xs
xsm
sm
md
lg

'สุพจน์'ปูทางภท.คุมแสนล.สร้างระบบราง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“สุพจน์”เตรียมนั่งประธานบอร์ดร.ฟ.ท.หลัง”ถวัลย์รัฐ”ยื่นลาออก ปูพรม”โสภณควงภูมิใจไทย”เดินหน้ารวบงบลงทุน เมกะโปรเจกต์ ระบบราง โครงสร้างพื้นฐาน กว่าแสนล้านบาทของกระทรวงคมนาคมแบบเบ็ดเสร็จ

วานนี้ (7 ก.พ.) แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2553 ที่ผ่านมานายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคมได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ต่อนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยการลาออกมีผลทันที ซึ่งการลาออกจากประธานบอร์ดร.ฟ.ท.ของนายถวัลย์รัฐ จะเป็นการเปิดทางให้นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการ ร.ฟ.ท.ขึ้นเป็นประธานบอร์ดแทน และเป็นไปตามแนวทางของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการให้นายสุพจน์เป็นผู้กำกับดูแลงานระบบรางของกระทรวงคมนาคมทั้งหมดซึ่งเฉพาะร.ฟ.ท.มีงบงบประมาณในส่วนของแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง 153,052 ล้านบาท

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ช่วงเดือนต.ค. 2552 เคยมีกระแสข่าวว่า นายถวัลย์รัฐต้องการลาออกจากการเป็นประธานบอร์ดร.ฟ.ท. หลังจากนายสุพจน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม แต่มีฐานะเป็นเพียงกรรมการร.ฟ.ท.ในขณะที่นายถวัลย์รัฐ ซึ่งเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคมแต่เป็นประธานบอร์ดร.ฟ.ท.เพราะเกรงว่าจะไม่เหมาะสมแต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งนายถวัลย์รัฐยื่นหนังสือลาออกจากประธานบอร์ดเมื่อ 1 ก.พ. 2553 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะให้นายถวัลย์รัฐไปเป็นกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.

แหล่งข่าวกล่าวว่าการก้าวขึ้นเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมของนายสุพจน์นั้น ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก โดยได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประมาณ 1 ปี จากนั้นย้ายมาเป็นอธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)อีก 1 ปี ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อเดือนต.ค. 2552 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการโครงการต่างๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรในในเฟสแรกจำนวน 39,000 ล้านบาทซึ่งในเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมาได้เบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 10,363ล้านบาท

นอกจากนี้ นายสุพจน์ ยังถือเป็นมือทำงานโครงการด้านระบบรางทั้งหมด ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวงคมนาคม โดยเป็นประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และกรรมการร.ฟ.ท.เพื่อผลักดันการประมูลโครงการที่ต้องใช้งบประมาณภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง2555ในส่วนของร.ฟ.ท.ซึ่งมีงบงบประมาณถึง 153,052 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการเปลี่ยนไม้หมอนรถไฟเป็นคอนกรีตเพื่อเสริมความแข็งแรงของรางรถไฟ การแก้ไขปัญหาจุดตัดกับถนนการจัดหาหัวรถจักร รวมทั้งการก่อสร้างระบบรถไฟทางคู่ ระยะทาง 767 กิโลเมตรและกำลังจะมีการเสนอเพิ่มวงเงินอีก11,348.356 ล้านบาท ในโครงการการก่อสร้างระบบรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-แก่งคอย-คลองสิบเก้า ระยะทาง 106 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม มูลค่าโครงการด้านระบบรางทั้งหมดของกระทรวงคมนาคม ในขณะนี้ นอกจากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถึง 153,052 ล้านบาทของร.ฟ.ท.แล้วในส่วนของรถไฟฟ้า ที่กำลังเปิดประมูลเช่น ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายวงเงิน 52,257 ล้านบาท ซึ่งรฟม.ได้เปิดขายเอกสารประกวดราคา(TOR) แล้ว ,การเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL

รวมทั้งการเร่งรัดการประมูลโครงการถนนปลอดฝุ่นภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2)เฟส ที่ 2 (2554) อีกจำนวน 1,983.5 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 9,760 ล้านบาท โดยภายในเดือนมี.ค. 2553 ทช.จะสรุปรายละเอียดโครงการทั้งหมดและพร้อมเปิดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างยื่นเสนอราคาแข่งขันหลังจากที่ในปี 2552 ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการถนนไร้ฝุ่นเฟส 1 จำนวน 901 โครงการ ระยะทาง 3,246 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 14,821 ล้านบาทไปแล้ว