xs
xsm
sm
md
lg

หมายจับเสธ.โต-คนสนิท'โด่ง'เอี่ยวคดีม.112-พ่วง4อดีตตร.กองปราบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการรายวัน360 - ศาลทหารกรุงเทพ อนุมัติออกหมายจับ “พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่” หรือ "เสธ.โต" คนสนิท "บิ๊กโด่ง” พร้อม 4 อดีตนายตำรวจกองปราบปราม ความผิด ม.112 "พล.ต.อ.ศรีวราห์" ปัดโยกย้าย “พล.ต.ท.รอย” ไม่เกี่ยวข้องคดี 112 และไม่ทราบข่าวเด้ง ผบก.ป. ด้านปปง.ยึดทรัพย์ สว.เอี๊ยด 30 ล้าน ขณะที่ "บิ๊กติ๊ก" มอบ 3 รองปลัดกห. ตั้งคณะกรรมการสอบปมอุทยานราชภักดิ์ ก่อนส่ง "บิ๊กป้อม" เคาะ "แก้วสรร" เปรียบเหมือนกฐินพระราชทาน แม้ไม่ผิดอาญา แต่ต้องโปร่งใส

วานนี้ (25 พ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกองปราบปรามออกหมายจับอดีตนายทหาร และตำรวจ ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกอบด้วย 1. พล.ต.สุชาติ พรหมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และอดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ คนสนิท พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตามหมายจับเลขที่ 46/2558 และหมายจับที่ 47/2558

2. พ.ต.อ.ศิวพงษ์ พัฒน์พงษ์พานิชย์ อดีตรอง ผบก.ป 3. พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีตผู้กำกับ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปราม (บก.ป.) หมายจับเลขที่ 48/2558 4. พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รองผู้กำกับ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปราม หมายจับเลขที่ 49/2558 และ 5.พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ สว.ส.ทล.2 กก.1.บก.ทล อดีตนายตำรวจสังกัด บช.ก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ศาลทหารได้อนุมัติหมายจับนายจิรวงศ์ วัฒนเทวศิลป์ หรือ อาท เลขานุการส่วนตัวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยองเพิ่มเติมในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 หลังพบร่วมกระทำผิด ซึ่งเป็นกรณีต่างกรรมต่างวาระ ที่อยู่ใน 7 สำนวนกำลังสอบสวน และยังมีตำรวจที่ยศสูงกว่าพ.ต.อ. ทหารและพลเรือน รวมมากกว่า 4 คน แต่ถึง 10 คนหรือไม่ ตนจำรายละเอียดจำนวนชั้นยศ และชื่อไม่ได้

"ในกลุ่มนี้มีทั้งที่เป็นเครือข่ายของนายสุริยัน และกลุ่มที่ไม่ใช่เครือข่าย จากการสอบสวนถึงขณะนี้กลุ่มของนายสุริยันนั้น มีนายสุริยันใหญ่ที่สุดสูงที่สุดแล้ว ส่วนพล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.ที่มีกระแสข่าวอาจพัวพันในคดีนี้ยังไม่ปรากฎในสำนวน เช่นเดียวกับพล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.ที่ถูกสั่งให้มาช่วยราชการ ศปก.ตร."

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวยืนยันว่า แม้คดีนี้จะไม่ได้ตัวพ.อ.คชาชาต บุญดี นายทหารเสนาธิการ กองทัพภาคที่3 มาดำเนินคดีก็ไม่กระทบต่อสำนวน แต่ได้มาก็ดี ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนพยายามตามจับกุมตัวให้ได้ มีการเร่งรัดโดยตลอด

*** ปัดเด้ง “พล.ต.ท.รอย”ไม่เอี่ยวคดีหมิ่นฯ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผบ.ตร.) กล่าวถึง กรณีที่มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ว่า การโยกย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เนื่องจากมีภารกิจเฉพาะเกี่ยวกับงานด้านความมั่น เป็นภารกิจที่จะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง หากให้อยู่ในตำแหน่งเดิมการปฏิบัติภารกิจจะขาดช่วง พร้อมยืนยันการโยกย้ายเป็นไปตามปกติ ไม่เกี่ยวคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่ใช่เป็นการลงโทษ

