xs
xsm
sm
md
lg

หมายจับ'บรรยิน' เจอหลักฐานปลอมโอนหุ้น"ชูวงษ์" แฉรถเกิดเหตุหายครึ่งชม.ก่อนชน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน-"สมยศ"เรียกถกทีมสืบสวนไขคดี "เสี่ยชูวงษ์" เสียชีวิต ยันพบความผิดปกติการโอนหุ้น โดยใช้กลอุบายฉ้อฉล ส่วนการเสียชีวิตเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ขึ้นอยู่กับหลักฐาน ปัดตอบ "บรรยิน" มีเอี่ยวหรือไม่ ให้รอผลสอบสวน ล่าสุดกองปราบเตรียมออกหมายจับ "บรรยิน-แคดดี้สาว" ปลอมแปลงเอกสารจำนำเป็นโอนหุ้น เผยยังพบพิรุธรถคันเกิดเหตุ หายไปครึ่งชั่วโมงก่อนประสบอุบัติเหตุ ด้านญาติยื่นแพทยสภาช่วยตรวจสอบผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (5 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และการโอนหุ้นที่พบความผิดปกติ โดยมี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์กลาง พล.ต.ต.พรชัย สุธรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม และพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข เข้าร่วม โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ได้เรียกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ และการโอนหุ้นที่พบความผิดปกติ ซึ่งได้แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนายชูวงษ์เป็นความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน บช.น. ขณะที่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีการโอนหุ้น

โดยในที่ประชุมมีความเห็นว่ายังมีประเด็นที่พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข จะต้องไปสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทำให้คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ยังไม่สามารถสรุปได้ และจะเป็นประเด็นใดบ้างตนไม่สามารถเปิดเผย ส่วนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบปราม พบความผิดปกติในเรื่องของการโอนหุ้น เชื่อว่าพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนมีอยู่จะสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนจะเป็นใครบ้าง มีจำนวนกี่คน ตนไม่สามารถเปิดเผยได้

***ยันพบการโอนหุ้นผิดปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการโอนหุ้นพบความผิดปกติตรงจุดไหน หรือความผิดปกติอย่างไร พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เอาเป็นว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการทำธุรกรรมการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ เพราะนายชูวงษ์มีเจตนาอย่างหนึ่ง แต่มีการทำธุรกรรมที่บิดเบือนเจตนาของนายชูวงษ์ไปอีกแบบหนึ่ง นั่นคือความผิด ส่วนที่ว่าผิดปกติอย่างไร ตนไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เนื่องจากตรงนี้ เป็นข้อมูล หรือพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวน หากพูดไปจะเป็นช่องทางให้ผู้กระทำผิดแก้ไข หาทางหนีทีไล่ได้ ยืนยันว่าเป็นความผิดที่สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้

เมื่อถามว่าความผิดปกติที่ว่า นายชูวงษ์ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจโอนหุ้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตรงนี้ยังตอบไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าผู้ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องใช้กลอุบายฉ้อฉล หรือวิธีการที่ไม่ถูกต้องโอนหุ้นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งตำรวจสามารถดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ได้

เมื่อถามว่าเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตรงนี้ขอไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวน

***อุบัติเหตุหรือฆาตกรรมขึ้นกับหลักฐาน

ต่อข้อถามว่าเรื่องประเด็นการโอนหุ้นที่ผิดปกตินำมาสู่การเสียชีวิต หรือเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ หรือ ไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ประเด็นนี้ยังสรุปไม่ได้ เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ตำรวจจะใช้ความรู้สึก หรือความเชื่อไม่ได้

"อย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ความรู้สึกของคนทั่วไปมองว่าไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุ น่าจะเป็นการฆาตกรรม แต่สำหรับตำรวจทุกอย่างต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน ผมเห็นใจตำรวจ สน.อุดมสุข และตำรวจนครบาลที่เข้ามาทำคดีนี้ เพราะมันมีกรอบ คดีทุกคดีต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน อย่างความรู้สึกมันคิดว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่เมื่อไม่มีพยานหลักฐาน เราก็ไม่สามารถดำเนินการได้ วันนี้เราพยายามลงลึกในรายละเอียดมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาอธิบายขั้นตอนการทำงานให้พนักงานสอบสวนเข้าใจ เราพยายามจะทำให้ทุกอย่างกระจ่าง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร สิ่งที่ตำรวจจะต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบ ชี้แจงแล้วสังคมต้องยอมรับ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"

อย่างไรก็ตาม เมื่อตนบอกว่าการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ พบความผิดปกติ ตนเชื่อเลยว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องมองว่ามูลเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต้องมาจากหุ้น แต่ตำรวจเป็นมืออาชีพ ทำทุกอย่างตามหน้าที่ ทำทุกอย่างตามพยานหลักฐาน เพื่อที่จะตอบสังคมให้ได้ ไม่ได้ต้องการให้ร้ายป้ายสีใคร ถ้าหากพยานหลักฐานมีความเกี่ยวข้องเพียงพอที่จะสามารถดำเนินคดี เราต้องทำแน่ ณ วันนี้เราก็คิดเหมือนที่ท่านคิด แต่พยานหลักฐานมันไปไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร ก็ต้องเห็นใจตำรวจด้วย ตนย้ำกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ที่ลงไปดูคดีนี้ด้วยตนเองว่าเราเป็นมืออาชีพ ต้องทำให้ครบถ้วนกระบวนการ

