xs
xsm
sm
md
lg

ถนนประชาธิปไตยที่ถมด้วยอิฐหินและทรายแดง นำชาติสู่ความฉิบหาย

เผยแพร่:   โดย: ว.ร.ฤทธาคนี

เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างสุดพรรณนา เมื่อมะเร็งร้ายกำลังกัดกินประเทศชาตินี้เกินแก้เสียแล้ว เมื่อโพลสำรวจทัศนคติแห่งสำนักวิจัยมหาวิทยาลัยเอแบคโพล โดย ดร.นพดล กรรณิกา ในฐานะผู้อำนวยการ ได้เปิดเผยเชิงสำรวจทัศนคติคนไทยใน 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา ภูเก็ต และสงขลา จากจำนวนประชากรที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจ 2,142 ตัวอย่าง โดยมีความต้องการการปกครองในระบอบประชาธิปไตยร้อยละ 70 แต่ความน่ากลัว น่าเป็นห่วง และน่าสมเพชอยู่ที่อัตราเฉลี่ยของประชากรตัวอย่างทั้งช่วงอายุ เพศ และอาชีพต่างๆ พบว่าร้อยละ 65 ระบุว่า “ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์” ซึ่งทัศนคตินี้ ดร.นพดล กรรณิกา บอกว่าเป็นทัศนคติอันตราย

จึงได้ตั้งคำถามคนไทยว่า “ถ้าพ่อแม่ คนรัก หรือญาติสนิทของบรรดาประชากรไทยทั้งหลาย ถูกข้าราชการ นักการเมืองทุกระดับ หรือญาติโยมและพรรคพวกของคนเหล่านี้โกงอย่างหน้าด้านๆ หรือใช้เล่ห์กลโกงหรือโกงทางเทคนิค พวกเขาจะคิดและทำอย่างไร” หรือ “ถ้าพ่อแม่ คนรัก หรือญาติสนิทของบรรดาประชากรไทยถูกรีดไถ หรือต้องติดสินบน หรือต้องจ่ายใต้โต๊ะอย่างมากมายเกินที่จะมีกำไรได้ เพราะคู่แข่งติดสินบนมากกว่า เพราะรวยกว่า เส้นใหญ่กว่าและมีเยอะกว่า”

หรือ “ลูกหลานที่รักมากขับรถตกสะพานเสียชีวิตเพราะสะพานพัง ในขณะที่ลูกหลานตนเองขับข้ามไปพอดี และที่พังเพราะมีการโกงกินงบประมาณสร้างสะพาน ทำให้โครงสร้างความแข็งแรงของสะพานต่ำกว่ามาตรฐาน” หรือ “ลูกหลานคนไทยที่คิดว่ารัฐบาลโกงแล้วไม่เป็นไรเหล่านั้น เกิดทะเลาะกับลูกนักการเมืองท้องถิ่น และถูกลูกนักเลงการเมืองอิทธิพลท้องถิ่นยิงปางตายถึงขั้นพิการตลอดชีวิต แต่ตำรวจทำสำนวนอ่อน เพราะอ้างว่าหลักฐานอ่อน แต่เหตุเพราะตำรวจกินสินบน จึงทำลายหลักฐานจนไม่สามารถเอาผิดคนร้ายได้” คนไทยทั้งหลายมีคำตอบหรือไม่หรือจะทนทุกข์ทรมานจนตาย

ท่านจะทำอย่างไร ท่านยังจะมีทัศนคติเช่นนี้ที่ไว้อ้างในแบบสอบถามของสำนักวิจัยเอแบคโพลอีกหรือเปล่าว่า “ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันหากตนเองได้ประโยชน์”

ที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะว่า “ความเห็นแก่ตัวของคนเรานั้น” มันมีวงแคบมาก เพราะในที่สุดแล้วตนเองก็จะถูกมะเร็งภัยทุจริตกัดกินตัวเอง เพราะความสามานย์ทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและข้าราชการมีวงกว้างมากจนขอบวงชนกัน ก็เพราะทุกคนในชาติเห็นเฉพาะประโยชน์ส่วนตน สามารถรับสินบน ไม่ยอมเป็นพยานเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ

ความเห็นแก่ตัวของบุคคลเกิดขึ้นทั่วไปในเขตอุทกภัยที่ผ่านมา เมื่อทุกคนยินดีที่จะยอมให้มีการทำลายทำนบกั้นน้ำหรือประตูกั้นน้ำ เพื่อให้น้ำไปท่วมที่อื่น แต่ไม่ใช่เขตบ้านตัวเอง

ชาวบ้านบางเขตในกรุงเทพมหานคร ยินดีที่จะเห็นผู้แทนราษฎรของตัวเองในสภาผู้แทนราษฎรเป็นอันธพาล ข่มขู่ ทำร้ายผู้อื่นและบังคับให้ข้าราชการทำตามที่เขาสั่ง หรือมวลชนบางกลุ่มยอมรับการกระทำตัวเป็นอันธพาลของแกนนำผู้ชุมนุมปลุกระดมประท้วงทางการเมือง ยอมให้มีการใช้อาวุธสงคราม หรืออาวุธแสวงเครื่องทำร้ายประชาชนและทหาร รวมทั้งการเผาบ้านเผาเมืองทั่วราชอาณาจักรในช่วงเมษายน 2553

เงาสะท้อนความชั่วช้าสามานย์ ทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองทุกระดับ คนไทยสามารถเห็นได้จากการพบการโกงสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกที่จบวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 เข้าเป็นนายสิบตำรวจ หรือตำรวจชั้นประทวน จำนวน 7,000 อัตรา หรือจำนวน 7,000 คน เพื่อบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ ในวันที่ 10 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาอย่างมโหฬาร และพบว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดกันประมาณ 15 - 20 คน