“เป็นเรื่องการบริหารงานภายในของสตช. โดยภารกิจพิเศษนี้เป็นเรื่องการประสานงานระหว่างประเทศด้วย ซึ่งพล.ต.ท.รอย เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านภาษาอังกฤษ และด้านการสืบสวนสอบสวน แม้เรื่องของภาษากองการต่างประเทศจะสามารถทำได้ แต่ไม่มีความรู้ด้านการสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับย้าย พล.ต.ท.รอย จะไม่สร้างความระส่ำระสายในหน่วยงาน”ผบ.ตร.ระบุ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับย้าย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ยังไม่มีการปรับย้าย ไม่ทราบมีกระแสข่าวออกมาจากไหน

*** ยึดทรัพย์สว.เอี๊ยด 30 ล้านบาท

ที่สำนักงานการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวถึง การดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของพ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภา หรือ "สารวัตรเอี๊ยด" สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สว.กก.1 บก.ปอท.) กับพวก ผู้ต้องหาขบวนการแอบอ้างเบื้องสูง ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นคณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินบางส่วนของกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว ประมาณ10 รายการ มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจาการแอบอ้างเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ตั้งแต่กิจกรรม "Bike For Mom" ทั้งนี้ ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มีการถ่ายโอนไปยังกลุ่มเครือญาติของกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย

*** กห.ตั้งกก.สอบ "ราชภักดิ์" ยังไม่เสร็จ

แหล่งข่าวจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ภายหลังที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่า ล่าสุดพล.อ.ปรีชา ได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงกลาโหม 3 ท่าน ประกอบด้วย พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ เป็นผู้คัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมให้นำรายชื่อดังกล่าว เสนอให้ พล.อ.ประวิตร ได้คัดเลือกอีกครั้ง เนื่องจาก พล.อ.ปรีชา เคยเป็นคณะกรรมการในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ สมัยดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และพล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ก็เคยเป็นคณะกรรมการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ สมัยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากองทัพบก โดยคาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

**เปรียบ"ราชภักดิ์" กฐินพระราชทาน

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึง ปัญหาอุทยานราชภักดิ์ว่า เปรียบเหมือนกับกองทัพบกรับกฐินพระราชทานมาหนึ่งกอง มาทอดที่วัดราชภักดิ์ เลยตั้งคณะกรรมการกองกฐิน ขึ้นระดมเงินบริจาค มี ผบ.ทบ.เป็นประธาน ด้วยกรอบคิดอย่างนี้ งานนี้จึงไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เงินที่ได้ และการใช้จ่าย เป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการกองกฐิน ที่จะต้องจัดการให้โปร่งใส ด้วยวิธี ด้วยดุลพินิจที่สมควร หากเกิดปัญหาเงินรั่วไหล ก็ไม่ผิดอาญา ประชาชน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่หากเป็นข้าราชการ ก็ต้องโดนวินัย ฐานประพฤติชั่ว

"หากคนรับเป็นเซียนพระที่มาช่วยงาน ก็เอาผิดอะไรเขาไม่ได้ มันเป็นเงินที่ไม่ควรเรียกไม่ควรรับเท่านั้นเอง แต่ถ้าคนรับเป็นข้าราชการ ก็ต้องโดนทางวินัยไล่ออก ฐานประพฤติชั่ว ซึ่งน่าเสียดายที่ทางกองทัพ ไม่ตรวจสอบให้จริงจังจบๆ ไป เลยเป็นเป้านิ่งโดนโจมตีอยู่ทุกวัน แบบนี้ เรื่องอย่างนี้ จะมาคิดว่า "เขตทหารห้ามเข้า" ไม่ได้ เมื่อมาระดมเงินบริจาคจากสังคม ก็ต้องเปิดรั้ว ต้องรับผิดชอบตรวจสอบแล้วชี้แจงให้สังคมหมดข้อสงสัยด้วย" นายแก้วสรร กล่าว

**"มาร์ค"หนุนป.ป.ช.ร่วมสอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีความไม่โปร่งใสในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ ทั้งต้นสังกัด และป.ป.ช. คงต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะทางการยอมรับว่ายังไม่จบ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ระบุว่า ป.ป.ช.สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ กองทัพตั้งกรรมการตรวจสอบอยู่ จึงต้องทำอย่างตรงไปตรงมา และต้องจับประเด็นอันเป็นที่มา ที่ทำให้เกิดความค้างคาใจ เพราะมีการยอมรับว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จริง จึงต้องมุ่งให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไร