ASTVผู้จัดการรายวัน-“ปทีป”สั่งเร่งคลี่คลายคดีฆ่า“นางสุนัทที”โยงเรื่องส่วนตัวและขัดแย้งธุรกิจ ขณะที่ทนายความ"สุนัทที"เผยมีคดีเป็นโจทก์และจำเลย รวม 22 คดี แต่ไม่เชื่อจะโกรธแค้นถึงขั้นต้องสั่งฆ่า ส่วน"สามี"ผู้ตาย ยังสงสัยปมมรดกและผลประโยชน์คนในครอบครัว
วานนี้(1 ธ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีสังหาร นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่าคดีนี้ได้สั่งการเร่งรัดดำเนินคดีโดยมอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันทำงาน โดยมี พล.ต.ท.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.ที่ปรึกษา (สบ10) ควบคุมดูแลและประชุมติดตามความคืบหน้าโดยตลอด ต้องขอเวลาให้พนักงานสืบสวนทำงานสักระยะหนึ่งก่อน ไม่ได้ตีกรอบเรื่องเวลาแต่ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด
ส่วนประเด็นการสังหารนั้น ขณะนี้พุ่งเป้าไปที่เรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจ แต่ยังไม่ได้มีกรอบชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดเดาสาเหตุว่าตามที่เป็นข่าว ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกำชับให้เร่งดำเนินคดีแต่พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผย ว่า ขณะนี้ได้แบ่งหน้าที่ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผู้บังคับการกองปราบปรามดูแล เนื่องจากมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มมือปืน โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร และตรวจสอบผู้ใช้อาวุธปืน ซึ่งจะเน้นไปที่บุคคลเพศชาย อายุไม่เกิน 30 ปี นอกจากนี้ยังติดต่อไปยังทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมือปืนมือใหม่ที่ทำการฝึกฝนฝีมือเพื่อขึ้นเป็นมือปืนระดับพระกาฬ ทั้งนี้ คาดว่า สาเหตุการลอบยิงครั้งนี้น่าจะมาจากการทวงหนี้ และการล้างแค้นทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวข้องด้วย
**เก็บหลักฐานจำลองวิถีกระสุน
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย เจ้าหน้าที่ชุดขีปวิถี สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ย์ 7 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌต-356 กทม. ของนางสุนัทที อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเบื้องต้นพบ ก็ร่องรอยการยิงบริเวณกระจกทั้ง 3 นัด โดยกระสุนชุดแรก คือนัดที่ 1-2 นั้น ทำกระจกก็แตกไปแล้ว ส่วนนัดที่ 3 ยังมีร่องรอยคาเป็นรูอยู่ที่กระจก เบื้องต้นคาดว่าร่องรอยกระจกที่แตกไปนั้น คนเห็นเหตุการณ์น่าจะเข้ามาช่วยเหลือนางสุนัทที โดยการทุบกระจกและนำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้เดินทางมาที่เกิดเหตุบริเวณซอยสุขาภิบาล 2 แยก 11 ถนนสุขาภิบาล 2 โดยได้ตรวจหาวิถีกระสุนอีกครั้ง โดยใช้รถของสื่อมวลชนติดสติกเกอร์ที่กระจกด้านขวาฝั่งคนขับแทนรถของนางสุนัทที และจำลองวิถีกระสุนโดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในราชการวัดวิถีกระสุน โดยจำลองท่ายืนยิงสูงประมาณ 30 องศา ในการยิง 2 นัดแรก และรถก็ไหลไปอีกประมาณ 1 เมตร ก่อนที่คนร้ายจะยิงนัดที่ 3 จนรถไหลไปชนกับป้ายซอยสุขาภิบาล 2 แยก 16 ฝั่งตรงข้ามจนหัก ซึ่งการตรวจหาวิถีกระสุนเป็นการตรวจเก็บพิกัดกระสุนคนร้ายเพื่อวิเคราะห์ว่า มือปืนมีเพียงคนเดียวหรือมีหลายคน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.อุดมสุข ได้เดินทางไปสอบปากคำเลขาของ นางสุนันที ผู้ตาย
