xs
xsm
sm
md
lg

ANGL Bike จักรยานเอาใจ (ใส่) คนกรุงฯ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ชีวิตคนกรุงฯ มันหายไปกับท้องถนน” คำพูดที่จี๊ดแต่โดนใจของ กั้ง-พงศธร ละเอียดอ่อน เจ้าของไอเดีย ANGL Bike (แองเจิ้ล ไบค์) จักรยานนางฟ้าเพื่อคนกรุงฯ หลังพบทางสว่างหนีปัญหารถติดด้วยการปั่นจักรยานมาทำงานจึงทำให้รู้ซึ้งแจ่มแจ้งว่า “จักรยาน” นี่แหละเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่โลกต้องการในเวลานี้มากที่สุด แถมยังปิ๊งไอเดียต่อยอดปรับปรุงจักรยานให้รองรับกับสภาพถนนเมืองกรุงฯ อีกด้วย

เบื่อมั้ย ‘รถติด’ ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกับระยะทางไม่กี่กิโลเมตร เสียเวลาแล้วยังเสียสุขภาพจิต ปัญหาที่คนกรุงฯ หลายคนยังมองไม่เห็นว่าทางแก้คืออะไร แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่เอาชนะปัญหานี้มาได้แล้วด้วยยานพาหนะคันเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘จักรยาน’ หนึ่งในนั้นนามว่า “กั้ง-พงศธร ละเอียดอ่อน” ผู้ชายที่คลุกคลีกับจักรยานมากว่า 15 ปี จนมองเห็นในสิ่งที่ต่างออกไป เบื้องหลังผู้ปลุกสมรรถนะของจักรยานเพื่อคนเมืองหลวง

“เริ่มต้นเลย ผมก็ปั่นจักรยานมาได้ 14-15 ปี แล้วนะ ตั้งแต่สมัยจักรยานยังไม่ค่อยฮิตเท่าไหร่ เราก็เห็นว่ามันสวยดีโดยเฉพาะพวกเม้าเทนไบค์สมัยก่อนมันจะยังไม่มีโช้คเหมือนในสมัยนี้นะ ผมก็ขี่แบบสันทนาการ ปั่นเล่นแถวบ้าน ตอนหลังก็มีกลุ่มเพื่อนได้ไปออกทริปกัน แล้วก็พัฒนามาขี่เสือหมอบ จนมาสัก 6-7 ปีก่อน ก็ลองปั่นจักรยานมาทำงานเพราะรถมันติด ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันคนทั่วไปแหละครับว่าการขี่จักรยานมันไกล มันร้อน มันช้า
จากนั้นก็ซื้อรถมาใหม่แบบที่มีตัววัดความเร็วเฉลี่ย วัดอัตราการเผาผลาญน้ำมัน ผมก็จะกดรีเซ็ตทุกครั้งที่เติมน้ำมันถังใหม่ พอกลับมาดูตัวเลข น้ำมันเต็มถังใช้ได้เฉลี่ย 4 วัน ความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีช่วงวิ่งยาวบ้าง ช่วงรถติดบ้าง ความเร็วเฉลี่ยมัน 20-21 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอลองมาขับจักรยาน เราก็ลองวัดดู เออ อัตราเฉลี่ยมันพอๆ กันเลย ความคิดที่ว่าการขี่จักรยานมันช้า นี่มันไม่จริงนี่

เมื่อค้นพบว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์หรือจักรยานก็มีอัตราการเดินทางไม่ต่างกัน นับตั้งแต่นั้นมาจักรยานจึงกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของกั้งไปโดยปริยาย รวมถึงชวนน้องๆ ที่ออฟฟิศมาร่วมก๊วนด้วย แต่ปัญหาก็ยังไม่จบเพียงแค่นี้

“ด้วยความที่เราเป็นนักออกแบบ พอใช้ๆ ไปเราก็พบว่าจักรยานที่เรามีอยู่มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่กับการปั่นในเมือง เลยลองมองหาจักรยานแบบอื่นๆ เช่นเสือหมอบ มันก็ไม่ค่อยถนัดเวลารถติดๆ มันจะทรมานมากเพราะตัวเรามันจะอยู่ต่ำอยู่แล้ว แต่หน้าเนี่ยต้องแหงนมองทาง มันก็จะเมื่อย แล้วขี่ในเมืองมันต้องเบรกเกือบตลอดเวลา คอก็จะเกร็งตลอด ยางก็เล็ก เจอหลุม เจอฝาท่อก็ไม่เวิร์ค
พอลองเปลี่ยนตามกระแสเป็นฟิกซ์เกียร์บ้าง ก็ซื้อมาลอง ผลคือคล้ายๆ กับเสือหมอบเลยแต่ดีกว่าตรงที่ว่ามันไม่ต้องก้มและไม่ต้องเอามือไปยุ่งกับเบรกมากนัก เพราะใช้เท้าช่วยเบรกได้ แต่ก็มีข้อเสียเรื่องยาง ขนาดล้อ ก็พอย่องๆ ไปได้ แต่พอต้องควบคุมระยะประชิดจะไม่ค่อยดี อย่างผมก็เคยไปจิ้มรถมอเตอร์ไซค์ไปที ทำให้มันอันตรายในบางจุด ส่วนทัวร์ริ่งก็ไม่ดีตรงที่ว่ารถมันยาว จะไม่ค่อยเหมาะกับการซอกแซก”

