xs
xsm
sm
md
lg

ทำไมต้อง ‘ถ่านหิน’ เท่านั้น...?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ป้อมพระอาทิตย์
โดย โสภณ องค์การณ์

ข้อถกเถียงเรื่องแผนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ยืนยันจะใช้ถ่านหินนำเข้าจากต่างประเทศสำหรับ “โครงการโรงไฟฟ้าที่กระบี่และเทพา” ยังหาผลสรุปไม่ได้ แต่ กฟผ. ยังเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อไป มีการรณรงค์สารพัดวิธี เช่นการระดมมวลชนเพื่อสนับสนุนถ่านหินอย่างเต็มที่

ล่าสุดให้หน่วยงานราชการจัดหามวลชนให้ไปสำแดงพลังที่ศาลากลางกระบี่ แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ กฟผ. ได้จัดให้ผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ไปดูงานในญี่ปุ่น จากนั้นได้มีบทความเยินยอคุณสมบัติของถ่านหินว่าเป็น “พลังงานสะอาด”

สื่อยังเป็นตัวช่วยสนับสนุน รับข้อมูลป้อนให้โดย กฟผ. เพื่อให้สาธารณะยอมรับให้มีการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้าที่กระบี่และเทพา แต่กลุ่มผู้ปกป้องรักษาอันดามัน และชุมชนในพื้นที่ได้คัดค้านมาโดยตลอดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากมายโดยเฉพาะการท่องเที่ยว

ความหายนะต่อชีวิตชุมชนในพื้นที่อุตสาหกรรมที่มาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมลำพูน แหล่งอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นอย่างไร ก็เห็นได้ชัดเมื่อเกิดภัยต่อสุขภาพ สังคม ความเสื่อมโทรมของชีวิตความเป็นอยู่ หน่วยงานภาครัฐไร้ความสามารถในการป้องกันภัยพิบัติ

กฟผ. ได้อ้างข้อมูลว่าปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 ซึ่งแผนพัฒนาพลังงานกำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปัจจุบัน หรือ PDP2015 มีเป้าหมายลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติจากร้อยละ 70 เหลือร้อยละ 37 และเพิ่มการใช้ถ่านหินจากร้อยละ 18 ในปัจจุบันเป็นร้อยละ 23 ในปี 2579

มีข้อมูลอื่นๆ เช่นหลายประเทศอุตสาหกรรมในโลกยังต้องพึ่งพาถ่านหิน และปัจจุบันมีมาตรการป้องกันมลภาวะเป็นพิษจากถ่านหิน จนสร้างวาทะกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อว่า “ถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด” ไม่ได้สร้างปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างที่ว่ากัน

ข้ออ้างความจำเป็นของ กฟผ. จะน่าเชื่อถือมากกว่านี้ถ้าไม่ได้ไปลงทุน 1.17 หมื่นล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นในเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย โดยหวังว่าจะนำถ่านหินมาใช้ที่กระบี่และเทพา ได้ทั้งกำไรจากการขายถ่านหิน และการขายไฟฟ้าในอัตราถูกกว่าพลังงานอื่นๆ

เมื่อซื้อหุ้นมาแล้วจะหันไปใช้พลังงานอื่นๆ ย่อมไม่เข้าท่า ดังนั้น จึงไม่รับฟังเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้พิจารณาพลังงานทางเลือกอื่นๆ เช่นน้ำมันเตา ก๊าซ โซลาร์ หรือน้ำมันปาล์ม ต้องใช้ถ่านหิน เพราะมีอีก 2 องค์กรของไทยไปลงทุนในเหมือนถ่านหินเช่นกัน

ถ่านหินใช่ว่าจะขายได้ง่ายดาย การไปซื้อหุ้นในเหมืองถ่านหินย่อมถูกสงสัยได้ว่าเป็นการเล็งผลเลิศ คือการได้กำไรจากการขายถ่านหิน เงินปันผล และกำไรต้นทุนราคาถูกของถ่านหินตามคำอ้าง เป็นกำไร 2 ต่อ ผู้บริหารย่อมได้ผลตอบแทนมากกว่าที่เคยได้รับ

เมื่อมีผู้ซื้อน้อยลง ทั้งยังมีกระแสประชาคมโลกให้ลดการใช้ถ่านหิน ก็ยังไม่วายจะสร้างเหตุผลอื่นๆ มาสนับสนุน โดยไม่มีการรับประกันว่า “ถ่านหินพลังงานสะอาด” ในประเทศอื่นๆ จะไม่สร้างหายนะต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างที่เคยเกิด

อะไรก็ตามที่เป็นมาตรฐานสากล จะเกิดปัญหาถ้าถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย เพราะปัญหาการควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่น่าเชื่อถือ ขาดประสิทธิภาพด้วยปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่นนั่นเอง มาตรฐานสากลจึงถูกแปรสภาพเป็นระดับท้องถิ่น

