ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ท่านผู้หญิงดอกเตอร์ บุนรานี ฮุนเซน “เฟิร์สเลดี้” แห่งกัมพูชา ภริยาของ นายพล 5 ดาว หรือ จอมพล สมเด็จ ดร.อัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน ได้กลายเป็นอัครบัณฑิตคนล่าสุดของประเทศ ในพิธีแต่งตั้งที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติเมื่อวันจันทร์ (25)ในกรุงพนมเปญ ซึ่งทำให้ครอบครัวท่านผู้นำเขมรได้รับนามยศบัณฑิตขั้นสูงสุดของชาติถึง 2 คน
“อัครบัณฑิต” ในกัมพูชาเป็นทั้งนามยศและยังเป็นฐานันดร เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้ได้รับแต่งตั้ง ซึ่งเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาเพียบพร้อมด้วยความรู้รอบด้าน เป็นเสมือน “ราชบัณฑิต” ที่สามารถถวายคำแนะนำ ต่อองค์พระประมุขในภารกิจสำคัญต่างๆ เมื่อได้รับการร้องขอ
ประธานในพิธีสถาปนาและมอบตำแหน่งในวันจันทร์นี้ คือ ล๊กจุมเตียว (ท่านผู้หญิง) ดอกเตอร์ กลดธิดา (Lok Chum Teav Klot Thida) อธิการบดีสถาบันราชบัณฑิต และยังเป็นประธานของสถาบันอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
“ในยุคนครพนม (อาณาจักรฟูนัน) เจ้าหญิงหลิวยี่ ทรงเป็นสตรีที่สำคัญที่สุดในกัมพูชา ต่อมาในยุคพระนคร (นครวัด) เจ้าหญิงอินทราเทวี (พระมเหสีพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ทรงมีความสำคัญที่สุดในกัมพูชา เวลาต่อมาอีกช้านานพระราชินีศรีสุวัฒน์กุสุมานารีรัฐ (พระราชมารดาสมเด็จพระนโรดมสีหนุ) ทรงเป็นสตรีที่สำคัญที่สุด และ ในศตวรรษที่ 21 เรามีท่านผู้หญิงบุนรานีฮุนเซนเป็นสตรีคนสำคัญที่สุดในกัมพูชา” ประธานสถาบันบัณฑิต กล่าว
สถาบันราชบัณฑิตมีฐานะเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงของรัฐ โดยเน้นการวิจัยในหลากหลายสาขา ก่อตั้งในปี 1968 แต่สงครามทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ จนกระทั่งเข้าสู่ยุคใหม่จึงมีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชบัณฑิต (Royal University) กรุงพนมเปญ
เมื่อปีที่แล้วสถาบันราชบัณฑิตได้ทำพิธีมอบนามยศอัครบัณฑิตแด่ (จอมพล) ดร.สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน, สมเด็จอัครมหาธรรมะโพธิศาลเจียซิม, และ สมเด็จอัครมหาปัญญาจักรีเฮงสัมริน, โดย 2 คนหลังคือ ประธานกับรองประธานกิตติมศักดิ์แห่งพรรคประชาชนกัมพูชา ทั้งนี้สมเด็จฯทั้ง 3 คนนี้ถือเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม” ของกัมพูชายุคปัจจุบัน
ขณะที่ “เฟิร์สเลดี้” ซึ่งเป็นสภานายิกาสภากาชาดกัมพูชา กลายเป็นบุคคลที่ทรงความรู้และภูมิปัญญาคนล่าสุดของประเทศ
เท่าที่มีรายงานโดยสื่อในกัมพูชา ในช่วงหลายปีมานี้ ท่านผู้หญิงดอกเตอร์ฯ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ (Honorary Ph D) อย่างน้อย 2 ใบ จากมหาวิทยาลัยในกรุงพนมเปญ 1 ใบ และอีก 1 ใบจากมหาวิทยาลัยสตรีในกรุงโซล เกาหลีใต้ แต่การเป็นอัครบัณฑิตถือว่าเป็นเกียรติสูงส่งกว่านั้นอีก
