xs
xsm
sm
md
lg

“กลุ่มสามารถ” ลุยตั้งโครงข่าย 3G

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน-“สามารถ” ไม่กังวลเอไอเอสเข้าร่วมให้บริการ 3G ชี้ขึ้นอยู่กับนโยบายทีโอที หลังเผยผลประกอบการไตรมาแรกรวม 3,519 ล้านบาท ลุ้นสิ้นปียอดรวมทั้งกลุ่มแตะ 28,000 ล้านบาท
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ทางบริษัท ทีโอ ที จำกัด (มหาชน) พิจารณาให้ทางบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เข้าร่วมเป็นผู้ให้บริการ 3G ของทีโอทีในรูปแบบของเอ็มวีเอ็นโอนั้น คงขึ้นอยู่กับนโยบายของทีโอที แต่ก็มีคำถามว่า เนื่องจากเอไอเอสกำลังจะเข้าร่วมประมูล 3G ในคลื่นความถี่ 2100 MHz ด้วยนั้นจะถือว่าเป็นการให้คู่แข่งเข้ามาให้บริการด้วยหรือไม่
"ถ้าเอไอเอสเข้าร่วมประมูลและสามารถให้บริการ 3G ในคลื่นความถี่ 2100 MHz ก็จะถือเป็นคู่แข่งในการให้บริการกับทีโอที ดังนั้นจึงต้องดูที่เงื่อนไขของทีโอทีว่าจะมีระเบียบกำหนดออกมาเช่นใด"
ขณะที่รายได้หลักของกลุ่มบริษัทสามารถในอีกสามไตรมาส จะยังคงมาจากบริษัท สามารถ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ แซมเทล เป็นหลัก ที่มีรายได้จากการเซ็นสัญญาร่วมขยายโครงข่าย 3G ของทีโอทีทั่วประเทศ โดยหน้าที่ของบริษัท สามารถ คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด ที่เข้าร่วมประมูลในนามกลุ่มเอสแอล คอนซอร์เตียม ขอบข่ายงานในเฟสแรกของกลุ่มสามารถก็คือ การติตตั้งระบบและสถานีฐาน (UTRAN) จำนวน 4,772 สถานี มูลค่าประมาณ 10,400 ล้านบาท มีแผนดำเนินการให้เสร็จสิ้น พร้อมส่งมอบภายใน 360 วัน นับจากวันที่สัญญามีผลบังคับใช้
“ช่วงไตรมาส 3 ทางทีโอทีจะมีการเปิดให้บริการ 3G ที่สามารถให้บริการในความเร็ว 42 Mbps ทำให้ทางกลุ่มสามารถต้องเร่งการติดตั้งสถานีฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เร็วขึ้นเท่าที่เป็นไปได้”
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า จากโครงการ 3G ทำให้บริษัทสามารถทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และคาดว่าในปี 54 จะมีรายได้จากโครงการนี้ประมาณ 7,500 ล้านบาท และยังมีการต่อสัญญาโครงการสคูลเน็ตของทีโอทีอีกมูลค่า 2,292 ล้านบาท และโครงการอื่นๆ กว่า 20 โครงการที่อยู่ในแผนประมูล รวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่า ทางกลุ่มสามารถชนะการประมูลไม่น้อยกว่า 30%
นายวัฒน์ชัย ยังกล่าวอีกว่า นับจากไตรมาส 4 ปี 2553 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2554 ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศมีการแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น โดยรายได้ของกลุ่มสามารถในไตรมาสแรกปีนี้ ถือมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ทั้งยังมีอัตราการทำกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกสายธุรกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิในภาพรวมของบริษัทฯ เป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลประกอบการในไตรมาสแรก ปี 2554 นั้น มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,519 ล้านบาท กำไรสุทธิ 162 ล้านบาท แบ่งเป็นสายธุรกิจ ICT Solution ภายใต้การนำของ บริษัท สามารถ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ แซมเทล มีรายได้รวม 1,247 ล้านบาท กำไรสุทธิ 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 31% ทั้งนี้รายได้หลักในกลุ่มแซมเทลมาจากภาครัฐกว่า 93% ในขณะที่มีรายได้จากองค์กรเอกชน 7% สายธุรกิจ Mobile-Multimedia โดยบริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) มีรายได้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแม้ว่า จำนวนเครื่องที่จำหน่ายไปสูงขึ้น แต่เนื่องจากราคาเฉลี่ยของเครื่องลดลง อย่างไรก็ตามบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 40% หรือ 35 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวม 1,746 ล้านบาท
ส่วนรายได้ที่เหลือจะอยู่ในสายธุรกิจ Related Businesses และสายธุรกิจบริการสาธารณูปโภค (Utilities Services) ยังคงเป็นแหล่งรายได้ประจำที่ส่งผลให้กลุ่มสามารถมีผลประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้น
"ไตรมาสแรกจะเป็นไตรมาสที่กลุ่มสามารถมีกำไรต่ำที่สุดในปีนี้ แต่อีกสามไตรมาสที่เหลือจะเห็นการทำสถิติรายได้ใหม่ๆ ที่เป็นไปแบบก้าวกระโดดมากขึ้น" นายวัฒน์ชัยกล่าว