ที่น่าสงสัยก็คือ พลังงานทางเลือกที่มีข้อเสนอมา กลับไม่ได้รับการพิจารณาหรือรับฟังอย่างจริงจัง เป็นเพราะหัวเด็ดตีนขาดก็ต้องใช้ถ่านหินให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไปขายที่ไหน

จีนได้สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงหลายแห่ง มี 1 แห่งในเชียงรุ้งใช้ในการผลิตไฟฟ้า มีเหลือเฟือสำหรับขายให้ประเทศอื่นๆ เช่นประเทศไทย ไปไกลถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยใช้เครือข่ายสายไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโยงผ่านลาวเข้าสู่ไทย ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า

ลาวก็มีพลังงานไฟฟ้าเหลือเฟือ เพราะมีแผนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพื่อ ผลิต ไฟฟ้า ปัจจุบันลาวได้ขายไฟฟ้าให้ไทย และไทยขายไฟฟ้าให้ลาวในพื้นที่ภาคไต้ โดยที่ลาวไม่ต้องสร้างเครือข่ายสายไฟฟ้าจากเหนือสู่ไต้ เป็นการพึ่งพากันระหว่างการไฟฟ้าไทยและลาว

ไฟฟ้าจากทั้งจีนและลาวมีเหลือเฟือสำหรับความต้องการของประเทศไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ ทั้ง 2 ประเทศอยากขายไฟฟ้าที่เหลือ เพราะไฟฟ้าไม่ใช่สินค้าบรรจุหีบห่อ หรือขนส่งโดยเรือหรือยานประเภทอื่น ต้องส่งผ่านเครือข่ายสายไฟฟ้าหรือ power grid

อัตราค่าไฟฟ้าย่อมต่อรองเจรจากันได้ ผู้ขายก็อยากขายเต็มที่ เพราะเห็นว่ามีเครือข่ายสายไฟฟ้าแรงสูงอยู่แล้ว ไม่ต้องไปลงทุนสร้างโรงงานไฟฟ้าให้เกิดความเสี่ยงเรื่องมลภาวะ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ปัญหามวลชน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน

ทั้งไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ต้องการซื้อ และรายใดมีปัญหากับผู้ขายย่อมมีผลกระทบทั้งหมดเมื่อต้องร่วมใช้เครือข่ายสายไฟฟ้าเดียวกัน จะอ้างว่าไม่สามารถควบคุมราคาไฟฟ้าได้ ขาดความเป็นอิสระ ต้องถามว่าการพึ่งพาถ่านหินจากต่างประเทศไม่ต้องเสี่ยงด้วยหรือ

ข้ออ้างที่ว่าถ้าใช้ถ่านหิน ค่าไฟฟ้าจะถูกกว่าก๊าซ 30-40 สตางค์ต่อหน่วย ทุกวันนี้ กฟผ. หรือการไฟฟ้าอื่นๆ ตั้งอัตราค่าไฟฟ้า ประชาชนผู้บริโภคมีสิทธิต่อรองเช่นนั้นหรือ

ตั้งราคายูนิตละกี่บาทก็สุดแล้วแต่ ผลสุดท้ายชาวบ้านต้องจ่าย ถ้าไม่จ่าย ก็ต้องโดนตัดไฟ เหมือนราคาน้ำมันในปัจจุบันซึ่งราคาแพงกว่าเพื่อนบ้านอย่างน่า พิศวง ราคาขายเป็นเท่าไหร่ ประชาชนไม่มีทางเลือกทั้งนั้น กรณีการดึงดันใช้ถ่านหินที่กระบี่ เทพาก็เช่นกัน

ถ้าราคาพลังงานอื่นๆ ขยับตัวขึ้น ราคาถ่านหินจะคงที่เช่นนั้นหรือ ค่าไฟฟ้าจะไม่ขึ้นหรือ? กฟผ. ก็เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจมุ่งหวังผลกำไรเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและดิ้นรนให้เอามาใช้ผลิตไฟฟ้าที่กระบี่ เทพาหรือ

กลุ่มผู้คัดค้านโครงการนี้ประกาศจะมาชุมนุมหน้าทำเนียบ ก็มีเสียงคำรามจากคุณท่านผู้นำอ้างว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ ผิดกฎหมาย ต้องขออนุมัติจากตำรวจก่อน ทั้งๆ ที่กฎหมายควบคุมการชุมนุมออกมาโดยรัฐบาลนี้ สภานิติบัญญัติไม่ได้มาจากประชาชน

เคยบอกหลายครั้งแล้วว่าประเทศไทยมีเวรกรรม มีรัฐบาลสารพัดรูปแบบ แต่ไม่เคยมีใครรักชาติจริง แต่ละคณะมีเจตนาแฝงเร้น แถมยังผลงานห่วย เลว โกงกินไม่อายฟ้าดินบางยุคมีแต่ราคาคุยเป็นผลงานหลัก ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณชาวบ้านอีกด้วย!