xs
xsm
sm
md
lg

บึ้มซ้ำท่าเรือสาทร 'ไปป์บอม'โยงราชประสงค์ ล่าชายสะพายเป้ แย้ม!มีคนไทยร่วม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน - สุดระยำ! คนร้ายโยนระเบิดจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หวังให้ตกบนโป๊ะท่าเรือสาทร แต่เดชะบุญ พลาดเป้าตกลงสู่ภายในแม่น้ำเจ้าพระยา เดชาบุญ ส่งผลให้น้ำพุ่งกระจายจากแรงระเบิด โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พบสะเก็ดระเบิดเป็นลูกเหล็กทรงกลมกระจายไปทั่วบริเวณ พบเป็นชนิดไปป์บอมชนิด เดียวกับระเบิดที่ราชประสงค์ นายกฯ ประณาม"คนเลว" ก่อเหตุบึ้มราชประสงค์ ยังไม่ตัด 2 ประเด็น"การเมือง-ต่างประเทศ" สั่งลากคอมือโพสต์ข้อความ รู้สถานการณ์ล่วงหน้า เค้นความจริง เผยเป็นคนอีสาน เคยร่วมกลุ่มต้านรัฐบาล ลั่นยังพร้อมดูแลบ้านเมือง

**ภาค5จัดชุดล่าต่างชาติเสื้อเหลืองต้องสงสัย

วานนี้ (18 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น.พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ภิรมย์เอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ยานนาวา ได้รับแจ้งเหตุระเบิดภายในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ใกล้เคียงสถานีบีทีเอสสะพานตากสิน ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ลออ ผกก.สน.ยานนาวา พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น. พ.ต.ท.สัญชัย มาตร์คำจันทร์ รอง ผกก.สส.สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สุนัขตำรวจ และ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตยานนาวา

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างบันไดทางขึ้นลงสถานีบีทีเอสสะพานตากสิน ประมาณ 50 เมตรใกล้โป๊ะท่าเรือสาทร พบสะเก็ดระเบิดเป็นลูกเหล็กทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มิลลิเมตร กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นราวๆ 20 ชิ้น จึงกั้นพื้นที่พร้อมกันผู้ไว้มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากจุดเกิดเหตุก่อนเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางรติษา เอี่ยมละออ อายุ 36 ปี แม่ค้าเสื้อผ้าบริเวณนั้นให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.กำลังขายของอยู่ตรงใกล้จุดเกิดเหตุห่างออกมาราว 30 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นจนหูอื้อ 1 ครั้ง ดังมาจากในน้ำตรงโป๊ะท่าเรือสาทร เมื่อหันไปดูพบน้ำกระจายขึ้นมาสาดสิ่งปลูกสร้างและนักท่องเที่ยวจนตัวเปียกไปหลายราย ตนจึงรีบวิ่งหนีตายออกมาทางถนนเจริญกรุงเพื่อตั้งหลักพร้อมกับชาวบ้านหลายคน พอตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์แจ้งที่เบอร์ 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

มีรายงานว่า สำหรับแนวทางการติดตามหาตัวคนร้ายในคดีนี้นั้นพบว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานฝ่ายทหารที่ดูแลพื้นที่และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรบริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ฝั่งมุ่งหน้าแยกวิทยุ และกล้องวงจรปิดบนสถานีบีทีเอสสะพานตากสิน ร่วมกัน เบื้องต้นพบภาพน้ำกระจายจากแรงระเบิดเมื่อเวลา 12.59 น. แต่ยังไม่พบภาพคนร้ายที่โยนวัตถุระเบิดจากสะพานสู่แม่น้ำเจ้าพระยาคาดว่าต้องใช้เวลาไล่กล้องวงจรปิดอีกสักระยะ อย่างไรก็ตามขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำเพื่อช่วยงมหาหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณใต้โป๊ะท่าเรือสาทรแล้วเพื่อนำมาระบุชนิดระเบิดและเป็นเบาะแสติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.20 น.ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายโยนระเบิดจากสะพานตากสิน (ขาเข้า) คาดว่าระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดชนิด ไปป์บอม ซึ่งพบสะเก็ดระเบิดเป็นลูกปืนรถ จยย.ขนาดประมาณ6 มิลลิเมตร และยังพบตัวจุดถ่วงเวลาซึ่งกระเด็นไปตกอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยระเบิดดังกล่าวตกลงไปในน้ำ ทำให้น้ำเป็นกำแพงเขื่อนช่วยรับแรงระเบิดไว้ จากเหตุครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเกิดเหตุที่มีคนสัญจรไปมาค่อนข้างน้อย ซึ่งปกติบริเวณนี้ในช่วงเช้า หรือช่วงเย็นจะมีผู้คนเป็นเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติใช้บริการจุดนี้สัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นบริเวณท่าเรือสาทร ที่เชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตากสิน โดยจุดเกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดเป็นชิ้นส่วนท่อแป็บเหล็ก และลูกปลายขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกระสแบทรายมากั้น และนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออก เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยระเบิดที่เกิดขึ้นวันนี้มีลักษณะคล้ายกับระเบิดที่เกิดเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวานนี้ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุเมื่อวานหรือไม่ โดยต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบหลักฐานจากที่เกิดเหตุ รวมทั้งนำหลักฐานของทั้ง 2 คดี มาทำการเปรียบเทียบกัน ว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงหรือไม่

