เจ้าของเอสเอฟเอส เอวิเอชั่น ผู้ให้บริการเฮลิคอปเตอร์ ร้องเรียน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะประธานศูนย์ต้านโกง จัดการ ปตท.สผ.เปิดประมูลไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์เอกชน ส่งผลให้รัฐเสียหาย 2 พันล้าน แฉยูไนเต็ด ออฟชอร์ บริษัทที่ได้งาน ไม่มีใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ไม่สามารถให้บริการตามกำหนด เพราะไม่มีเฮลิคอปเตอร์ แต่ ปตท.สผ.เพิกเฉย ไม่ปรับเงิน สงสัยพัวพันผลประโยชน์กลุ่มการเมืองรัฐบาลที่แล้ว
นายทิษณุ รัตนะรัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ส่งข้อร้องเรียนไปยัง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว .ยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของการประมูลการบริการเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเดิมของบริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น สัญญาสิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม 2557 ได้เปิด ประมูลสัมปทานบริการจ้างเหมาเฮลิคอปเตอร์ตาม TOR NO. OLG-13-0151 เพื่อรับขนส่งคนและอุปกรณ์จากฐานปฎิบัติการชายฝั่ง ออกไปยังแทนขุดเจาะ ปิโตรเลียมกลางทะเล สัมปทานนี้มีอายุสัญญา 7 ปี มูลค่าประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท
เนื่องจาก บริษัท ปตท.สผ.เอื้อประโยชน์ให้บริษัท ยูไนเต็ด ออฟชอร์ เอวิเอชั่น จำกัด หรือบริษัท ยูไนเต็ดฯ ชนะการประมูล ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะผ่านการ ประเมินทางเทคนิคในขั้นต้นจนเข้ามาถึงรอบประกวดราคาได้ เพราะไม่มีใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC)ตามที่ TOR กำหนดให้ต้องส่งพร้อมเอกสาร ประมูลในวันที่ยื่นซองเพื่อแสดงความพร้อมทางเทคนิค ซึ่งผู้เข้าประมูลรายหลายถูก Disqualified เนื่องจากไม่มี AOC ในวันยื่นซอง แต่บริษัท ปตท.สผ.กลับยืดเวลา การมี AOC ให้กับบริษัทยูไนเต็ตฯถึง 2 ครั้ง คือ 1)จนถึงช่วงประกาศผลประมูล และ2)จนกระทั่งถึงวันลงนามในสัญญาปฏิบัติการ เพื่อให้บริษัทยูไนเต็ตฯทำ AOC ให้เสร็จ และเมื่อเริ่มสัญญาในวันที่ 24 มกราคม 2557 บริษัทยูไนเต็ดฯ ก็ไม่มีความพร้อมทั้งในส่วนของเฮลิคอปเตอร์ นักบิน และช่างอากาศยาน
นอกจากนี้ ตามที่ระบุไว้ใน TOR หากผู้ชนะการประมูลไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนด บริษัท ปตท.สผ.สามารถปรับเงินเรียกร้องค่าเสียหายได้ใน อัตรา USD 350,000 ต่อวัน (หรือประมาณ 10 ล้านบาทต่อวัน) นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญาตนกว่าจะมีพร้อมครบถ้วนตามที่ TOR กำหนด ซึ่งหมายถึงบริษัท ปตท.สผ .ต้องปรับเงิน บริษัทยูไนเต็ดฯจนกว่าจะมีเฮลิคอปเตอร์พร้อมให้บริการครบ 6 ลำ แต่ปรากฎว่าไม่มีการเรียกร้องค่าปรับแต่อย่างใด อีกทั้งยังต้องเสียงบประมาณว่าจ้าง เรือ เพื่อขนส่งพนักงานแทนการโดยสารโดยเฮลิคอปเตอร์ ณ วันเริ่มดำเนินการเพราะบริษัท ยูไนเต็ดฯมีเครื่องไม่ครบ 6 ลำตามที่ TOR กำหนดและไม่พร้อมให้บริการ ยิ่งไปกว่านั้นอาจะมีการจ่ายเงินว่าจ้างเฮลิคอปเตอร์ทะเบียน HS-UOF ทั้งๆที่เป็นเครื่องที่ไม่สามารถใช้ทำการบินได้เนื่องจากไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดใน TOR
ทั้งนี้ บริษัท ยูไนเต็ด ออฟชอร์ เอวิเอชั่น เป็นกลุ่มบริษัทที่มีอิทธิพลทางการเมือง และมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ชุดที่แล้ว มีกระบวนการทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทานนี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่บางรายของกรมการบินพลเรือน เพื่อให้ได้มาซึ่งใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ให้ทันในวันลงนามสัญญาปฏิบัติการ นอกจากนั้นรัฐอาจจะสูญเสียรายได้ทางภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท ยูไนเต็ดฯ อีก ประมาณ 300 ล้านบาท จากการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์หมายเลขทะเบียน HS-UOF เพราะพบว่าบริษัท ยูไนเต็ดฯ ไม่ได้ใช้สิทธิ์การยกเว้นภาษีนำเข้าใดๆ จากบัตรส่ง เสริมการลงทุนที่ได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดังนั้นควรจะมีการตรวสอบว่าเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวมีการเสียภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ไม่
นอกจาก พล.อ.ไพบูลย์แล้ว ยังส่งข้อร้องเรียนไปยัง เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ประธานต่อต้าน องค์กรคอรัปชั่น (ประเทศไทย) เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และผู้ตรวจการแผ่นดิน
"เรื่องเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ปตท.สผ. ได้เปิดประมูลสัมปทานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับรัฐ คิดเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 1.5-2 พันล้านบาท เราจึงส่งหลักฐานของความไม่โปร่งใส เพื่อให้ พ,อ.ไพบูลย์พิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงข้างต้น โดยบริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น พร้อมเข้าไป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไปชี้แจงอย่างเต็มความสามารถเพื่อผลประโยชน์ทั้งต่อบริษัทฯ และส่วนรวม" นายทิษณุกล่าว
สำหรับ บริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น จำกัด ได้รับอนุญาตจากกระทรวงคมนาคมให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ตั้งเแต่ปี 2539 เป็นต้นมา และเป็นบริกาของคนไทย 100% รายแรกที่ให้บริการเฮลิคอปเตอร์นอกชายฝั่ง (Offshore Helicopter Service) โดยมีความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างบุคคลากรไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯได้ผ่านการตรวจสอบ (Audit) จากบริษัทน้ำมันชั้นนำมากมาย อาทิ Chevron, Total, BG และ Petronas อีกทั้งในปีนี้ บริษัทฯได้รับเกียรติรับเชิญให้เข้าร่วมงาน Shell Aircraft Safety Seminar ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเอเชียรายแรกที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานดังกล่าว เนื่องจากบริษัท Shell Aircraft International ซึ่งเป็นผู้นำด้านมาตรการฐานการบินเฮลิคอปเตอร์นอกชายฝั่งทะเลนั้น ได้เล็งเห็นถึงความเป็นผู้นำด้านมาตรฐานการบินนอกชายฝั่งทะเลของบริษัทฯ นับว่าเป็นสิ่งนำมาสู่ความภาคภูมิใจ และส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง.
นายทิษณุ รัตนะรัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ส่งข้อร้องเรียนไปยัง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว .ยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของการประมูลการบริการเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ปตท.สผ. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเดิมของบริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น สัญญาสิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม 2557 ได้เปิด ประมูลสัมปทานบริการจ้างเหมาเฮลิคอปเตอร์ตาม TOR NO. OLG-13-0151 เพื่อรับขนส่งคนและอุปกรณ์จากฐานปฎิบัติการชายฝั่ง ออกไปยังแทนขุดเจาะ ปิโตรเลียมกลางทะเล สัมปทานนี้มีอายุสัญญา 7 ปี มูลค่าประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท
เนื่องจาก บริษัท ปตท.สผ.เอื้อประโยชน์ให้บริษัท ยูไนเต็ด ออฟชอร์ เอวิเอชั่น จำกัด หรือบริษัท ยูไนเต็ดฯ ชนะการประมูล ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะผ่านการ ประเมินทางเทคนิคในขั้นต้นจนเข้ามาถึงรอบประกวดราคาได้ เพราะไม่มีใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC)ตามที่ TOR กำหนดให้ต้องส่งพร้อมเอกสาร ประมูลในวันที่ยื่นซองเพื่อแสดงความพร้อมทางเทคนิค ซึ่งผู้เข้าประมูลรายหลายถูก Disqualified เนื่องจากไม่มี AOC ในวันยื่นซอง แต่บริษัท ปตท.สผ.กลับยืดเวลา การมี AOC ให้กับบริษัทยูไนเต็ตฯถึง 2 ครั้ง คือ 1)จนถึงช่วงประกาศผลประมูล และ2)จนกระทั่งถึงวันลงนามในสัญญาปฏิบัติการ เพื่อให้บริษัทยูไนเต็ตฯทำ AOC ให้เสร็จ และเมื่อเริ่มสัญญาในวันที่ 24 มกราคม 2557 บริษัทยูไนเต็ดฯ ก็ไม่มีความพร้อมทั้งในส่วนของเฮลิคอปเตอร์ นักบิน และช่างอากาศยาน
