xs
xsm
sm
md
lg

ปูดอีกเร่งจ่ายไทเกอร์ "เทือก"โบ้ย'ป๊อด-จุมพล'

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุดเรื่องการเบิกจ่ายเงินค่ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ที่มีการเร่งให้ดำเนินการ อ้างถึงคำสั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย
ASTVผู้จัดการรายวัน - เปิดเอกสารจับโกหก “เทพเทือก” เป็นผู้สั่งจ่ายเงินงวดสุดท้าย จยย.ไทเกอร์ กว่า 429 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวทำมึนอ้างเรื่องเกิดก่อนเป็น รองนายกฯ ลอยแพ "จุมพล-ป๊อด" ปัดข่าว “พงศ์พัฒน์” รับงานคุ้ยไทเกอร์ แลกตำแหน่งรองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงข่าวที่ระบุว่ามีส่วนพัวพันกับการเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจขนาด 200 ซีซี พร้อมอุปกรณ์จำนวน 19,147 คัน กับบริษัท คาร์แทรคกิ้ง จำกัด 16 งวดสุดท้าย วงเงิน 429,361,010 บาทว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว พร้อมกับตัดพ้อสื่อมวลชนว่าตั้งข้อหารุนแรงเกินไป เพราะตนเพิ่งรับตำแหน่งไม่ทราบเรื่อง อีกทั้งรถจักรยานยนต์ยี่ห้อไทเกอร์ ก็เพิ่งเห็นเมื่อสักครู่นี้

"ผมเพิ่งเรียนนายกรัฐมนตรีว่านี่เอง ที่มันเป็นข่าวอยู่ หน้าตาเป็นอย่างนี้ ไม่มีหรอกครับ ผมไม่มีอำนาจสั่งการอะไร เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนผมจะเข้ามา คนอย่างผมถ้าทำก็รับผิด ไม่ต้องการให้คนอื่นมาเที่ยวหาเรื่อง เพราะผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหา เรื่องนี้ผ่านมาหลาย ผบ.ตร.แล้ว มันเป็นคดีความก็ต้องชัดเจนในที่สุด ที่มีชื่อของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.ไปเกี่ยวข้องนั้น ชื่อใครเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการไป” นายสุเทพ กล่าว หลังเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งตำรวจสายตรวจได้ใช้รถจักรยานยนต์ ไทเกอร์ มานำขบวนรณรงค์บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล

เมื่อถามว่าล่าสุดมีข้อครหาว่า พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ รรท.รอง ผบช.ก.ไม่เรียกบุคคลที่ถูกกล่าวหามาให้ปากคำ เพราะแค่ต้องการปล่อยข่าวเพื่อมีการเอาไปแลกเก้าอี้รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าสื่อต้องรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าไปรายงานเรื่องที่แต่ละฝ่ายปั้นขึ้นมาห้ำหั่นกัน จะทำให้สังคมสับสน ตนไม่สนใจว่าใครจะทำร้ายใครที่นั่น แต่ความถูกต้องต้องมี ระบบต้องเดินหน้าต่อไป และเมื่อกระบวนการเดินหน้าไปแล้วข้อเท็จจริงก็จะปรากฏเอง ซึ่งเรื่องต้องว่าตามข้อเท็จจริง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่าแม้นายสุเทพ จะปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว แต่ในบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ตั้งเรื่องโดย พล.ต.ต.ภูวดล วุฑฒกนก ผบก.พธ. กลับมีการระบุชัดเจนว่า การเบิกจ่ายเงินครั้งนี้ดำเนินการตามบัญชาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยบันทึกข้อความ ที่ 009.22/1943 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2552 เรื่องการเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ ขนาด 200 ซีซี พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 19,147 คัน ตามสัญญา ที่ทำถึง ผบ.ตร. (พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ) ผ่าน ผู้ช่วย ผบ.ตร. บร 21 คือ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้ขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงวดที่ 23-38 รวม 16 งวด คิดเป็นเงิน 429,361,010 บาท โดยอ้างถึงรายงานผลการประชุมหารือแนวทางการเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อรถจักรยานยนต์ดังกล่าวว่า ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เข้าข่ายการฉ้อโกง และระบุว่า หากไม่ดำเนินการทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจถูกบริษัทฯ เรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 7.5

ท้ายบันทึกข้อความดังกล่าว พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ยังได้เขียนหนังสือด้วยลายมือตัวเองเรียน ผบ.ตร. (พล.ต.อ.พัชรวาท) ผ่าน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.บร.2 มีข้อความว่า “ในเรื่องนี้เป็นกรณีที่ กวพ. มีหนังสือตอบข้อหารือของตำรวจใน 2 ส่วน โดยส่วนแรก (ข้อ 1-4) เป็นกรณีความสมบูรณ์ของสัญญาและในส่วนที่สอง (ข้อ 5) เป็นกรณีการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นควรดำเนินการตามเสนอของ พธ. ข้อ 3.1 และ 3.2 ประกอบกับได้มีบันทึกของ รองนรม.(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ลง 5 มี.ค. 52 เรียน ผบ.ตร. ขอได้โปรดสั่งการให้ จนท.เร่งรัดเบิกจ่ายเงินให้กับผู้ร้องตามสัญญาต่อไป จึงเห็นควรนำเรียนท่าน ผบ.ตร.ได้กรุณาทราบและประกอบการพิจารณาสั่งการ พร้อมเรื่องเดิมที่ได้นำเรียนไว้แล้ว