**สอบปากคำทนายความ"สุนัทที"
ต่อมาเวลา 13.30 น.พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 สั่งการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปที่ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายสกุลธัญแอนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 2210/60 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.เพื่อทำการสอบปากคำนายประจวบ สิงห์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของสำนักงานดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเป็นทนายผู้รับว่าความให้ นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า กับ คู่กรณีทุกคดี
นายประจวบ เปิดเผยก่อนเข้าให้การกับตำรวจว่า สำนักงานกฎหมายแห่งนี้เป็นของ ดร.ธัญ สกุลธัญ แต่เรื่องคดีความที่เกี่ยวข้องกับนางสุนัทที ทั้งหมดนั้น ตนจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนการที่พนักงานสอบสวนเดินทางมาก็เพื่อสอบถามข้อมูลทางคดีทั้งเรื่องที่บริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เป็นโจทก์และเป็นจำเลย ซึ่งขณะนี้มีอยู่จำนวน 22 คดี มีทั้ง เรื่องที่เราเป็นผู้ฟ้อง เรื่องที่เราถูกฟ้อง เรื่องที่ประนีประนอมไปแล้ว ตลอดจนเรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ในชั้นศาล แต่ทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่เราฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีอยู่จำนวน 3 คดี ที่เราเรียกเงินค่าเสียหายสูงถึงคดีละ 50 ล้านบาท สำหรับคดีที่เราถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายมีไม่มากและค่าเสียหายรวมกันทั้งสิ้นก็ไม่เกิน 10 ล้านบาท และยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการทวงถามซึ่งเราเตรียมจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายกับคู่กรณีอยู่ 4 คดี ยอดเงินรวมกันก็แค่ 10 ล้านบาทเช่นกัน
**ทนายเชื่อเรื่องคดีไม่น่าจะถึงฆ่ากัน
นายประจวบ กล่าวอีกว่า คดีความที่ตนดูแลให้กับบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ทั้งหมดนั้น จะแบ่งเป็นกรณีพิพาทของบริษัทลูกในเครือที่ นางสุนัทที บริหารอยู่ด้วย คือ บจก.กาล่าแพลน และ บจก.ลิฟวิ่งลากูน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการสร้างบ้านที่อ่อนนุช และที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ผู้รับเหมาทำผิดสัญญาในการต่อเติมบ้านไม่เสร็จ แต่ทั้งหมดเป็นคดีแพ่งไม่ใช่อาญา แม้นางสุนัทที จะพยายามให้ตนฟ้องอาญาในบางเรื่องแต่ตนก็ระงับไว้ เพราะตนมีนโยบายให้นางสุนัทที ประนีประนอมกับคู่กรณีมาโดยตลอด จึงไม่เคยเบิกความไปถึงเรื่องส่วนตัวของใคร อย่างมากก็แค่พูดจาตอบโต้ว่า อาจต้องสู้กันถึง 3 ศาล คือชั้นฎีกาเท่านั้น ซึ่งเรื่องแค่นี้ไม่น่าจะถึงกับต้องโกรธแค้นเอาชีวิตกันได้
นายประจวบ กล่าวด้วยว่า ตนไม่ทราบว่า นางสุนัทที เคยมีปัญหาอะไรกับใครบ้าง เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ทำงานให้ก็จะคุยกันแต่เรื่องธุรกิจและคดีทางแพ่งเท่านั้น ซึ่งนางสุนัทที ก็ไม่เคยมาปรึกษาตนในเรื่องที่เคยถูกขู่ฆ่าหรือไปแจ้งความเพราะถูกขู่ฆ่า โดยทางพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้มาสอบปากคำแบบเจาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ตนได้เตรียมเอกสารสรุปคดีทั้งหมด ซึ่งกำลังดำเนินการกันอยู่ใน ศาลจังหวัดพระโขนง ศาลจังหวัดสมุทรปราการ และศาลจังหวัดเพชรบุรี เอาไว้ให้อย่างละเอียดเท่านั้น ส่วนตำรวจจะเอาเอกสารดังกล่าวไปทำอะไรบ้างตนก็คงให้คำตอบไม่ได้