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มใด ซึ่งกรณีมีการแชร์ภาพในโลกโซเชียลมีเดีย ว่ามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้นั้น ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมผู้ต้องสงสัยได้แต่อย่างใด ซึ่งหาทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้นั้น จะมีการแจ้งให้สื่อมวลชน และประชาชนทราบอย่างแน่นอน สำหรับมาตรการให้การดูแลความปลอดภัยของประชาชนนั้น ขณะนี้ได้มีมาตรการในการตรวจเข้มมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาช่วยเฝ้าระวังด้วย อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดมีภาพในที่เกิดเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ตั้งแต่เวลา 18.40 น.-18.55 น. หรือภาพผู้ต้องสงสัยที่เป็นชายสวมเสื้อสีเหลืองนั้น สามารถแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หมายเลข 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอดเวลา

เบื้องต้นหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และละแวกใกล้เคียงเพื่อติดตามหาผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเมื่อเวลา16.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ไม่ใช่กลุ่มก่อการร้ายแน่นอน แต่ก่อเหตุหวังเอาชีวิต ก่อให้เกิดความวุ่นวายในการบริหารประเทศของรัฐบาล คนที่ทำไม่ปรารถนาดี ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นไปป์บอมแบบจุดไฟ คนร้ายใช้จุดไฟแล้วโยนลงมา ถือเป็นระเบิดลักษณะใกล้เคียงกับระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อวาน แต่วันนี้เกิดเหตุในที่โล่งแจ้ง แรงอัดแรงดันต่างกัน สันนิฐานว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุเมื่อวาน ขณะนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาล เป็นปัญหาของประเทศชาติแล้ว เพราะหากเกิดปัญหาเช่นนี้บ่อยๆส่งผลกระทบต่อเศรษกิจไทยแน่นอน นักท่องเที่ยวจะไม่มั่นใจในการเดินทางเข้ามา หากพบผู้ต้องสงสัยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ส่วนภาพผู้ต้องสงสัยเมื่อวานที่ได้มีการเผยแพร่ไปนั้น หากผู้ใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะใกล้เคียงก็สามารถแจ้งได้ แต่ตนเชื่อว่าคนร้ายจะต้องมีการปลอมตัวแน่นอน เหตุวันนี้เชื่อว่าไม่ได้มีคนร้ายคนเดียวต้องทำกันเป็นขบวนการ ต้องมีคนขับจยย. มีคนซ้อนเป็นผู้โยนลงมา คนในประเทศไทยทำกันเอง

"จากแนวทางการสืบสวนเชิงลึกของชุดคลี่คลายคดี พบว่าเหตุลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ และเหตุโยนระเบิดบริเวณท่าเรือสาทรในวันนี้ (18 ส.ค.) มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน และน่าจะเป็นการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนแบบมืออาชีพ"

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดไปป์บอม ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดเหตุที่บริเวณแยกราชประสงค์ มีรัศมีการทำลายล้าง 35-50 เมตร ให้สายฉนวนในการถ่วงเวลาการระเบิด ซึ่งระเบิดที่คนร้ายโยนลงมาจากสะพานตากสิน (ฝั่งขาเข้า) ใช้การจุดฉนวนด้วยมือแล้วโยนลงมาจากสะพาน ก่อนตกลงไประเบิดในน้ำ ซึ่งหากคนร้ายจุดระเบิดโยนลงมาจากสะพานตากสิน(ฝั่งขาออก) ระเบิดอาจะตกลงมาบริเวณท่าเรือข้ามฟาก ซึ่งอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บก็เป็นได้ สำหรับระเบิดชนิดทีเอ็นที กับระเบิดไปป์บอม มีลักษณะที่เหมือนกัน เนื่องคนร้ายได้นำระเบิดชนิดทีเอ็นที อัดใส่ท่อเหล็กพร้อมกับลูกปลาย เพื่อเพิ่มอัตราทำลาย ซึ่งหลังจากนี้จะนำหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

