xs
xsm
sm
md
lg

ปูด"การไฟฟ้าฯ-ทีโอที" รับสินบนบริษัทต่างชาติ สตง.เผยรู้ตัวคนเอี่ยวโรลส์-รอยซ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360-สื่อต่างประเทศปูดสินบนข้ามชาติใหม่ "เจเนอรัลเคเบิล" ในสหรัฐฯ ยอมจ่ายค่าปรับ 75 ล้านเหรียญสหรัฐ แลกยุติสอบสวนคดีจ่ายสินบนในต่างประเทศ รวมทั้งไทย แฉจ่ายในไทย 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ได้สิทธิในการจำหน่ายสินค้าให้กับ กฟภ. กฟน. และทีโอที ผู้ว่า สตง. เผยมีรายชื่อคนรับสินบนจากโรลส์-รอยซ์แล้ว รอแค่ข้อมูลยืนยันจากอังกฤษ ด้านพลังงาน-คมนาคม สั่งตั้งกรรมการ ขีดเส้น 30 วัน ต้องรู้ใครมีเอี่ยวบ้าง

หลังจากที่บริษัทโรลส์-รอยซ์ ประเทศอังกฤษ ถูกสำนักงานปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันหรือ SFO (Serious Fraud Office) ของอังกฤษ ตรวจสอบพบว่า มีการติดสินบนเพื่อขายเครื่องยนต์ไอพ่นใน 7 ประเทศ รวมทั้งไทย ซึ่งโรลส์-รอยซ์ ยอมรับและจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 671 ล้านปอนด์ เพื่อไม่ให้โดนดำเนินคดีอาญา โดยมีบริษัทไทยที่มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตามที่ได้นำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้เกิดกรณีติดสินบนขึ้นมาอีกกรณีหนึ่ง และมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าในรัฐเคนตักกี ยอมจ่ายค่าปรับให้แก่ทางการสหรัฐฯ กว่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อยุติการสอบสวนคดีจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศ เช่น แองโกลา บังกลาเทศ จีน อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายป้องกันการคอร์รัปชันในต่างประเทศ (FCPA) ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เลสลี อาร์. แคลด์เวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แผนกคดีอาชญากรรม แถลงเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2559 ว่า เจเนอรัล เคเบิล ได้จ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายในประเทศ โดยผู้บริหารระดับสูงก็มีส่วนรู้เห็น จนทำกำไรได้มากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก โดยบริษัทได้ยอมเปิดเผยการกระทำอันมิชอบให้รัฐบาลทราบ ตลอดจนให้ความร่วมมือและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะร่วมมือกับอัยการและพนักงานสอบสวน และยังสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่จะธำรงไว้ซึ่งความโปร่งใส

ข้อตกลงยุติคดีความ ให้รายละเอียดไว้ว่า พนักงานและผู้บริหารระดับสูงของ เจเนอรัล เคเบิล บางคน รวมถึง “ผู้บริหาร A” (ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในบริษัท Phelps Dodge International (Thailand) Ltd. หรือ PDTL) รับรู้ว่าสาขาของบริษัทในต่างประเทศมีการว่าจ้างกลุ่มบุคคลที่ 3 และผู้กระจายสินค้าให้จ่ายเงินสินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐในบางประเทศ เพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ซึ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจ

เจเนอรัล เคเบิล ซึ่งทำธุรกิจในบังกลาเทศ อินโดนีเซีย และไทยผ่านทาง PDTL ได้ใช้วิธีติดสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจระหว่างปี 2010-2014 ยกตัวอย่างกรณีที่ PDTL ได้จ่ายเงินกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่บริษัทรับส่งสินค้าในอินโดนีเซีย 2 แห่ง ทั้งๆ ที่ทราบว่าเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจ่ายในทางที่ผิดกฎหมาย

แผนจ่ายเงินใต้โต๊ะนี้ ยังถูกเจรจาผ่านอีเมลอย่างเปิดเผย ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนมิ.ย.2555 (2012) พนักงานขายคนหนึ่งในบังกลาเทศได้ส่งอีเมลถึงผู้บริหาร A โดยแจ้งว่าเงินส่วนหนึ่งที่บริษัทสาขาในไทยจ่ายให้แก่ตน “จะถูกแบ่งให้แก่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายลูกค้า , เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงบางคนที่ร่วมประมูล” ต่อมาในเดือน พ.ค.2013 ผู้บริหาร A ก็ได้อนุมัติจ่ายเงิน 43,700 เหรียญสหรัฐให้แก่พนักงานขายคนดังกล่าว

PDTL ยังได้จ่ายเงินกว่า 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่ผู้กระจายสินค้าในไทยรายหนึ่งในช่วงปี 2012-2013 โดยทราบดีว่าเงินบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในทางทุจริตเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่รัฐวิสาหกิจไทย 3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

ในช่วงปี 2011 ผู้บริหาร A ได้แสดงความกังวลต่อผู้บริหารระดับสูงของ เจเนอรัล เคเบิล ซึ่งกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศว่า ค่าคอมมิชชันที่จ่ายให้แก่ผู้กระจายสินค้าในไทยกำลังถูกใช้ไปในทางมิชอบ แต่ถึงกระนั้น เจเนอรัล เคเบิล ก็ไม่ได้ตรวจสอบระบบควบคุมบัญชีภายในบริษัทเพื่อยับยั้งการทุจริต และการจ่ายสินบนลักษณะนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป

เงินราว 13 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่บริษัทสาขาของ เจเนอรัล เคเบิล จ่ายเป็นค่าคอมมิสชันให้แก่กลุ่มบุคคลที่ 3 และผู้กระจายสินค้า และถูกนำไปติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐด้วยนั้น ช่วยให้บริษัททำกำไรสุทธิถึง 51 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เจเนอรัล เคเบิล ได้ทำข้อตกลงยุติคดีความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยยอมจ่ายค่าปรับรวมทั้งสิ้น 20,469,694.80 เหรียญสหรัฐ พร้อมสัญญาว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับพนักงานสอบสวนและอัยการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (SEC) ยังได้มีคำสั่ง cease and desist (ห้ามมิให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป) ไปยัง เจเนอรัล เคเบิล ซึ่งบริษัทยินยอมที่จะชดใช้เงินให้ SEC เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด (disgorgement) จำนวน 55 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อรวมกับวงเงิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐที่กล่าวไปข้างต้น ค่าปรับทั้งหมดที่ เจเนอรัล เคเบิล ต้องจ่ายเพื่อยุติคดีนี้จึงอยู่ที่ราวๆ 75.75 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับความคืบหน้ากรณีสินบนโรลส์-รอยซ์ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า ขณะนี้ สตง. มีเอกสารรายชื่อและหลักฐานบุคคลที่รับสินบนจากบริษัทโรลส์-รอยซ์แล้ว แต่ต้องรอการยืนยันจากอังกฤษว่าตรงกับที่มีอยู่หรือไม่ และจะตรวจสอบว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทั้งในระดับรัฐมนตรีและผู้บริหารในช่วงเวลานั้น เพราะแม้ในต่างประเทศการจ่ายค่านายหน้าหรือคอมมิชชั่นจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ในไทยไม่สามารถทำได้ หากรับเงิน ก็ถือว่าผิดกฎหมายของไทย

"สตง. ได้ทำหนังสือประสานความร่วมมือขอข้อมูลจากอังกฤษเพื่อเจาะจงตัวบุคคล ทั้งผู้จ่ายและผู้รับสินบน คาดว่าจะได้รายชื่อคนไทยทั้งหมดที่ไปรับเงินจากบริษัทโรลส์-รอยซ์ และจะเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ในเร็วๆ นี้ โดยยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่ซ้ำรอยกับคดีซีทีเอ็กซ์ และยังได้ส่งสายตรวจ เข้าตรวจสอบหลักฐานการจัดซื้อของการบินไทยและปตท. แล้ว แม้จะยังไม่ได้ข้อมูลจากต่างประเทศ แต่ก็ทำการตรวจสอบไปก่อน"นายพิศิษฐ์กล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เร่งดำเนินการสอบสวนให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วันแล้ว ซึ่งจะต้องมีการตรวจเช็คข้อมูลกระบวนการจัดหาเครื่องยนต์ ย้อนหลังในแต่ละช่วงที่ถูกระบุว่าการทุจริตให้สินบนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง ขณะนี้ต้องรอทางการบินไทยรายงานก่อน ซึ่งหากพบว่า มีการเชื่อมโยงกับบุคคลที่อยู่นอกบริษัท การบินไทย หรืออยู่ในอำนาจของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องตรวจสอบ ก็สามารถสอบสวนในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้

ด้านนายจรัมพร กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ซึ่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้มาให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่โรลส์-รอยซ์จะเปิดเผยได้ ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว โดยการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา ขณะเดียวกันคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการจัดหาเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุง กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วนเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณี ปตท. มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีโรลส์-รอยซ์ โดยมีนายชวลิต พันธ์ทอง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน ปตท. เป็นประธาน และให้ส่งข้อสรุปกลับมาภายใน 30 วัน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง ทั้งการบินไทยและ ปตท. ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยการตรวจสอบคงไม่ยาก เพราะรายงานการจ่ายสินบนของต่างประเทศมีเขียนชัดเจน ระบุเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด วันไหน เวลาไหน ทำอะไร จ่ายเท่าไร และมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบการการทุจริต และพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ มีการควบคุมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจด้วย

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการอิสระ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตนเคยเป็นผู้บริหารสูงสุดใน ปตท.ช่วงเวลาดังกล่าว และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด
กำลังโหลดความคิดเห็น...