**ทีมสืบสวนทุกชุดเร่งทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสืบสวนของทั้งสองหน่วยงานคือ บช.น.และ บช.ก. ที่ได้รับมอบหมายให้ทำคดีนี้นั้นมีเกือบ 10 ทีมด้วยกันอาทิ ชุด กก.สส.บก.น.4 ชุกสืบสวนท้องที่ ทีมสืบสวนศูนย์สืบสวนนครบาล ทีมสืบสวนกองปราบปราม ชุดสืบสวนพิเศษ บช.ก. ทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแล บช.น. เป็นต้น ซึ่งแต่ละทีมงานนั้นต่างแข่งขันกันแย่งชิงผลงานกันอย่างเต็มที่เพื่อโชว์ผลงานเสนอนายโดยหัวหน้าคณะทำงานแต่ละชุดนั้น ต่างกำชับเจ้าหน้าที่ ที่ลงพื้นที่ห้ามให้ข่าวให้ข้อมูลใดๆ เพราะเกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหลไปสู่ทีมสืบสวนชุดอื่นเป็นผลต่อการสืบสวนติดตามคดี
มีรายงานด้วยว่า ล่าสุดขณะนี้ทีมงานสืบสวนของ บช.ก. สามารถหาข้อมูลเจาะลึกได้มากกว่าทีมสืบสวนชุดอื่น โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องการฟ้องร้องในชั้นศาล หลักฐานการและคำให้การของผู้ตายที่เคยแจ้งความไว้ที่ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ จำนวนหลายคดี และการแจ้งความในพื้นที่นครบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ขณะที่ทีมสืบสวนของนครบาลยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
**สามีเชื่อปมมรดกคนในครอบครัว
รายงานข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนแจ้งด้วยว่า ถึงแม้ พล.ต.ต.ปิยะชาติ จะยังไม่เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข อย่างเป็นทางการ แต่หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้พูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในประเด็นฆาตกรรมนางสุนัทที โดย พล.ต.ต.ปิยะชาติ เชื่อว่าประเด็นสังหารน่าเกี่ยวกับเรื่องมรดกและผลประโยชน์ภายในครอบครัว ซึ่งเกิดความขัดแย้งกับคนใกล้ชิดคนหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วมองไม่เห็นว่าจะมีเรื่องใดอีกที่นำมาสู่การสังหาร
นอกจากการปะติดปะต่อและหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนประเด็นข้างต้นแล้ว สิ่งที่ชุดสืบสวนกำลังทำอีกเรื่องก็คือ การนำตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และระบุว่า เห็นคนร้ายสวมหมวกมาผูกเปลนอนอยู่ใกล้หมู่บ้านไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 11 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ นานนับสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสเก็ตช์ภาพคนร้ายใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ออกภาพสเก็ตช์แล้วไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ดี หากคดีนี้เป็นอย่างที่พล.ต.ต.ปิยะชาติ สงสัยก็อาจจะเป็นอีกคดีที่มีเงื่อนงำคล้ายคลึงกับเรื่องราวของมรดกเลือดตลาดยิ่งเจริญของตระกูลดังของสังคมไทย "ธรรมวัฒนะ" ที่เป็นตำนานการฆาตกรรมและความขัดแย้งระหว่างญาติพี่น้องด้วยกันเองในอดีต
**เจ้าหนี้ปิดปากอ้างงานศพ
นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KK) เปิดเผยถึงกรณีที่นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า และเป็นลูกค้าของธนาคารด้วยการใช้บริการสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์กับธนาคาร ว่าธุรกรรมที่ทางบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่าได้ทำกับธนาคารเกียรตินาคินก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ เนื่องจากธนาคารเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการ และยินดีสนับสนุนให้โครงการประสบความสำเร็จตลอดไป
“ธนาคารขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวต่อการสูญเสียคุณสุนัทที เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจหญิงที่เก่งและแกร่งท่านหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการไพร์ม เนเจอร์ ลูกค้ารายหนึ่งของธนาคาร คุณสุนัทที เป็นผู้บริหารที่มีอัธยาศัยดี เป็นที่รักใคร่ ชื่นชมของบุคคลที่ได้รู้จักและ ร่วมงานด้วย นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญท่านหนึ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์ ส่วนข้อมูลและรายละเอียดด้านอื่นๆของลูกค้านั้นเราไม่สามารถเปิดเผยได้” นายธวัชชัยกล่าว
วานนี้(1 ธ.ค.)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการคลี่คลายคดีสังหาร นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่าคดีนี้ได้สั่งการเร่งรัดดำเนินคดีโดยมอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันทำงาน โดยมี พล.ต.ท.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.ที่ปรึกษา (สบ10) ควบคุมดูแลและประชุมติดตามความคืบหน้าโดยตลอด ต้องขอเวลาให้พนักงานสืบสวนทำงานสักระยะหนึ่งก่อน ไม่ได้ตีกรอบเรื่องเวลาแต่ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด
ส่วนประเด็นการสังหารนั้น ขณะนี้พุ่งเป้าไปที่เรื่องส่วนตัว และเรื่องธุรกิจ แต่ยังไม่ได้มีกรอบชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดเดาสาเหตุว่าตามที่เป็นข่าว ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกำชับให้เร่งดำเนินคดีแต่พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผย ว่า ขณะนี้ได้แบ่งหน้าที่ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผู้บังคับการกองปราบปรามดูแล เนื่องจากมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มมือปืน โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร และตรวจสอบผู้ใช้อาวุธปืน ซึ่งจะเน้นไปที่บุคคลเพศชาย อายุไม่เกิน 30 ปี นอกจากนี้ยังติดต่อไปยังทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมือปืนมือใหม่ที่ทำการฝึกฝนฝีมือเพื่อขึ้นเป็นมือปืนระดับพระกาฬ ทั้งนี้ คาดว่า สาเหตุการลอบยิงครั้งนี้น่าจะมาจากการทวงหนี้ และการล้างแค้นทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวข้องด้วย
**เก็บหลักฐานจำลองวิถีกระสุน
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย เจ้าหน้าที่ชุดขีปวิถี สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ย์ 7 สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌต-356 กทม. ของนางสุนัทที อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเบื้องต้นพบ ก็ร่องรอยการยิงบริเวณกระจกทั้ง 3 นัด โดยกระสุนชุดแรก คือนัดที่ 1-2 นั้น ทำกระจกก็แตกไปแล้ว ส่วนนัดที่ 3 ยังมีร่องรอยคาเป็นรูอยู่ที่กระจก เบื้องต้นคาดว่าร่องรอยกระจกที่แตกไปนั้น คนเห็นเหตุการณ์น่าจะเข้ามาช่วยเหลือนางสุนัทที โดยการทุบกระจกและนำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้เดินทางมาที่เกิดเหตุบริเวณซอยสุขาภิบาล 2 แยก 11 ถนนสุขาภิบาล 2 โดยได้ตรวจหาวิถีกระสุนอีกครั้ง โดยใช้รถของสื่อมวลชนติดสติกเกอร์ที่กระจกด้านขวาฝั่งคนขับแทนรถของนางสุนัทที และจำลองวิถีกระสุนโดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในราชการวัดวิถีกระสุน โดยจำลองท่ายืนยิงสูงประมาณ 30 องศา ในการยิง 2 นัดแรก และรถก็ไหลไปอีกประมาณ 1 เมตร ก่อนที่คนร้ายจะยิงนัดที่ 3 จนรถไหลไปชนกับป้ายซอยสุขาภิบาล 2 แยก 16 ฝั่งตรงข้ามจนหัก ซึ่งการตรวจหาวิถีกระสุนเป็นการตรวจเก็บพิกัดกระสุนคนร้ายเพื่อวิเคราะห์ว่า มือปืนมีเพียงคนเดียวหรือมีหลายคน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.อุดมสุข ได้เดินทางไปสอบปากคำเลขาของ นางสุนันที ผู้ตาย
