ผู้จัดการรายวัน360-ศิษย์วัดพระธรรมกาย ทั้งพระและฆราวาส สวมบทบู๊ ลุยปะทะเจ้าหน้าที่ อ้างขอใช้พื้นที่ร่วมกัน และจะออกไปทำธุระ หาอาหาร ดีเอสไอยันไม่มีการใช้ความรุนแรง ส่วนการตัดน้ำตัดไฟ ถ้าจำเป็นก็จะทำ เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาแจ้งเจ้าคณะปกครองถกแก้ปัญหาด่วน "จักรทิพย์"ท้า "ธัมมชโย"กล้ามอบตัว เหมือน "ชูวิทย์-สนธิ" ก่อนย้ำภายใน 7 วันนี้ ต้องจบ รัฐบาลลั่น ไม่ยอมให้ธรรมกายเป็นเอกเทศ ลัทธิตัวอย่างเหนือกฎหมายต้องไม่มี "อ้อ ศศินา"โผล่ปกป้อง "คนบุญไม่พอ ไม่เข้าใจหรอก"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (20 ก.พ.) บรรยากาศความเคลื่อนไหวที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตั้งด่านกวดขันรถที่เข้าออกเส้นทางวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ตั้งจุดตรวจที่ประตู 5 และประตู 6
จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ได้เกิดเหตุการปะทะกัน ระหว่างตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกับศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์ บริเวณประตู 5 โดยได้เกิดการผลักดันกันไปมา ทำให้บางคนพลัดตกน้ำ ถูกลวดหนาวเกี่ยว สะบักสะบอม มีบาดแผลตามร่างกายเล็กน้อยจำนวนหลายคน ก่อนที่เหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พระสงฆ์ และคณะศิษยานุศิษย์ ได้กลับไปนั่งสวดมนต์กันต่อ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้กันไม่ให้คนเข้าไปภายในวัดเพิ่มเติม แต่ได้อนุญาตให้ศิษย์วัด และพระสงฆ์ที่อยู่ภายในวัด สามารถเดินทางออกมาได้ และในที่สุดได้ทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับทางวัด โดยมีการนำแผงเหล็กมากั้น ห่างกันประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง
***วัดธรรมกายขอให้ยกเลิกม.44
ที่ประตู 5 เวลา 09.20 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างพระสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และตำรวจ ไม่ใช่เป็นการขอยึดคืนพื้นที่ แต่เป็นเพียงการขอใช้พื้นที่ร่วมกัน เพราะมีความจำเป็นต้องเข้าออกไปทำธุระและไปรับประทานอาหาร เนื่องจากอาหารภายในวัดมีจำนวนจำกัด
ส่วนหมายเรียกที่ให้พระ 14 รูปของวัดพระธรรมกายให้เข้าไปรายงานตัวนั้น ยังไม่ได้รับทราบเอกสาร ได้เห็นแต่ที่ปรากฏเป็นข่าวเท่านั้น และกลัวว่าออกไปแล้ว จะกลับเข้าวัดอีกไม่ได้ ขณะที่การทำลายกำแพง เพราะลูกศิษย์ตื่นตระหนกเจ้าหน้าที่จะยึดพื้นที่วัดคืน มีการใช้เครื่องปล่อยสัญญาณความถี่สูง มีเฮลิคอปเตอร์บินวน จึงต้องการเข้าไปในวัด และกรณีปะทะ ก็มีผู้บาดเจ็บถึง 7 ราย และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ในการประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ
***ดีเอสไอยันไม่ใช้ความรุนแรง
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่บริเวณประตู 7 พร้อมระบุว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่จะเห็นได้ว่ากลุ่มลูกศิษย์พระวัดธรรมกายได้มีการปลุกระดมมวลชนผ่านทางโซเซียลมีเดีย และใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ว่าใช้ความรุนแรง เป็นการบิดเบือนข้อมูลและไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้หลงเชื่อ
ส่วนกรณีที่ได้มีการเชิญพระสงฆ์ 14 รูปของวัดพระธรรมกาย เพื่อให้เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้าพบแต่อย่างใด ส่วนพระที่ล็อกคอและพยายามแย่งกล้องเจ้าหน้าที่ผู้หญิงของดีเอสไอ พบว่า พระดังกล่าวเป็นพระที่อยู่ในวัดพระธรรมกายจริง
***ตัดน้ำตัดไฟถ้าจำเป็นก็จะทำ
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มีการประชุมร่วมกัน พร้อมนมัสการพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเข้าร่วมด้วย โดยทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และ พศ. จะเข้าไปตรวจสอบวัดพระธรรมกายทั้งหมด เพราะท่านมีอำนาจหน้าที่ทำได้ ส่วนเรื่องการตัดน้ำตัดไฟในวัด ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก หากในอนาคตมีความจำเป็นอาจพิจารณาตัดน้ำตัดไฟก็เป็นได้
***เลขาฯ สังฆราชแจ้งคณะปกครองจัดการ
นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า มส.มีความห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกรณีของวัดพระธรรมกาย ซึ่งพระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ เจ้าคณะปกครองที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายทั้งหมดประชุมหารือถึงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานการประชุมเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับผู้แทนกระทรวงยุติธรรม และผู้แทนมส. แต่สมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้มีรับสั่งอะไรโดยตรงกับทาง พศ. แต่อย่างใด
***อำนวยความสะดวกพระสอบบาลี
ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า วันที่ 21-23ก.พ. ทางคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ได้มีจัดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2560 ซึ่งคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายจะต้องเข้าสอบจำนวน 564 รูป ทางพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมพศ.ได้ทำหนังสือพร้อมรายชื่อพระสงฆ์ที่จะต้องสอบบาลีสนามหลวงต่อดีเอสไอแล้ว ทางดีเอสไอพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวก โดยพระที่จะสอบจำนวนดังกล่าว จะเดินทางไปสอบยังสนามสอบวัดเขียนเขต
