ASTVผู้จัดการรายวัน - ตำรวจตั้งข้อหาอาจารย์มหา'ลัยชื่อดังเมืองพะเยา พรากผู้เยาว์-ข่มขืนใจผู้อื่น ควานหาหลักฐานเพิ่มในโลกออนไลน์ และแจ้งข้อหาเพิ่ม ค้านประกันตัว ขณะผู้เสียหายจ่อแจ้งความเพิ่มอีกนับสิบราย ด้านคดีสาวอุตรดิตถ์วัย 16 ปี ถูกคนรอบบ้านข่มขืนจนตั้งท้อง อัยการจังหวัดเผยออกหมายจับได้ทันที รองผู้ว่าฯเผยเหล่ากาชาดจังหวัดมอบ 4หมื่นซ่อมแซม สพป.ประสานให้เรียนโรงเรียนเดิม ส่วนลูกในครรภ์ขึ้นอยู่กับยาย-หลานจะตัดสินใจ
จากกรณีตำรวจสภ.เมือง จ.พะเยา จับกุมนายสินชัย หรือเก่ง กิมเซียะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 8 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในจ.พะเยา พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ข้อหาผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร หลังใช้เงินหลอกล่อนักเรียน นักศึกษาให้ถ่ายรูปวาบหวิว จากนั้นได้ใช้รูปแบล็กเมล์ผู้เสียหาย ทำให้บางคนกลัวจนต้องยอมไปหลับนอนกับผู้ต้องหานั้น
วานนี้(26 ส.ค.) พ.ต.อ.คะนอง ไข่ทา หัวหน้าพนักงานสอบสวนสภ.เมือง จ.พะเยา พ.ต.ท.กฤติภาส ตาลาน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นำตัวนายสินชัยเข้าห้องสอบสวนสภ.เมือง โดยมีเพื่อนอาจารย์ซึ่งไว้วางใจมาร่วมรับฟังการสอบสวน แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ
พ.ต.อ.คะนอง เปิดเผยว่า นอกจากข้อหาพรากผู้เยาว์แล้ว ยังตั้งข้อหาที่นำภาพจากคลิปที่เหยื่อถ่ายให้ไปข่มขู่อีกข้อหาหนึ่ง คือ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง จนผู้ถูกข่มขืนใจจำต้องกระทำการต่อสิ่งนั้น ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 5 รายไว้แล้ว โดยมี 1 รายที่เป็นเยาวชนอายุประมาณ 17 ปี ซึ่งผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์
จากการสอบสวนเบื้องต้น หลังผู้ต้องหาได้พบกับบุคคลที่ไว้วางใจแล้ว การให้ปากคำส่อไปในทางภาคเสธ แต่มีพยานแวดล้อม พยานหลักฐาน พยานบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย ชี้ตัวยืนยันมากพอแล้ว ดังนั้นการที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ในขั้นตอนจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพ สำหรับการประกันตัวนั้น ในชั้นนี้ยังไม่อนุญาต หรือหากส่งฝากขังต่อศาล ก็จะทำเรื่องคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคม กระทบกระเทือนความสงบสุขของประชาชน
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนที่นำโดยพ.ต.ท.เฉลิมชาติ ยาวิชัย รองผกก.(ป.) สภ.เมือง พ.ต.ท.จีรวัฒน์ สุปินะ สว.สส.สภ.เมือง ยังได้ติดตามในโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียทั่วไปว่า มีการนำภาพของเหยื่อไปโพสต์ที่ใดบ้าง หากพบก็จะแจ้งข้อหาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พ.ต.อ.คะนอง กล่าวว่า อยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ต้องหาหลอกลวง ข่มขู่นำภาพหวิวไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียให้ได้รับความอับอาย มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสภ.เมือง นับตั้งแต่รู้เหตุการณ์กระทำผิด และรู้ตัวผู้กระทำผิดภายใน 3 เดือน หากพ้นกำหนดคดีจะหมดอายุความ
พ.ต.ท.กฤตภาษ กล่าวว่า หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวออกไป มีผู้เสียหายโทรศัพท์เข้ามาอีกกว่า 10 ราย ซึ่งได้นัดให้มาแจ้งความแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปิดลับ โดยมีห้องสอบสวนที่ปลอดภัยจากสายตาบุคคุลภายนอก
ด้านความคืบหน้ากรณีนางน้อย(นามสมมุติ) อายุ 69 ปี และน.ส.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี หลานสาว เข้าพบนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูก นายสมศักดิ์ เกตุมีชัย พ่อเลี้ยง นายซอน เพชรสุวรรณศรี (ตาข้างบ้าน) นายจุ๋ม( ลุงข้างบ้าน)นายหั้ม น้องชายแม่เลี้ยง และนายตู่ รุมข่มขืนตั้งแต่อายุ 12 ปี และกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนนั้น
น.ส.ณัฏฐธนัน นพธิติกาญจน์ นักสังคมสงเคราะห์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ และน.ส.พิชญาภา เลิศวิไล นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์ นำตัวนางน้อยและน.ส.ไก่เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อัศวิน ขัติติ พนักงานสอบสวนสภ.ท่าปลา ให้ดำเนินคดีทั้ง 5 คนที่ร่วมกันข่มขืน
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ สหวิชาชีพซึ่งประกอบด้วยนายสมชาย คชไกร อัยการจังหวัด พ.ต.ท.หญิง มิ่งมิตร เข็มมงคล พนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ร.ต.ท.อัศวิน และน.ส.พิชญาภา ร่วมกันสอบปากคำนางน้อยและน.ส.ไก่ ตั้งแต่เกิดเรื่อง
นายสมชาย กล่าวภายหลังว่า ขณะสอบสวนน.ส.ไก่มีอาการเครียด และแพ้ท้องอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเด็กในท้อง ซึ่งข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์มาก พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก แต่สามารถออกหมายจับได้ทันที ล่าสุดชุดสืบสวนสภ.ท่าปลา ประกบตัวบุคคลทั้ง 5 คนไว้แล้ว โดยคดีนี้ไม่สามารถยอมความกันได้ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งให้ดำเนินคดีเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ
ด้านนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้น.ส.ไก่และนางน้อยอยู่ในความดูแลอย่างดีของบ้านพักเด็กและสตรี ส่วนบ้านที่ต.ร่วมจิต เหล่ากาชาดจังหวัดได้มอบเงิน 40,000 บาท ให้ว่าที่ร.ต.พยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอท่าปลา ไปซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรง
นายอมรศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)อุตรดิตถ์ เขต 2 กล่าวว่า จะให้ครูไปสอนหนังสือและสอบภาคเรียนน.ส.ไก่ที่บ้านพักเด็กและสตรี จนกว่าสภาพจิตใจจะพร้อมกลับไปอยู่บ้านที่อ.ท่าปลา โดยจะให้เข้าเรียนในโรงเรียนเดิม ส่วนลูกที่อยู่ในครรภ์ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งยายและน.ส.ไก่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร
จากกรณีตำรวจสภ.เมือง จ.พะเยา จับกุมนายสินชัย หรือเก่ง กิมเซียะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 8 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในจ.พะเยา พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ข้อหาผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร หลังใช้เงินหลอกล่อนักเรียน นักศึกษาให้ถ่ายรูปวาบหวิว จากนั้นได้ใช้รูปแบล็กเมล์ผู้เสียหาย ทำให้บางคนกลัวจนต้องยอมไปหลับนอนกับผู้ต้องหานั้น
วานนี้(26 ส.ค.) พ.ต.อ.คะนอง ไข่ทา หัวหน้าพนักงานสอบสวนสภ.เมือง จ.พะเยา พ.ต.ท.กฤติภาส ตาลาน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นำตัวนายสินชัยเข้าห้องสอบสวนสภ.เมือง โดยมีเพื่อนอาจารย์ซึ่งไว้วางใจมาร่วมรับฟังการสอบสวน แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ
พ.ต.อ.คะนอง เปิดเผยว่า นอกจากข้อหาพรากผู้เยาว์แล้ว ยังตั้งข้อหาที่นำภาพจากคลิปที่เหยื่อถ่ายให้ไปข่มขู่อีกข้อหาหนึ่ง คือ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง จนผู้ถูกข่มขืนใจจำต้องกระทำการต่อสิ่งนั้น ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 5 รายไว้แล้ว โดยมี 1 รายที่เป็นเยาวชนอายุประมาณ 17 ปี ซึ่งผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์
จากการสอบสวนเบื้องต้น หลังผู้ต้องหาได้พบกับบุคคลที่ไว้วางใจแล้ว การให้ปากคำส่อไปในทางภาคเสธ แต่มีพยานแวดล้อม พยานหลักฐาน พยานบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย ชี้ตัวยืนยันมากพอแล้ว ดังนั้นการที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ในขั้นตอนจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพ สำหรับการประกันตัวนั้น ในชั้นนี้ยังไม่อนุญาต หรือหากส่งฝากขังต่อศาล ก็จะทำเรื่องคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคม กระทบกระเทือนความสงบสุขของประชาชน
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนที่นำโดยพ.ต.ท.เฉลิมชาติ ยาวิชัย รองผกก.(ป.) สภ.เมือง พ.ต.ท.จีรวัฒน์ สุปินะ สว.สส.สภ.เมือง ยังได้ติดตามในโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียทั่วไปว่า มีการนำภาพของเหยื่อไปโพสต์ที่ใดบ้าง หากพบก็จะแจ้งข้อหาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พ.ต.อ.คะนอง กล่าวว่า อยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ต้องหาหลอกลวง ข่มขู่นำภาพหวิวไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียให้ได้รับความอับอาย มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสภ.เมือง นับตั้งแต่รู้เหตุการณ์กระทำผิด และรู้ตัวผู้กระทำผิดภายใน 3 เดือน หากพ้นกำหนดคดีจะหมดอายุความ
พ.ต.ท.กฤตภาษ กล่าวว่า หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวออกไป มีผู้เสียหายโทรศัพท์เข้ามาอีกกว่า 10 ราย ซึ่งได้นัดให้มาแจ้งความแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปิดลับ โดยมีห้องสอบสวนที่ปลอดภัยจากสายตาบุคคุลภายนอก
ด้านความคืบหน้ากรณีนางน้อย(นามสมมุติ) อายุ 69 ปี และน.ส.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี หลานสาว เข้าพบนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูก นายสมศักดิ์ เกตุมีชัย พ่อเลี้ยง นายซอน เพชรสุวรรณศรี (ตาข้างบ้าน) นายจุ๋ม( ลุงข้างบ้าน)นายหั้ม น้องชายแม่เลี้ยง และนายตู่ รุมข่มขืนตั้งแต่อายุ 12 ปี และกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนนั้น
น.ส.ณัฏฐธนัน นพธิติกาญจน์ นักสังคมสงเคราะห์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ และน.ส.พิชญาภา เลิศวิไล นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์ นำตัวนางน้อยและน.ส.ไก่เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อัศวิน ขัติติ พนักงานสอบสวนสภ.ท่าปลา ให้ดำเนินคดีทั้ง 5 คนที่ร่วมกันข่มขืน
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ สหวิชาชีพซึ่งประกอบด้วยนายสมชาย คชไกร อัยการจังหวัด พ.ต.ท.หญิง มิ่งมิตร เข็มมงคล พนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ร.ต.ท.อัศวิน และน.ส.พิชญาภา ร่วมกันสอบปากคำนางน้อยและน.ส.ไก่ ตั้งแต่เกิดเรื่อง
นายสมชาย กล่าวภายหลังว่า ขณะสอบสวนน.ส.ไก่มีอาการเครียด และแพ้ท้องอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเด็กในท้อง ซึ่งข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์มาก พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก แต่สามารถออกหมายจับได้ทันที ล่าสุดชุดสืบสวนสภ.ท่าปลา ประกบตัวบุคคลทั้ง 5 คนไว้แล้ว โดยคดีนี้ไม่สามารถยอมความกันได้ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งให้ดำเนินคดีเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ
ด้านนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้น.ส.ไก่และนางน้อยอยู่ในความดูแลอย่างดีของบ้านพักเด็กและสตรี ส่วนบ้านที่ต.ร่วมจิต เหล่ากาชาดจังหวัดได้มอบเงิน 40,000 บาท ให้ว่าที่ร.ต.พยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอท่าปลา ไปซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรง
นายอมรศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)อุตรดิตถ์ เขต 2 กล่าวว่า จะให้ครูไปสอนหนังสือและสอบภาคเรียนน.ส.ไก่ที่บ้านพักเด็กและสตรี จนกว่าสภาพจิตใจจะพร้อมกลับไปอยู่บ้านที่อ.ท่าปลา โดยจะให้เข้าเรียนในโรงเรียนเดิม ส่วนลูกที่อยู่ในครรภ์ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งยายและน.ส.ไก่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร


