Mon âme à Dieu
Mon Bras au roi,
Mon Coeur aux dames,
L'honneur moi,
มโนมอบพระผู้ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6
ทรงแปลจากคติธรรมทหารฝรั่งเศส
หลังจาก “ทหารแท้ไม่มีวันตายฯ” ท่านผู้อ่านซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 13 หลังผู้บัญชาการทหารบก 1 รุ่น โทร.มายืนยันว่า ทหารแท้ที่พลเอกกิตติและผู้เขียนถามหามีอย่างแน่นอน แล้วก็ออกนามนายพลผู้หนึ่งซึ่งผู้เขียนเคยได้ยินชื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
เมื่อเป็นเด็กผู้เขียนเคยฝันอยากเป็นทหาร เพราะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์สากลของหลวงวิจิตรวาทการติดใจนักรบโบราณที่เป็นทั้งกษัตริย์ทั้งขุนพล เช่น จักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น คนต่อมาก็คือ เคมาล อตาเติร์ก หรือเคมาล ปาชา นายทหารผู้นำความสมัยใหม่และปูพื้นฐานประชาธิปไตยให้สู่ตุรกี จนคำว่ายังเติร์กกลายเป็นฉายาของอัศวินหนุ่มของกองทัพทั่วโลกที่มีความฝัน ความหวังและความกล้าที่จะนำการเปลี่ยนแปลงพาประเทศของตนไปสู่ความเจริญ
แต่พ่อผู้เขียนซึ่งเป็นหมอบอกว่าขืนเป็นทหารผู้เขียนคงถูกจับฐานกบฏคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเป็นนายพัน พ่อเลยขอร้องผู้เขียนในเรื่องที่พ่อไม่เคยขอลูกคนอื่นเลย นั่นก็คือ ผู้เขียนต้องไม่เป็นทหารและนักการเมือง
ฉบับที่แล้วผู้เขียนถึงคำขวัญของอเมริกันซึ่งกลายสภาพจากอาณานิคมอังกฤษมาเป็นอภิมหาอำนาจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันหลายคนจึงได้เป็นวีรบุรุษทหารแท้ของโลก เพราะหนังฮอลลีวูดและการขยายอิทธิพลของอเมริกันไปทั่วโลก
แต่คำขวัญที่ตรึงใจผู้เขียนตลอดมาตั้งแต่เป็นเด็กกลับเป็นคำขวัญของทหารฝรั่งเศส ซึ่งพระมหาธีรราชเจ้าทรงแปลได้ไพเราะจับจิตยิ่งกว่าในภาษาเดิมเสียอีก “มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบทรงธรรม์ เทอดหล้าฯ” ซาบซึ้งจริงๆ
แต่นั่นเป็นคำขวัญสมัยที่ฝรั่งเศสยังเป็นราชาธิปไตย!
สื่อไทย นักวิชาการไทย และคนไทยมักเข้าใจผิดๆ ว่าวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม ซึ่งพรรคไทยรักไทยถือเอาเป็นวันเกิดพรรคนั้น เป็นวันที่ฝรั่งเศสกลายเป็นสาธารณรัฐ ความจริงไม่ใช่
วันที่ 14 กรกฎาคม 1789 ต่อยอดมาจากการลุกฮือขึ้นปฏิวัติบั่นทอนอำนาจรัฐโบราณของฝรั่งเศส ตั้งเค้ามานานแต่ระเบิดขึ้นเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1789 เมื่อชาวฝรั่งเศสทนอดอยากและถูกกดค่าแรงไม่ไหว วันนั้นทหารยิงผู้เดินขบวนตาย 25 คน
วันที่ 14 กรกฎาคม 1789 เป็นวันที่ฝูงชนชั้นกลางลุกฮือขึ้นทลายคุกบาสเตียล์ สังหารผู้ว่าราชการฯ รัฐมนตรีมหาดไทย และนายกเทศมนตรีนครปารีส นักการเมืองและชนชั้นปกครองอีกหลายคน วันที่ 14 กรกฎาคม จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติฝรั่งเศส
แต่การต่อสู้ยืดเยื้อมาอีกกว่า 4 ปี ผรั่งเศสตั้งสมัชชาแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1792 และประกาศให้ฝรั่งเศสเป็นสาธารณรัฐ ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์ในวันต่อมาคือวันที่ 21 กันยายน 1792
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารโดยกิโยติน วันที่ 21 มกราคม 1793
ผู้เขียนเห็นว่าคนไทยควรศึกษาและสรุปบทเรียนเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศสและรัสเซียให้ดี อย่าพูดหรือสรุปอะไรส่งเดช
ตั้งแต่นั้นมาคำขวัญทหารแท้ของฝรั่งเศสจึงค่อยๆ แปรไป พร้อมทั้งปมด้อยของกองทัพฝรั่งเศสค่อยๆ ลดลงเพราะประสบความพ่ายแพ้บ่อยๆ
แต่ฝรั่งเศสก็ยังมีทหารแท้เช่นนายพลเดอโกล (1890- 1970) อดีตแม่ทัพและประธานาธิบดีผู้สถาปนาสาธารณรัฐที่ 5 (4 ตุลาคม 1958) และทำลายวงจรอุบาทว์การล้มละลายของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสถึง 18 ครั้ง รัฐธรรมนูญถาวรของฝรั่งเศสเดอโกลเป็นผู้มอบให้อดีตนายกรัฐมนตรี มิเชล เดเบร์ (Michel Debre, 1912) เป็นผู้ร่างคนเดียวและยืนยงมาจนถึงวันนี้
ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่กับการร่างรัฐธรรมนูญแบบเก่าของฝรั่งเศสที่ล้มเหลวมา 18 ครั้ง
ทหารแท้อีกคนหนึ่งคือ Pierre Guilaume (1925-2002) อดีตนาวิกโยธินผู้กลายเป็นทหารบกและผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน รวมทั้งมาช่วยกะเหรี่ยงและไทยใหญ่รบกับเผด็จการทหารพม่าด้วย เขาเป็นผู้เขียนหนังสือดังชื่อ Mon âme à Dieu, mon corps à la Patrie, mon honneur à moi
“มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบปิตุภูมิอันเลิศหล้า เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว” จึงกลายเป็นคำขวัญใหม่ของทหารแท้ฝรั่งเศส
ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากทหารอาชีพ หนึ่งในหลายนายพลของเตรียมทหารรุ่น 13 หลังประยุทธ จันทร์โอชา หรือตู่ โคราช (ตู่โคราช ไม่ใช่หมูโคราช หมูน่ะมีแล้ว ทุกคนรู้ว่าใคร) หนึ่งรุ่น เขายืนยันว่าทหารแท้กองทัพไทยมี คือ อดีตผู้บังคับบัญชาของเขา พลเอกวีรยุทธ อินวะษา ยังเติร์ก จปร. 7 รุ่นเดียวกับพลตรีจำลอง ศรีเมือง และอดีตวีรบุรุษตาพระยา พลตรีประจักษ์ สว่างจิตร
ผู้เขียนได้รับคำยืนยันอีกเหมือนกันว่า พลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ก็เป็นทหารแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์!
หรือว่าทหารแท้ของไทยจะมีแต่คนที่ตายแล้วอย่าง 2 ท่านหลัง
ทหารแท้ไม่มีวันตาย เขาเพียงแต่หายหน้าไปเท่านั้น
Mon Bras au roi,
Mon Coeur aux dames,
L'honneur moi,
มโนมอบพระผู้ เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์ เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่
เกียรติศักดิ์รักข้า มอบไว้แก่ตัว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6
ทรงแปลจากคติธรรมทหารฝรั่งเศส
หลังจาก “ทหารแท้ไม่มีวันตายฯ” ท่านผู้อ่านซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 13 หลังผู้บัญชาการทหารบก 1 รุ่น โทร.มายืนยันว่า ทหารแท้ที่พลเอกกิตติและผู้เขียนถามหามีอย่างแน่นอน แล้วก็ออกนามนายพลผู้หนึ่งซึ่งผู้เขียนเคยได้ยินชื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
เมื่อเป็นเด็กผู้เขียนเคยฝันอยากเป็นทหาร เพราะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์สากลของหลวงวิจิตรวาทการติดใจนักรบโบราณที่เป็นทั้งกษัตริย์ทั้งขุนพล เช่น จักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น คนต่อมาก็คือ เคมาล อตาเติร์ก หรือเคมาล ปาชา นายทหารผู้นำความสมัยใหม่และปูพื้นฐานประชาธิปไตยให้สู่ตุรกี จนคำว่ายังเติร์กกลายเป็นฉายาของอัศวินหนุ่มของกองทัพทั่วโลกที่มีความฝัน ความหวังและความกล้าที่จะนำการเปลี่ยนแปลงพาประเทศของตนไปสู่ความเจริญ
แต่พ่อผู้เขียนซึ่งเป็นหมอบอกว่าขืนเป็นทหารผู้เขียนคงถูกจับฐานกบฏคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเป็นนายพัน พ่อเลยขอร้องผู้เขียนในเรื่องที่พ่อไม่เคยขอลูกคนอื่นเลย นั่นก็คือ ผู้เขียนต้องไม่เป็นทหารและนักการเมือง
ฉบับที่แล้วผู้เขียนถึงคำขวัญของอเมริกันซึ่งกลายสภาพจากอาณานิคมอังกฤษมาเป็นอภิมหาอำนาจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันหลายคนจึงได้เป็นวีรบุรุษทหารแท้ของโลก เพราะหนังฮอลลีวูดและการขยายอิทธิพลของอเมริกันไปทั่วโลก
แต่คำขวัญที่ตรึงใจผู้เขียนตลอดมาตั้งแต่เป็นเด็กกลับเป็นคำขวัญของทหารฝรั่งเศส ซึ่งพระมหาธีรราชเจ้าทรงแปลได้ไพเราะจับจิตยิ่งกว่าในภาษาเดิมเสียอีก “มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบทรงธรรม์ เทอดหล้าฯ” ซาบซึ้งจริงๆ
แต่นั่นเป็นคำขวัญสมัยที่ฝรั่งเศสยังเป็นราชาธิปไตย!
สื่อไทย นักวิชาการไทย และคนไทยมักเข้าใจผิดๆ ว่าวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม ซึ่งพรรคไทยรักไทยถือเอาเป็นวันเกิดพรรคนั้น เป็นวันที่ฝรั่งเศสกลายเป็นสาธารณรัฐ ความจริงไม่ใช่
วันที่ 14 กรกฎาคม 1789 ต่อยอดมาจากการลุกฮือขึ้นปฏิวัติบั่นทอนอำนาจรัฐโบราณของฝรั่งเศส ตั้งเค้ามานานแต่ระเบิดขึ้นเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1789 เมื่อชาวฝรั่งเศสทนอดอยากและถูกกดค่าแรงไม่ไหว วันนั้นทหารยิงผู้เดินขบวนตาย 25 คน
วันที่ 14 กรกฎาคม 1789 เป็นวันที่ฝูงชนชั้นกลางลุกฮือขึ้นทลายคุกบาสเตียล์ สังหารผู้ว่าราชการฯ รัฐมนตรีมหาดไทย และนายกเทศมนตรีนครปารีส นักการเมืองและชนชั้นปกครองอีกหลายคน วันที่ 14 กรกฎาคม จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติฝรั่งเศส
แต่การต่อสู้ยืดเยื้อมาอีกกว่า 4 ปี ผรั่งเศสตั้งสมัชชาแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1792 และประกาศให้ฝรั่งเศสเป็นสาธารณรัฐ ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์ในวันต่อมาคือวันที่ 21 กันยายน 1792
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารโดยกิโยติน วันที่ 21 มกราคม 1793
ผู้เขียนเห็นว่าคนไทยควรศึกษาและสรุปบทเรียนเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศสและรัสเซียให้ดี อย่าพูดหรือสรุปอะไรส่งเดช
ตั้งแต่นั้นมาคำขวัญทหารแท้ของฝรั่งเศสจึงค่อยๆ แปรไป พร้อมทั้งปมด้อยของกองทัพฝรั่งเศสค่อยๆ ลดลงเพราะประสบความพ่ายแพ้บ่อยๆ
แต่ฝรั่งเศสก็ยังมีทหารแท้เช่นนายพลเดอโกล (1890- 1970) อดีตแม่ทัพและประธานาธิบดีผู้สถาปนาสาธารณรัฐที่ 5 (4 ตุลาคม 1958) และทำลายวงจรอุบาทว์การล้มละลายของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสถึง 18 ครั้ง รัฐธรรมนูญถาวรของฝรั่งเศสเดอโกลเป็นผู้มอบให้อดีตนายกรัฐมนตรี มิเชล เดเบร์ (Michel Debre, 1912) เป็นผู้ร่างคนเดียวและยืนยงมาจนถึงวันนี้
ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่กับการร่างรัฐธรรมนูญแบบเก่าของฝรั่งเศสที่ล้มเหลวมา 18 ครั้ง
ทหารแท้อีกคนหนึ่งคือ Pierre Guilaume (1925-2002) อดีตนาวิกโยธินผู้กลายเป็นทหารบกและผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน รวมทั้งมาช่วยกะเหรี่ยงและไทยใหญ่รบกับเผด็จการทหารพม่าด้วย เขาเป็นผู้เขียนหนังสือดังชื่อ Mon âme à Dieu, mon corps à la Patrie, mon honneur à moi
“มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบปิตุภูมิอันเลิศหล้า เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว” จึงกลายเป็นคำขวัญใหม่ของทหารแท้ฝรั่งเศส
ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากทหารอาชีพ หนึ่งในหลายนายพลของเตรียมทหารรุ่น 13 หลังประยุทธ จันทร์โอชา หรือตู่ โคราช (ตู่โคราช ไม่ใช่หมูโคราช หมูน่ะมีแล้ว ทุกคนรู้ว่าใคร) หนึ่งรุ่น เขายืนยันว่าทหารแท้กองทัพไทยมี คือ อดีตผู้บังคับบัญชาของเขา พลเอกวีรยุทธ อินวะษา ยังเติร์ก จปร. 7 รุ่นเดียวกับพลตรีจำลอง ศรีเมือง และอดีตวีรบุรุษตาพระยา พลตรีประจักษ์ สว่างจิตร
ผู้เขียนได้รับคำยืนยันอีกเหมือนกันว่า พลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ก็เป็นทหารแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์!
หรือว่าทหารแท้ของไทยจะมีแต่คนที่ตายแล้วอย่าง 2 ท่านหลัง
ทหารแท้ไม่มีวันตาย เขาเพียงแต่หายหน้าไปเท่านั้น