นอกจากนี้ ตามที่ระบุไว้ใน TOR หากผู้ชนะการประมูลไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนด บริษัท ปตท.สผ.สามารถปรับเงินเรียกร้องค่าเสียหายได้ใน อัตรา USD 350,000 ต่อวัน (หรือประมาณ 10 ล้านบาทต่อวัน) นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญาตนกว่าจะมีพร้อมครบถ้วนตามที่ TOR กำหนด ซึ่งหมายถึงบริษัท ปตท.สผ .ต้องปรับเงิน บริษัทยูไนเต็ดฯจนกว่าจะมีเฮลิคอปเตอร์พร้อมให้บริการครบ 6 ลำ แต่ปรากฎว่าไม่มีการเรียกร้องค่าปรับแต่อย่างใด อีกทั้งยังต้องเสียงบประมาณว่าจ้าง เรือ เพื่อขนส่งพนักงานแทนการโดยสารโดยเฮลิคอปเตอร์ ณ วันเริ่มดำเนินการเพราะบริษัท ยูไนเต็ดฯมีเครื่องไม่ครบ 6 ลำตามที่ TOR กำหนดและไม่พร้อมให้บริการ ยิ่งไปกว่านั้นอาจะมีการจ่ายเงินว่าจ้างเฮลิคอปเตอร์ทะเบียน HS-UOF ทั้งๆที่เป็นเครื่องที่ไม่สามารถใช้ทำการบินได้เนื่องจากไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดใน TOR
ทั้งนี้ บริษัท ยูไนเต็ด ออฟชอร์ เอวิเอชั่น เป็นกลุ่มบริษัทที่มีอิทธิพลทางการเมือง และมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ชุดที่แล้ว มีกระบวนการทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทานนี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่บางรายของกรมการบินพลเรือน เพื่อให้ได้มาซึ่งใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ให้ทันในวันลงนามสัญญาปฏิบัติการ นอกจากนั้นรัฐอาจจะสูญเสียรายได้ทางภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท ยูไนเต็ดฯ อีก ประมาณ 300 ล้านบาท จากการนำเข้าเฮลิคอปเตอร์หมายเลขทะเบียน HS-UOF เพราะพบว่าบริษัท ยูไนเต็ดฯ ไม่ได้ใช้สิทธิ์การยกเว้นภาษีนำเข้าใดๆ จากบัตรส่ง เสริมการลงทุนที่ได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดังนั้นควรจะมีการตรวสอบว่าเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวมีการเสียภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ไม่
นอกจาก พล.อ.ไพบูลย์แล้ว ยังส่งข้อร้องเรียนไปยัง เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ประธานต่อต้าน องค์กรคอรัปชั่น (ประเทศไทย) เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และผู้ตรวจการแผ่นดิน
"เรื่องเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ปตท.สผ. ได้เปิดประมูลสัมปทานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับรัฐ คิดเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 1.5-2 พันล้านบาท เราจึงส่งหลักฐานของความไม่โปร่งใส เพื่อให้ พ,อ.ไพบูลย์พิจารณาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงข้างต้น โดยบริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น พร้อมเข้าไป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไปชี้แจงอย่างเต็มความสามารถเพื่อผลประโยชน์ทั้งต่อบริษัทฯ และส่วนรวม" นายทิษณุกล่าว
สำหรับ บริษัท เอสเอฟเอส เอวิเอชั่น จำกัด ได้รับอนุญาตจากกระทรวงคมนาคมให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ตั้งเแต่ปี 2539 เป็นต้นมา และเป็นบริกาของคนไทย 100% รายแรกที่ให้บริการเฮลิคอปเตอร์นอกชายฝั่ง (Offshore Helicopter Service) โดยมีความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างบุคคลากรไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯได้ผ่านการตรวจสอบ (Audit) จากบริษัทน้ำมันชั้นนำมากมาย อาทิ Chevron, Total, BG และ Petronas อีกทั้งในปีนี้ บริษัทฯได้รับเกียรติรับเชิญให้เข้าร่วมงาน Shell Aircraft Safety Seminar ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเอเชียรายแรกที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานดังกล่าว เนื่องจากบริษัท Shell Aircraft International ซึ่งเป็นผู้นำด้านมาตรการฐานการบินเฮลิคอปเตอร์นอกชายฝั่งทะเลนั้น ได้เล็งเห็นถึงความเป็นผู้นำด้านมาตรฐานการบินนอกชายฝั่งทะเลของบริษัทฯ นับว่าเป็นสิ่งนำมาสู่ความภาคภูมิใจ และส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง.