****ตร.พุ่งเป้าชายเสื้อเหลืองสะพายเป้ วางบึ้มศาลพระพรหม

ชุดสืบสวนพุ่งเป้าชายต้องสงสัยวางระเบิดแยกราชประสงค์ เป็นชายไม่ระบุสัญชาติ สวมเสื้อเหลืองสะพายเป้ นั่งตุ๊กตุ๊กจากแยกศาลาแดงมาลงใกล้ศาลพระพรหมแล้ววางเป้ลงกับพื้น ก่อนรีบออกไป โดยไม่มีเป้ติดตัวไปด้วย "ประวุฒิ"เผยตำรวจกำลังเร่งติดตามตัว ผบ.ตร.มีคำสั่งด่วนให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้ม ตั้งด่านตรวจอาวุธ ย้ำตำรวจนอกเครื่องแบบ สืบหาข่าวความเคลื่อนใหวของบุคคล เปิดการจราจรโดยรอบแยกราชประสงค์แล้ว ขณะที่ความเสียหายศาลท้าวมหาพรหมรวมทั้งหมด 3 จุด คือช่วงคาง มือด้านขวา และหลังคา กรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงสิทธิเยียวยาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย 2544 เผยญาติผู้เสียชีวิตจะได้รับเยียวยารายละ 1 แสนบาท ผู้บาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 3 หมื่นบาท

จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ บริเวณรั้วศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง และในวันนี้เวลา 14.00 น.จะมีการประชุมติดตามคดีดังกล่าวอีกครั้งที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.)

ความคืบหน้าเรื่องนี้ รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า ขณะนี้ทราบแต่เพียงว่าคนร้ายลงมือเพียงคนเดียว เป็นชายไม่ระบุสัญชาติ รูปร่างผอม-สูง สวมเสื้อสีเหลืองนุ่งกางเกงขาสั้น สะพายเป้สีน้ำเงิน โดยภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้แบ่งชุดทำงาน ประกอบด้วย ชุดสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บก.น.5,กองบังคับการสืบสวนสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ิ(ตม.), กองบังคับการตำรวจปราบปราม (บก.ป.), ตำรวจสันติบาล,กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (อีโอดี), สำนักงานพิสูจหลักฐานตำรวจ (พฐ.)

ในส่วนของชุดสืบสวน บช.น.จะทำหน้าที่ด้านเทคนิค คือ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทราบว่าคนร้ายนั่งรถตุ๊กตุ๊กมาจากแยกศาลาแดง ผ่านแยกราชประสงค์มายังบริเวณโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ ใกล้กับศาลพระพรหม หลังจากเดินไปนั่งที่เก้าอี้บริเวณพระพรหม ก่อนจะวางกระเป๋าเป้ลงกับพื้น ทำทีเล่นโทรศัพท์ก่อนจะลุกออกจากบริเวณดังกล่าว และเดินไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กคันเดิมออกจากที่เกิดเหตุทันที โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการติดตามตัวคนขับรถแท็กซี่มาสอบปากคำ

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ การข่าวความมั่นคงได้ระมัดระวังการก่อความไม่สงบในพื้นที่ กทม.แล้ว และมีการประสานงานกับกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ซึ่งก็ได้มีการจัดรถวิทยุไปประจำสถานทูตต่างๆ คาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือที่สถานทูตมากกว่า หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวอุยกูร์จริงการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการก่อการร้ายอย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นการเมืองทิ้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมาการเมืองไม่มีความรุนแรงขนาดนี้ ถ้ารุนแรงคือต้องมีการชุมนุมสร้างระเบิดกันแต่วัสดุที่ใช้จะไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามวันนี้จะมีประชุมความคืบหน้าที่ บก.สส.บช.น. เวลา 14.00 น.

ต่อมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เผยแพร่ภาพชายต้องสงสัยที่กล้องซีซีทีวีบริเวณศาลท้าวมหาพรหมจับภาพได้ โดยลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ ผิวขาว รูปร่างผอมสูง ใบหน้าเหล็กรูปหน้าคล้ายชาวตะวันตก ผมสีน้ำตาลหยิกฟู สวมแว่นตากรอบสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง กางเกงสามส่วนสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าผ้าใบ สวมปลอกแขนทั้งสองข้าง สวมนาฬิกาข้อมือสีดำ โดยภาพแรกสะพายเป้สีน้ำเงิน มือถือถุง 1 ใบ แต่ภาพต่อมาพบว่ากระเป๋าเป้หายไป

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ชายที่ปรากฏตามภาพวงจรปิด เป็นผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจกำลังติดตาม โดยชายคนดังกล่าว เข้ามาในพื้นที่เพียงคนเดียว โดยสารรถสามล้อเครื่องเข้ามา จากนั้นรีบออกไปจากพื้นที่โดยใช้รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งขณะนี้ ตำรวจกำลังติดตามอยู่

