่สุด (ซึ่งคิดว่าต้องมาแน่ 5 ปี-10 ปี-15 ปี?) วันนั้นคงมีคน กฟผ. นักวิชาการฝ่ายสนับสนุน ตลอดจนผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายที่ชอบใช้ชุดภาษาว่า ไฟฟ้าไม่พอใช้ เราไม่มีทางเลือก (เพราะเรารับผิดชอบในการหาไฟฟ้า-ยังดีที่ไม่ถึงขั้นพูดว่าพระพุทธเจ้าได้อนุโมทนาให้ กฟผ.ผูกขาดการหาไฟฟ้า) ต่างพากันบอกว่า ผมไม่ได้พูด และต่างฝ่ายก็จะชี้นิ้วตำหนิอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่เคยเป็นพวกเดียวกัน

การถกเถียงกันและหาเหตุผลมางัดค้านกันมักจะจบตรงที่ กฟผ.บอกว่า ต้องใช้ถ่านหิน เพราะต้นทุนมันถูก

ฝ่ายตรงข้ามบอกว่าใช้อย่างอื่นได้ไหม? น้ำมันเตา น้ำมันปาล์ม (โดยบอกว่า แถบนั้นมีโรงงานน้ำมันปาล์ม 18 โรง)

กฟผ.ยังไงก็ไม่ยอม ทั้งนักวิชาการ กฟผ. ผู้ใหญ่ กฟผ.ที่รับผิดชอบเรื่องแผนนโยบาย ก็ออกมายืนยัน เรื่องถ่านหิน เพราะคำว่า คุ้มที่สุด

จนในที่สุดก็เลยเล่นมุข ถ่านหินสะอาด ตรงนี้เองขำไม่ออกจริงๆ! แต่ต้องยกนิ้วให้คนคิดวลีเด็ดนี้ เพราะมันทำให้การถกเถียงเบี่ยงเบนไปมิติอื่นเพราะ ถ่านหินสะอาด

แต่น่าสนใจมากๆ และไม่มีใครรุกเรื่องนี้เลยว่า กฟผ.ช่วยบอกหน่อยว่าได้ติดต่อเรื่องถ่านหินจากอินโดนีเซียมานานแค่ไหนแล้ว?
ติดต่อตั้งแต่คิดจะทำ?
หรือติดต่อแล้วค่อยมาวางแผนว่าต้องทำ?
ใครเป็นคนติดต่อ?
แล้วต้องซื้อถ่านหิน + ค่าขนส่งคิดเป็นเงินปีละเท่าไหร่?
ถ่านหินของอินโดนีเซียเป็นของบริษัทอะไร?
ใครเป็นผู้ถือหุ้น?
ถ้าโปร่งใสจริงขอดู E-Mail ที่ติดต่อกันย้อนหลังไปตั้งแต่เริ่มติดต่อ?

มันมีความเป็นไปได้ไหม ! นี่ถามจริงๆ เลยนะ
มันมีขบวนการจะกินค่าหัวคิวถ่านหินอินโดฯ มาตั้งแต่ต้นแล้ว เป็นไปได้ไหม?

เป็นไปได้แน่นอน!!!
ถ้าสินบนโรลส์รอยซ์เป็นไปได้ ทำไมเรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้ !!!

ถ้าเป็นไปได้ นี่คือการกินระยะยาวเป็น 10ๆ ปี

และกลุ่มคนที่สนับสนุนอย่างหัวชนฝาให้เกิดคงต้องเป็นขบวนการเลยทีเดียว!!

ที่ไม่เข้าใจ ถ้าประเทศทางยุโรปตะวันตกเขายกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ว่าจะเป็นเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส ฯลฯ แสดงว่าเขารู้ดีว่าถ่านหินคือตัวการสร้างมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน และทำลายสิ่งแวดล้อม!!

พวกประเทศทางยุโรปที่ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน คงไม่เคยได้ยินมันมี ถ่านหินสะอาด”!!! หรือว่าวิศวกรเขาโง่กว่าเรามาก ทำไม กฟผ.ไม่เสนอถ่านหินสะอาดให้พวกเขาบ้าง??? เผื่อเขาจะได้ฉลาดแบบนักวิศวฯ และผู้บริหาร กฟผ.บ้าง!!

แต่ประเด็นสำคัญที่ กฟผ.ไม่ได้ทำและไม่สนใจทำคือการแสดงออกถึงความโปร่งใสในการใช้พลังงานขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าที่กระบี่ ประชาชน และชุมชนตลอดจนคนไทยและคนทั่วโลกที่รักความงดงามของกระบี่กำลังสงสัยว่า มันไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือในการใช้พลังงานที่ไม่ใช่ถ่านหินมาเป็นขับเคลื่อนโรงไฟฟ้า

กฟผ.ได้แต่ท่อง นโมตัสสะ อยู่แต่คำว่า “มันไม่คุ้ม”

ทำไม กฟผ.ไม่แสดงให้ประชาชน เห็นว่า ถ้าใช้พลังงานอย่างอื่นแล้วค่าไฟมันจะตกหน่วยละเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับถ่านหิน!!!??

แน่นอนที่สุดต้องเอาผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางหรือบุคคลที่ 3 เข้ามาคำนวณ

ถ้าค่าไฟมันสูงขึ้น แต่สามารถทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงสภาพเดิม ประชาชนอาจจะยอมจ่ายค่าไฟสูงขึ้นก็ได้??