ทั้งนี้ ยอมรับว่า ทุกวันนี้การทำงานของตำรวจนครบาลมีข้อจำกัดมาก พยานหลักฐานต่างๆ เหลือน้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถให้น้ำหนักว่าสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มาจากฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังสรุปไม่ได้ เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ไปสอบสวนเพิ่มเติม

***"บรรยิน"เอี่ยวหรือไม่ต้องรอผลสอบสวน

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นที่ผิดปกติหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ยังไม่ทราบต้องรอผลการสอบสวน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลต่างๆ ในการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการโอนหุ้น ส่วนหนึ่งได้มาจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และบริษัทหลักทรัพย์ที่รับผิดชอบเรื่องหุ้น ซึ่งไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับตำรวจเท่าที่ควร ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกตุ ซึ่งตำรวจได้แจ้งไปยังหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบดูแลบริษัทหลักทรัพย์ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทเหล่านี้ให้ความร่วมมือ ขณะที่ตำรวจก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายกดดันให้เขามอบพยานหลักฐานสำคัญในคดี

นอกจากนี้ หากพบว่าบริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้มีการกระทำที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก็ต้องถูกดำเนินคดี ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยหรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวน

***ขอหมายจับ"บรรยิน-แคดดี้สาว"

ที่กองปราบปราม รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง หลังจากการสอบปากคำพยานแวดล้อม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนมาสรุปหาความเชื่อมโยง โดยทีมสืบสวนพบข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้ ได้มีการถอนเงินออกจากบัญชีจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เพื่อหาความเชื่อมโยง

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมชุดคลี่คลายคดีทั้งในส่วนของนครบาลและกองบังคับปราบปราม ซึ่งทาง พล.ต.อ.สมยศ ได้เน้นย้ำให้ชุดทำงานแสวงหาหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายข้อเท็จจริง โดยให้ทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ เป็นที่สนใจ

ทั้งนี้ ยังได้วางแนวทางให้ทางชุดคลี่คลายคดีอิงตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้คลายข้อสงสัยในเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งการโอนหุ้นว่ามีเงื่อนงำหรือไม่อย่างไร

รายงานข่าวแจ้งว่าประเด็นการโอนหุ้นนั้น ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งเอกสารหลักฐานการโอนหุ้นและการทำธุรกรรมทั้งหมดของนายชูวงษ์ ไปให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานทำการเปรียบเทียบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ

ส่วนกรณีที่จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ผลตรวจต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้มาแล้วบางส่วน ยังขาดหลักฐานเอกสารผลตรวจบางอย่าง ซึ่งหากผลตรวจออกมาครบก็สามารถที่จะดำเนินการออกหมายจับได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดชุดสืบสวนจะดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 รายขึ้นไป คือ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ และ น.ส.กัญฐณา ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร หลังพบว่าพัวพันกับการดำเนินการแก้ไขเอกสารการทำธุรกรรมโอนหุ้น โดยเอกสารมีการแก้ไขข้อความจากการจำนำหุ้น เป็นการโอนหุ้น ซึ่งในเอกสารดังกล่าวที่มีการแก้ไขนั้น แก้ไขเฉพาะหัวเรื่อง แต่ลายเซ็นเป็นของนายชูวงษ์จริง

***พบพิรุธรถหายไปครึ่งชม.ก่อนเกิดเหตุ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในเรื่องของอุบัติเหตุ ทางผบ.ตร.ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหากล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ ในเส้นทางก่อนและหลัง 1 กิโลเมตร รวมทั้งระยะเวลาที่แน่ชัดว่ารถคันเกิดเหตุมีการออกจากสนามกอล์ฟกี่โมง เนื่องจากพบพิรุธความผิดปกติว่ารถคันเกิดเหตุหายไปครึ่งชั่วโมง
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนให้รอบคอบ ก่อนทำการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องที่กระทำความผิด ในส่วนกรณีที่ทาง ผบ.ตร.ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีนายตำรวจหลายคนเกี่ยวข้อง แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อมูลนั้น มีรายงานข่าวว่า ในประเด็นนี้ ทางทีมสืบสวนไม่ได้พบข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ส่วนหนึ่งอาจมาจากกรณีที่ก่อนหน้านี้ทางญาติของนายชูวงษ์ ได้ร้องขอให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลว่ามีความสนิทสนมเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน และกรณีที่ทาง พ.ต.ท.บรรยิน ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.

***ญาติร้องแพทยสภาตรวจผลชันสูตร

ที่แพทยสภา น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ พร้อมญาติและทนายความ เดินทางมายื่นหลักฐานการชันสูตรศพนายชูวงษ์ ของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พร้อมด้วยเอกสารประกอบอื่นๆ อาทิ ภาพถ่าย ให้แก่ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เพื่อขอให้ตรวจวิเคราะห์หาข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตว่ามาจากสาเหตุใด

น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า ที่เดินทางมาร้องขอให้แพทยสภาช่วยตรวจวิเคราะห์ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นเพราะหลังได้รับผลการชันสูตรศพเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน ขณะที่ญาติๆ ยังมีข้อสงสัยหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นด้านบาดแผลจากภายในช่องท้อง ใบหน้า ท้ายทอย จึงได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้กับทางแพทยสภาช่วยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เอกสารที่รับมา ตนคงไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่จะเร่งดำเนินการส่งให้กับราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมแพทย์นิติเวช จัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมาช่วยตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต ร่วมกับข้อมูลของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญอุบัติเหตุทางรถยนต์ และทางวิศวกรรมทางรถยนต์อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผลการตรวจวิเคราะห์จะเสร็จสิ้นเมื่อไร แต่จะกำชับให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...