ส่วน (จอมพล) ดร.สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ปัจจุบันได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ทั้งหมด 12 ใบพอดี จากมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้ง 3 ใบจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยด้วย
“อัครบัณฑิต” ในกัมพูชาเป็นทั้งนามยศและยังเป็นฐานันดร เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้ได้รับแต่งตั้ง ซึ่งเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาเพียบพร้อมด้วยความรู้รอบด้าน เป็นเสมือน “ราชบัณฑิต” ที่สามารถถวายคำแนะนำ ต่อองค์พระประมุขในภารกิจสำคัญต่างๆ เมื่อได้รับการร้องขอ
ประธานในพิธีสถาปนาและมอบตำแหน่งในวันจันทร์นี้ คือ ล๊กจุมเตียว (ท่านผู้หญิง) ดอกเตอร์ กลดธิดา (Lok Chum Teav Klot Thida) อธิการบดีสถาบันราชบัณฑิต และยังเป็นประธานของสถาบันอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
“ในยุคนครพนม (อาณาจักรฟูนัน) เจ้าหญิงหลิวยี่ ทรงเป็นสตรีที่สำคัญที่สุดในกัมพูชา ต่อมาในยุคพระนคร (นครวัด) เจ้าหญิงอินทราเทวี (พระมเหสีพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ทรงมีความสำคัญที่สุดในกัมพูชา เวลาต่อมาอีกช้านานพระราชินีศรีสุวัฒน์กุสุมานารีรัฐ (พระราชมารดาสมเด็จพระนโรดมสีหนุ) ทรงเป็นสตรีที่สำคัญที่สุด และ ในศตวรรษที่ 21 เรามีท่านผู้หญิงบุนรานีฮุนเซนเป็นสตรีคนสำคัญที่สุดในกัมพูชา” ประธานสถาบันบัณฑิต กล่าว
สถาบันราชบัณฑิตมีฐานะเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงของรัฐ โดยเน้นการวิจัยในหลากหลายสาขา ก่อตั้งในปี 1968 แต่สงครามทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ จนกระทั่งเข้าสู่ยุคใหม่จึงมีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชบัณฑิต (Royal University) กรุงพนมเปญ
เมื่อปีที่แล้วสถาบันราชบัณฑิตได้ทำพิธีมอบนามยศอัครบัณฑิตแด่ (จอมพล) ดร.สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน, สมเด็จอัครมหาธรรมะโพธิศาลเจียซิม, และ สมเด็จอัครมหาปัญญาจักรีเฮงสัมริน, โดย 2 คนหลังคือ ประธานกับรองประธานกิตติมศักดิ์แห่งพรรคประชาชนกัมพูชา ทั้งนี้สมเด็จฯทั้ง 3 คนนี้ถือเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม” ของกัมพูชายุคปัจจุบัน
ขณะที่ “เฟิร์สเลดี้” ซึ่งเป็นสภานายิกาสภากาชาดกัมพูชา กลายเป็นบุคคลที่ทรงความรู้และภูมิปัญญาคนล่าสุดของประเทศ
เท่าที่มีรายงานโดยสื่อในกัมพูชา ในช่วงหลายปีมานี้ ท่านผู้หญิงดอกเตอร์ฯ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ (Honorary Ph D) อย่างน้อย 2 ใบ จากมหาวิทยาลัยในกรุงพนมเปญ 1 ใบ และอีก 1 ใบจากมหาวิทยาลัยสตรีในกรุงโซล เกาหลีใต้ แต่การเป็นอัครบัณฑิตถือว่าเป็นเกียรติสูงส่งกว่านั้นอีก
ส่วน (จอมพล) ดร.สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ปัจจุบันได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ทั้งหมด 12 ใบพอดี จากมหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้ง 3 ใบจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยด้วย