ทั้งหมดนี้มันเป็นรากเหง้าของการผูกขาดของ กฟผ. ที่ไม่ผิดถ้าทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ แต่กรณี รฟฟถห กระบี่ มันลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากจนเกินไป และมีข้อสงสัยที่มากมายและ กฟผ.ก็ไม่สามารถและไม่ต้องการให้คำตอบ

ที่น่าเจ็บช้ำน้ำใจมากที่สุด คือคำว่า ไม่คุ้ม

อยากเห็นจริงๆ ถึงการวิเคราะห์ของความคุ้มของ กฟผ.ในการใช้ถ่านหิน และความไม่คุ้มของสิ่งแวดล้อม ที่พังทลายลงไป ระหว่างโรงไฟฟ้าหนึ่งกับอนาคตของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่สวยงดงาม ที่อาจจะล่มสลายไปตลอดนิรันดรกาล

ใครคิดตรงนี้ไม่ออกก็แย่แล้ว!!!

การท่องเที่ยว ความงดงามทางธรรมชาติ มั่นคง ยั่งยืนตลอดชีวิตต่อไปทุกรุ่น ทุกๆ ลมหายใจของมนุษยชาติ

ทั้งหมดนี้มันจะพังทลายลงไปเพราะ ตรรกะที่ว่าโรงไฟฟ้าใช้ถ่านหินคุ้มที่สุด

เราจะตีมูลค่าของ ธรรมชาติความงาม ด้วยอะไร?

มันตีเป็นมูลค่าไม่ได้!!
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทำเงินให้เราที่กระบี่ไปอีกชั่วลูกชั่วหลานชั่วเหลนชั่ว......ฯลฯ

นี่ยังไม่นับถึงสภาพจิตใจ ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น

บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ต้องมีการตรวจสอบแล้วนะว่าต้นทุนของ กฟผ.จริงๆ แล้วมันเท่าไหร่กันแน่??

มีนักวิชาการทางถ่านหิน (ไม่รู้ กฟผ.ไปหาจากไหนมา) จากจุฬาฯให้สัมภาษณ์ว่า ถ่านหินไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าอันตราย ให้ดูที่มาบตาพุดซิ

ฟังแล้วอ้าปากหวอจริงๆ!!

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง!!
กฟผ.จะใช้ใครออกมาสนับสนุนก็กรุณาเลือกหน่อยซิ
แม่เมาะยังเป็นบทเรียนให้ไม่พออีกหรือ?
มาบตาพุด-ระยองล่มสลายทั้งจังหวัด!!
โรงเรียนและชุมชนทั้งมาบตาพุดและระยองต้องปิดบ้าน ปิดโรงเรียน ย้ายถิ่นฐานเพราะมลพิษในบริเวณนั้น
อาจารย์ นักวิชาการคนนี้ไปอยู่ที่ไหนมานี่?

ถ้า กฟผ.ไม่ทำตัวเป็น เทพเจ้าแห่งการผูกขาดในการผลิตไฟ

ป่านนี้เราจะมีพลังงานทดแทน และผู้ผลิตไฟมากมาย ที่สามารถจะชดเชยส่วนที่ขาดได้

แต่ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ กฟผ.ก็จะออกมาโต้ว่า พลังงานทดแทนมันปริมาณน้อย

มันไม่น้อยได้ยังไง? เพราะราคารับซื้อจากเขามันถูกเกิน เราต้องรับซื้อไฟจากเขาในราคาสูงขึ้น เพื่อให้มีการกระตุ้นการลงทุนในด้านพลังงานเช่นนี้มากขึ้น

หรืออีกนัยหนึ่ง ส่วนต่างของ กฟผ.ก็คงต้องแคบลง

ทำเพียงแค่นี้ และขจัดความคิดที่ว่า กฟผ. คือ เทพเจ้าแห่งไฟ ในเทพนิยายกรีก ส่งเสริมให้เอกชนลงทุน และเปิดกว้างให้เขาขายไฟให้ในราคาที่เขามีสัดส่วน การคืนทุนเขาอย่างน้อยปีละ 8-12% รับรองว่า ในไม่เกิน 10 ปี ทุกอย่างจะราบรื่น

กฟผ.ก็คงจะเป็นผู้กำหนดกติกา และคุมดูแลสายส่ง

ยุคสมัยการผูกขาดตั้งแต่หัวถึงหางมันหมดไปแล้ว!! แต่กฟผ.ก็ยังหลงยุคอยู่

วันหนึ่งข้างหน้าถ้าสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่งดงามของกระบี่มันเสื่อมโทรมลง วันนั้นทุกคนในสังคมก็จะชี้นิ้วหาคนรับผิดชอบเหตุที่เกิด

เชื่อได้เลยว่าคนที่ต้องรับหนักที่สุดคือ กฟผ.

เชื่อได้อีกเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ฯ (ถึงเวลานั้นอาจจะตายไปแล้ว) ก็จะบอกว่าเพราะ กพช.เสนอแนะนำมา กรรมการ กพช.ก็จะบอกว่าเพราะ กฟผ.นั่นเองแหละคือตัวการ

เรื่องนี้ไม่ต้องจบคณะนิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็สามารถจะทำนายได้อย่างถูกต้อง!!!

ความจริงแล้วการผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่นั้น คือเชื่อกที่คล้องคอ กฟผ.โดยไม่รู้ตัวเอง

โรงไฟฟ้ากระบี่อาจจะคุ้มเพราะใช้ถ่านหิน แต่เชื่อได้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบที่ กฟผ.ในอนาคตต้องถูกย่อยสลายลงไป

น่าเสียดายถึงวันนั้น ถึงแม้ กฟผ.จะตายไปแล้ว แต่ใครเล่าจะมากู้ความงามตามธรรมชาติของกระบี่ที่หายไปตลอดกาล!
กำลังโหลดความคิดเห็น...