**ท้า"ธัมมชโย"กล้ามอบตัว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อย ในปฏิบัติการจับกุมพระธัมมชโย และสถานการณ์บริเวณรอบวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า ได้สั่งการชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธเด็ดขาด และไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ปะทะ และไม่ประมาท เฝ้าระวังการปะทะไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งเหตุปะทะที่เกิด ก็ไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ดูเอาเองก็แล้วกันใครเริ่มก่อน และยังพบว่ามีมวลชนเข้ามาในพื้นที่อย่างไม่ปกติ รวมถึงการปลุกระดมทางโซเซียลมีเดีย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะจัดการต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมตั้งข้อสังเกตว่า พระสงฆ์ภายในวัดพระธรรมกายบางส่วนที่มีพฤติกรรมยั่วยุรุนแรง อาจไม่ใช่พระจริง พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า อยากให้ไปดูพระวัดอื่น ใส่หน้ากากแบบนี้หรือไม่ มีพระใส่หน้ากากออกบิณฑบาตรหรือไม่ ที่เห็นก็มีวัดนี้วัดเดียว หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพระปลอมก็ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงฆ์อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังฝากถึงพระธัมมชโย ให้เข้ามอบตัว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะจะดูเป็นที่น่านับถือและศรัทธามากกว่า เหมือนอย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่รู้ว่าจะถูกจับกุม แต่ก็ยังเดินทางมา เพื่อให้ทุกอย่างจบสิ้นโดยเร็ว
***ลั่นภายใน7วันนี้ต้องจบ
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า กรณีที่พระลูกวัดให้ข่าวพระธัมมชโยออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ถ้าให้ดีควรให้ข้อมูลโทรศัพท์ด้วย จะได้ไปตามได้ถูก ส่วนการข่าวยังยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตนขอให้มอบตัวตั้งนานแล้ว ถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็จบ ส่วนการดำเนินการ ดีเอสไอเป็นคนนำ ตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติ และพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ โดยเชื่อว่าสถานการณ์นี้ต้องจบภายใน 7 วัน หมายถึงในอาทิตย์ถึงเสาร์นี้แหละ สักวันหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าในโลกโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ กรณีข้าวกล่องที่จัดเลี้ยงตำรวจควบคุมฝูงชน มีราคาแพงเกินจริงและหักค่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจจำนวนมาก ผบ.ตร. กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น คนอย่างตนจะไปอมค่าข้าวลูกน้องได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหารจัดการ ไม่มีใครไปเอาเปรียบลูกน้องหรอก ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีกระบวนการตรวจสอบอยู่
***"บิ๊กป้อม"ไม่ยอมธรรมกายเป็นเอกเทศ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า วัดพระธรรมกายอยู่ภายใต้กำกับของมหาเถรสมาคม ไม่เป็นเอกเทศ ไม่ได้ปกครองตนเอง เอาลูกศิษย์ออกมา พระธัมมชโยมีหมายจับ ศาลออกหมายค้น ถ้าไม่ทำ ก็ผิด มาตรา 157 ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจจับพระธัมมชโยได้ไหม แต่ต้องเข้าวัดให้ได้? เข้าไปตรวจค้นตามคำสั่งศาล ใช้กำลังทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ทำตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้ไปกดขี่ เพราะวันนี้ มีคน 2 พวก พวกนึงบอก ไม่จับสักที จับไม่ได้สักที ทำอะไรก็ไม่ได้ อีกพวกบอกรังแกพระ แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย
***ลั่นต้องไม่มีลัทธิเหนือกฎหมาย
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ติดตามตลอด โดยหลักการสำคัญในเรื่องนี้ คือ การบังคับใช้กฎหมาย ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นจุดที่เรียกว่าเป็นลัทธิตัวอย่างที่กฎหมายไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เราจะยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ทุกพื้นที่ต้องสามารถบังคับใช้กฎหมายได้
***รัฐบาลปัดยกเลิกใช้ม.44
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวรัฐบาลจะยกเลิกมาตรา 44 ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ว่า ไม่จริง และไม่เคยได้ยินว่าจะมีการยกเลิกมาตรา 44 เรื่องดังกล่าว
***"อ้อ ศศินา"ป้องบุญไม่พอไม่เข้าใจ
วันเดียวกันนี้ ผู้ประกาศข่าวสาวช่อง 7 “อ้อ ศศินา วิมุตตานนท์” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Sasina Wimuttanon” พร้อมทั้งโพสต์คลิปวิดีโอ “คำถามถึงชาวพุทธที่ไม่ใช่ธรรมกาย” และบอกว่าคนบุญไม่พอ ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคนถึงรักและศรัทธาในวัดพระธรรมกาย ยันสภาพภายในวัดไม่เหมือนที่คนนอกเข้าใจ (ไม่ได้ว่าใคร อย่าร้อนตัวนะคะ พูดตามความเป็นจริง) “คนบุญในตัวไม่พอ ไม่ได้ดู ไม่เข้าใจหรอก ทำไมเราจึงรักและศรัทธาในวิถีของวัดพระธรรมกาย... บุญ ใครทำใครได้ “บาป” ก็เช่นกันค่ะ”
สำหรับ “อ้อ ศศินา” เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้สวมชุดทองนางวิสาขา เป็นชุดที่ศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายทำขึ้นมา เพื่อให้เห็นถึงอุบาสิกาวิสาขาที่มีแพรพรรณงดงามตามผลบุญเมื่อชาติก่อน เพราะเคยทำบุญด้วยการทอดกฐินข้ามภพข้ามชาติ