เรื่องเช่นนี้อาจเกิดขึ้นมาแล้วนับร้อยนับพันครั้ง ซึ่งผู้มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาไม่รู้ หรือรู้แต่ทำไม่รู้ ทำให้ได้เจ้าพนักงานตำรวจที่ทุจริตข้อสอบได้มีโอกาสเข้ามารับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหากจะคำนวณดูค่าเฉลี่ยอย่างจริงจังแล้วอาจจะพบว่า มีข้าราชการตำรวจชั้นประทวนจำนวนไม่น้อยที่รอดหูรอดตา เข้ามารับราชการ เพราะหากมีการพบทุจริตในการสอบครั้งนี้ ก็สามารถอนุมานได้ว่า ก็ต้องมีการกระทำการทุจริตการสอบลักษณะเช่นนี้มาก่อนอย่างแน่นอน

หากเป็นเช่นนี้ ประชาชนคนไทยจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าพนักงานตำรวจแห่งชาติที่ยศต่ำกว่าสัญญาบัตร คนไหนเป็นคนดีมีมาตรฐานเพราะไม่ได้ทุจริตการสอบ และเราคนไทยจะเชื่อได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงได้แต่ภาวนาว่าหากต้องการรับการช่วยเหลือจากบรรดาสิบตำรวจทั้งหลายสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขอได้พบกับคนที่ไม่ได้โกงข้อสอบเข้ามารับราชการเถิด

ทัศนคติของประชากรตัวอย่างของเอแบคโพลนั้น สะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ตามผลการสำรวจระดับโลกขององค์การตรวจสอบความโปร่งใสสากล หรือ Transparency International - TI อันเป็นองค์กรอิสระสากลที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์สังคมใสสะอาดไม่กี่คน ปัจจุบันคนมีอุดมการณ์เช่นนี้ใน 100 กว่าประเทศเข้าร่วม เพื่อสร้างให้โลกมีธรรมาภิบาล และดำเนินกิจการตามนโยบายรัฐและทำธุรกิจต่างๆ อย่างโปร่งใส

องค์กร TI ได้ประเมินประเทศไทยว่ามีคะแนนความโปร่งใสเพียง 3.4 จากคะแนนเต็ม 10 และอยู่ในอันดับที่ 80 จาก 180 ประเทศ หรืออยู่ในกลุ่มประเทศที่จะเรียกได้ว่า “เกือบจะโคตรโกง” จำนวน 43 ประเทศ ซึ่งกลุ่มสุดท้ายโคตรโกงนั้นมี 60 ประเทศ

สำหรับประเทศที่มีความโปร่งใสมากที่สุดตามลำดับ คือ ประเทศนิวซีแลนด์ เดนมาร์ค ฟินแลนด์ สวีเดน สิงคโปร์ และนอร์เวย์ ส่วนประเทศที่โคตรโกงที่สุดได้แก่ ประเทศอัฟกานิสถาน พม่า เกาหลีเหนือ และโซมาเลีย ซึ่งอีกไม่นานหากทัศนคติของคนไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงเราก็คงติดอันดับในกลุ่มโคตรโกงที่สุด

ส่วนประเทศที่มีอารยะทางการเมืองเชิงประชาธิปไตย และพยายามที่จะสอนการเมืองโปร่งใสให้กับประเทศอื่นๆ ให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามแนวความคิดดั้งเดิมของตัวเอง คือ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา หรือแองโกลอเมริกัน อยู่ในกลุ่มที่ 3 ของกลุ่มประเทศโปร่งใส

ผลการประเมินขององค์กร TI นั้น เป็นประโยชน์ในการเจรจาต่อรองทางการเมืองและการค้าการลงทุน รวมทั้งความเชื่อมั่นของอารยประเทศที่จะรับรองสถานภาพของประเทศ ที่มีความโปร่งใสสูง อันเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้มีการลงทุน โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานจะมีต้นทุนต่ำและแข็งแรงคงทน

หากวิเคราะห์ถึงแนวคิดการยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลของคนไทยแล้ว ทำให้นักการเมืองที่แสวงอำนาจรัฐมองเห็นว่า “การเข้ามาทุจริตคอร์รัปชันโกงกินบ้านเมืองของนักการเมือง ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะเป็นของปทัสถานคนไทยเสียแล้ว ทำให้นักการเมืองเหิมเกริม รวมทั้งสามารถใช้ปทัสถานนี้ใช้เงินซื้อข้าราชการทุกประเภท ซื้อเสียง ซื้อขบวนการยุติธรรม แต่ที่น่ากลัวสูงสุดคือซื้อเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก เพื่อออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองที่ลงทุนธุรกิจการเมืองอย่างมหาศาล เช่น ทักษิณ เป็นต้น

นับว่าคนไทยยังโชคดีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกลุ่มบุคคลบริสุทธิ์ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนแต่โปร่งใส จนได้รับความไว้วางใจพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เป็นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่พึ่งได้อย่างหนึ่งในอำนาจอธิปไตยที่เป็นของคนไทย

หรือเรากำลังเห็นอภินิหารของพระสยามเทวาธิราช รวมทั้งพระบารมีอันบริสุทธิ์ของบุรพกษัตริย์ที่ปกป้องประเทศชาติ ด้วยคณะตุลาการแสดงความกล้าหาญ แสดงองค์ความรู้และความรับผิดชอบ ทำให้มีการชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 นั่นเอง ออกไปและชะลอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติเพราะมันเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมทักษิณและฆาตกรเสื้อแดงที่สังหารทหารในวันที่ 10 เมษายน 2553
กำลังโหลดความคิดเห็น...