จากคำถามที่ว่า ‘ทำไมไม่มีจักรยานที่สมบูรณ์สำหรับการใช้งานในกรุงเทพฯ’ กั้งมองว่า เหตุเพราะกายภาพของเมืองไม่ได้รองรับเส้นทางจักรยาน เนื่องจากในสมัยก่อนเราใช้แม่น้ำเป็นหลัก ยังไม่มีถนนหนทาง ดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้นจึงวางผังเมืองตามหลักธรรมชาติ ตามแม่น้ำ พอมาสร้างถนนก็เหมือนเราใช้เส้นทางทดแทนแม่น้ำจึงเกิดเป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำนั่นเอง ก่อนจะแยกย่อยเป็นถนนเส้นรองอื่นๆ จึงทำให้ยังไม่มีใครคิดจะออกแบบจักรยานมารองรับเมืองเช่นนี้ ต่างกับในต่างประเทศที่ขนาดถนนจะค่อนข้างมีขนาดความกว้างเท่ากันทุกเส้น 

นี่ไม่ใช่แค่การตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบเพียงอย่างเดียว เพราะชายคนนี้คิดไกลไปอีกขั้นด้วยการเก็บข้อมูล วิจัยและพัฒนาจนกระทั่งเกิดเป็น ANGL Bike ซึ่งสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง การออกแบบเชิงนวัตกรรม ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2555

“โจทย์คือจักรยานที่สามารถไปได้ดีกับสภาพผิวจราจรและสภาพการจราจรในหลายๆ รูปแบบ เมื่อเราอยากได้เราก็ต้องทำขึ้นมา ก็เอาปัญหาทุกอย่างมาวิเคราะห์ ตั้งแต่วัสดุ โครงสร้าง ขนาดสัดส่วน อะไหล่ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ควรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร แล้วก็ดีไซน์ขึ้นมาเป็นไอเดียสเกตช์ จากนั้นก็หาสปอนเซอร์จากเพื่อนๆ เพื่อที่จะทำตัวต้นแบบ แล้วก็ได้คุยกับทางโรงงานที่ไต้หวัน ก็แก้ไขกันอยู่สองครั้ง พอครั้งที่สามก็ได้เป็นตัวที่วางจำหน่ายเลย”

คุณสมบัติที่ตอบโจทย์การปั่นในเมืองของ ANGL Bike มีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1. ความคล่องตัว พอเจอถนนต้องสามารถบังคับรถได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่ฐานล้อสั้นจึงทำให้เกิดความมั่นคงขณะขี่ซอกแซกไปมา 2. สามเหลี่ยมหลักที่เล็ก ทำให้เกิดความพุ่ง เวลาที่ออกตัว เพราะขี่ในเมืองอาจต้องออกตัวบ่อย ทั้งไฟแดง การขึ้นสะพาน และ 3. ความไหลลื่นของการขับขี่ ในตอนที่ปั่นกับเส้นทางยาวๆ คันนี้เติมแรงน้อย จึงทำให้ช่วยผ่อนแรงได้เวลาความเร็วติดแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นการลุยกับเส้นทาง เพราะ ANGL Bike สามารถเลือกยางได้ รวมถึงการใช้ดิสเบรกเพื่อให้เบรกได้อย่างมั่นใจ

ในด้านของการดีไซน์ก็เกิดจากความชื่นชอบของกั้งที่มองว่า ‘จักรยาน’ คือผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้นาน แฝงความเรียบง่าย มีเสน่ห์ในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย น้ำหนักเพียงสิบกิโลกรัมสามารถพาคนหรือผู้โดยสารหรือสิ่งของไปได้เป็นร้อยกิโลกรัม มันคือแนวคิดที่น้อยแต่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ต่างกับรถยนต์ที่น้ำหนักหนึ่งตัน รวมผู้โดยสารและสิ่งของเหมือนกันร้อยกิโลกรัม สัดส่วนมันชัดเจนเลยว่า มันได้ใช้จริงๆ แค่สิบเปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือคือการขนรถไปด้วยต่างหาก แล้วไหนจะต้องมีการเติมพลังงานเข้าไปอีก

จากความคิดดังกล่าว ANGL Bike จึงมีคอนเซปต์ที่เรียบง่าย ไม่โอ้อวดเกินไป ไม่มีอะไรที่ไม่จำเป็น และพยายามทำทุกเส้นให้มันสวยอย่างที่มันจะต้องเป็นอย่างนั้น วัสดุที่เลือกใช้ก็มีความคงทนจากโครโมลี 4130 และการดีไซน์ก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องเป็น Universal Design ใครๆ ก็ปั่นได้ ต่างจาก Individual Design ที่โดยทั่วไปจะมีจักรยานทั้งหมด 7 ไซส์ ตามสัดส่วนและความสูงของนักปั่น รวมถึงอะไหล่ต่างๆ ที่สามารถเซ็ทเข้าไปได้ทุกแบบ ไม่จำเป็นต้องซื้อหลายๆ คันเพื่อให้มันครอบคลุมตามที่เราต้องการ

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ANGL Bike มีให้เลือกสองไซส์คือมาตรฐานหรือ M สำหรับคนที่มีความสูง 155-178 ซ.ม. และไซส์ L สำหรับคนที่มีความสูง 178 ซ.ม. ขึ้นไป นอกจากนั้น ยังมีรุ่นพิเศษแบบสโลปสำหรับคนตัวสูงแต่ช่วงขาสั้นด้วย สนนราคาเริ่มต้นที่คันละ 34,500 บาท แต่สมรรถภาพเกินคุ้ม แถมดีไซน์สวยสะดุดตาไม่น้อยหน้าจักรยานราคาแพงยี่ห้ออื่นๆ เลย

สำหรับใครที่สนใจอยากได้ ANGL Bike ไว้ครอบครอง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.anglbike.com หรือทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ANGLbike และสามารถชมของจริงได้ที่ FiF Studio 21/89 RCA, block D, ชั้น 2 หลังร้าน Mizuno

ภาพโดย พลภัทร วรรณดี











กำลังโหลดความคิดเห็น...