จากนั้น พล.ต.อ.จุมพล ได้เดินเรื่องส่งต่อไปยังพล.ต.อ.พัชรวาท (ผบ.ตร.ขณะนั้น) ยืนยันอีกครั้ง ให้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายตามที่มีการเสนอมา และได้อ้างถึงหนังสือตอบข้อหารือของกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาซื้อขาย ข้อเสนอทางด้านเทคนิคว่า มีการแจ้งความร้องทุกข์ และฟ้องศาลปกครองยังไม่มีข้อยุติ แต่เมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบและตรวจรับถูกต้องครบถ้วนแล้ว ส่วนราชการคู่สัญญาย่อมมีหน้าที่จะต้องดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 71(4) ดำเนินการจ่ายเงินและรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.จุมพล ยังได้อ้างถึงบันทึก รองนายกรัฐมนตรี (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ลง 5 มี.ค. 52 ท้ายหนังสือขอความเป็นธรรม บริษัทคาร์แทรคกิ้ง จำกัด ลง 2 มี.ค.52 เรียน ผบ.ตร. ขอให้ตรวจสอบหากเห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้องโปรดสั่งการให้ จนท.เร่งรัดเบิกจ่าย โดยในเอกสารของ พล.ต.อ.จุมพล ลงวันที่ 12 มี.ค. 52 เวลา 14.05 น. จากนั้นพล.ต.อ.พัชรวาท ได้แทงหนังสืออนุมัติให้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้ายได้กลับมายัง พล.ต.อ.จุมพล ลงวันที่ 19 มี.ค.52

เป็นที่น่าสังเกตว่ากระบวนการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้ายกว่า 429 ล้านบาท เป็นไปอย่างรวดเร็ว เริ่มจากหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่บริษัทคู่สัญญาทำถึงนายสุเทพ ลงวันที่ 2 มี.ค. 52 โดยนายสุเทพ รับลูกทันที เสนอเรื่องถึงผบ.ตร.ในขณะนั้นหลังจากได้รับการร้องขอความเป็นธรรมเพียง 3 วัน คือวันที่ 5 มี.ค. 52 ถัดจากนั้นอีกเพียง 5 วัน คือวันที่ 10 มี.ค. 52 พล.ต.ต.ภูวดล วุฑฒกนก ผบก.พธ. ก็ตั้งเรื่องให้มีการเบิกจ่ายเงิน 16 งวดสุดท้าย ผ่านพล.ต.ท.พงศพัศ และใช้เวลาเพียง 2 วัน พล.ต.อ.จุมพล ก็เดินเรื่องต่อไปถึง ผบ.ตร.ในวันที่ 12 มี.ค. 52 ก่อนที่ พล.ต.อ.พัชรวาท จะลงนามอนุมัติในวันที่ 19 มี.ค. 52 รวมใช้เวลาในการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินครั้งนี้เพียง 17 วันเท่านั้น

"ธานี"ไม่รู้"ภาณุพงศ์"เลี่ยงสื่อ

ด้าน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการทุจริตจัดซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อไทเกอร์ ของตร.ว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่าสมัยยังอยู่ใน ตร.เคยรับทราบเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ตนไม่รู้อะไรเลย ไม่ขอพูด

วันเดียวกันที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รักษาการที่ปรึกษา (สบ 10)ได้เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมี พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป. และพนักงานสอบสวน บก.ป.เข้าร่วมประชุม ซึ่งทาง พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า เหตุที่เรียกประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนก่อนเข้ารายงานต่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.

เมื่อถามถึงกรณีที่พยานทั้งหมดซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกต่างขอเลื่อนการเข้าพบนั้น พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า คงต้องรอการนัดหมายใหม่ซึ่งพนักงานสอบสวนได้กำหนดวันเวลาไว้แล้ว ทางเราก็ต้องให้เกียรติกับพยานโดยเฉพาะบางรายที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษจึงเสร็จสิ้น ซึ่งภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ และ พล.ต.ท.ไถง ได้เดินทางกลับโดยใช้บันไดทางออกด้านข้างห้องประชุมสุรสีหนาท อาคารสำนักงานผู้บังคับการ เพื่อเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมาก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีการเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ของนายตำรวจที่ทำคดีดังกล่าวนั้นเนื่องจากมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ระมัดระวังในการให้ข่าวกับสื่อมวลชนจึงไม่มีนายตำรวจรายใดกล้าที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าและรายละเอียดต่างๆ ในคดี

อย่างไรก็ดี มีรายงานข่าวด้วยว่า ทาง พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.ป.ไปสอบสวนเชิงลึกในบางประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยจะมีการเรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 11 ธันวาคมนี้