***ยังไม่ตัด 2 ประเด็น "การเมือง-ต่างประเทศ"

เมื่อเวลา 09.00 น.วานนี้ (18ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม. ถึงเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ในช่วงค่ำวันที่ 17 ส.ค. ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ซึ่งได้ส่งสารไปยังนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ในหลายประเทศที่มีประชาชนของเขาได้รับผลกระทบ ยืนยันว่า เราจะหาตัวผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว และจะดูแลชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย สถานทูต ให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนกเพราะจะมีผลต่อการเดินทางเข้าประเทศไทย และตนได้รับรายงานตั้งแต่เกิดเหตุ ก็ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปควบคุมการปฏิบัติให้ทหาร ตำรวจ เข้าไปปิดกั้นพื้นที่ ซึ่งจำเป็น ทั้งนี้ต้องขอโทษสื่อมวลชน เพราะเราต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการปิดกั้นพื้นที่ 100 ถึง 200 เมตร เพราะถือเป็นพื้นที่อันตราย อาจมีเหตุซ้ำซ้อนได้ ดังนั้นอยากให้เสนอข่าวแต่ในข้อเท็จจริง อะไรที่เป็นการสืบสวนสอบสวน ก็อยากให้ชะลอไปก่อน หรือไปตัดสินใจว่า ให้น้ำหนักอะไรจนกว่าจะมีการพิสูจน์หลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งการสืบสวนต้องใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด และประสานให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่มีภาพเหตุการณ์ได้ส่งรูปมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้วางกำลังเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงพร้อมประสานให้มีการดูแลสถานทูตและแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ในการแจ้งข่าวซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่สรุปว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด ที่สรุปได้คือ การกระทำของคนเลว ที่ไม่เห็นแก่ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสูญเสีย ไม่ว่าเขาจะทำด้วยเหตุผลใดก็ตาม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สาเหตุอาจมาจากเรื่องการเมือง หรือเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ตนไม่อยากให้ลงความเห็นไปทางใดทางหนึ่งก่อน เพราะจะทำให้การสอบสวนผิดประเด็นไป และหากไม่ใช่ จะกลายเป็นความตื่นตระหนก เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องถือเป็นบทเรียน ที่จะต้องหาวิธีแก้ปัญหาในแนวใหม่ ไม่อยากให้ใช้การประโคมข่าว หรือโซเชียลมีเดียในการรับรู้ในเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เพราะจะมีผลเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความต้องการของผู้ก่อเหตุ ที่จะทำให้ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวแย่ลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด ที่ผ่านมาเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ แต่ครั้งนี้ มุ่งหวังต่อชีวิตประชาชน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใดนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ และต้องระวังไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมาอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ก่อเหตุมีประมาณกี่คน หรือเป็นขบวนการ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าวิเคราะห์จากสถานการณ์เบื้องต้น คนวางระเบิดสามารถวางคนเดียวได้ โดยนำมาวางในจุดที่มีคนพลุกพล่าน การป้องกันจึงทำได้ยาก และชาวต่างชาติอยู่เยอะ เพื่อสร้างผลกระทบต่อสังคม และเศรษฐกิจ และหลังจากเกิดเหตุ มีการปล่อยข่าวทางโซเชียลมีเดีย หรือตามสื่อบางสื่อ ว่าจะปิดสถาบันทางการเงิน ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า มีขั้นตอนการทำงานอยู่แสดงว่าเป็นขบวนการในการทำ ต้องไปหาว่าเป็นขบวนการไหน

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาวอุยกูร์ นายกฯ กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว ทำไมจะต้องพูดให้มันชัดเจน ว่าใครทำ มันยังไม่ทราบทั้งนั้น กำลังตามอยู่

** จำกัดวงผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ยังไม่ฟันธง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ระเบิดเป็นชนิดแสวงเครื่อง และคนร้ายที่ก่อเหตุบริเวณศาลพระพรหม มีเจตนาชัดเจนที่จะทำร้ายประชาชน ทำลายการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเดินทางไปเป็นประจำทุกวัน เรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้เก็บกล้องวงจรปิด และพบข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่ขอเปิดเผย

เมื่อถามว่า มีการตั้งประเด็นสาเหตุของการก่อเหตุไว้กี่ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้ตั้งประเด็น แต่จะต้องเอาตัวคนที่วางระเบิดมาให้ได้ และขณะนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และได้จำกัดวงผู้ต้องสงสัยได้แล้ว

**ภาค5จัดชุดล่าต่างชาติเสื้อเหลืองต้องสงสัย

พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ. 5 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ด้านการข่าว และเจ้าหน้าที่สืบสวน เพื่อลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย โดยนำภาพผู้ต้องสงสัย ลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งภาพที่บันทึกได้ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยสะพายเป้อยู่ด้านหลัง แต่ขณะที่กำลังเดินออกจากจุดเกิดเหตุเป้หายไป ซึ่งเบื้องต้นมีการวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นการก่อการร้าย หรือเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ
กำลังโหลดความคิดเห็น...