**สอบปากคำทนายความ"สุนัทที"
ต่อมาเวลา 13.30 น.พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รอง ผบก.น.4 สั่งการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปที่ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายสกุลธัญแอนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 2210/60 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.เพื่อทำการสอบปากคำนายประจวบ สิงห์แก้ว ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของสำนักงานดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเป็นทนายผู้รับว่าความให้ นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า กับ คู่กรณีทุกคดี
นายประจวบ เปิดเผยก่อนเข้าให้การกับตำรวจว่า สำนักงานกฎหมายแห่งนี้เป็นของ ดร.ธัญ สกุลธัญ แต่เรื่องคดีความที่เกี่ยวข้องกับนางสุนัทที ทั้งหมดนั้น ตนจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนการที่พนักงานสอบสวนเดินทางมาก็เพื่อสอบถามข้อมูลทางคดีทั้งเรื่องที่บริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เป็นโจทก์และเป็นจำเลย ซึ่งขณะนี้มีอยู่จำนวน 22 คดี มีทั้ง เรื่องที่เราเป็นผู้ฟ้อง เรื่องที่เราถูกฟ้อง เรื่องที่ประนีประนอมไปแล้ว ตลอดจนเรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ในชั้นศาล แต่ทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่เราฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีอยู่จำนวน 3 คดี ที่เราเรียกเงินค่าเสียหายสูงถึงคดีละ 50 ล้านบาท สำหรับคดีที่เราถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายมีไม่มากและค่าเสียหายรวมกันทั้งสิ้นก็ไม่เกิน 10 ล้านบาท และยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการทวงถามซึ่งเราเตรียมจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายกับคู่กรณีอยู่ 4 คดี ยอดเงินรวมกันก็แค่ 10 ล้านบาทเช่นกัน
**ทนายเชื่อเรื่องคดีไม่น่าจะถึงฆ่ากัน
นายประจวบ กล่าวอีกว่า คดีความที่ตนดูแลให้กับบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ทั้งหมดนั้น จะแบ่งเป็นกรณีพิพาทของบริษัทลูกในเครือที่ นางสุนัทที บริหารอยู่ด้วย คือ บจก.กาล่าแพลน และ บจก.ลิฟวิ่งลากูน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการสร้างบ้านที่อ่อนนุช และที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ผู้รับเหมาทำผิดสัญญาในการต่อเติมบ้านไม่เสร็จ แต่ทั้งหมดเป็นคดีแพ่งไม่ใช่อาญา แม้นางสุนัทที จะพยายามให้ตนฟ้องอาญาในบางเรื่องแต่ตนก็ระงับไว้ เพราะตนมีนโยบายให้นางสุนัทที ประนีประนอมกับคู่กรณีมาโดยตลอด จึงไม่เคยเบิกความไปถึงเรื่องส่วนตัวของใคร อย่างมากก็แค่พูดจาตอบโต้ว่า อาจต้องสู้กันถึง 3 ศาล คือชั้นฎีกาเท่านั้น ซึ่งเรื่องแค่นี้ไม่น่าจะถึงกับต้องโกรธแค้นเอาชีวิตกันได้
นายประจวบ กล่าวด้วยว่า ตนไม่ทราบว่า นางสุนัทที เคยมีปัญหาอะไรกับใครบ้าง เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ทำงานให้ก็จะคุยกันแต่เรื่องธุรกิจและคดีทางแพ่งเท่านั้น ซึ่งนางสุนัทที ก็ไม่เคยมาปรึกษาตนในเรื่องที่เคยถูกขู่ฆ่าหรือไปแจ้งความเพราะถูกขู่ฆ่า โดยทางพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้มาสอบปากคำแบบเจาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ตนได้เตรียมเอกสารสรุปคดีทั้งหมด ซึ่งกำลังดำเนินการกันอยู่ใน ศาลจังหวัดพระโขนง ศาลจังหวัดสมุทรปราการ และศาลจังหวัดเพชรบุรี เอาไว้ให้อย่างละเอียดเท่านั้น ส่วนตำรวจจะเอาเอกสารดังกล่าวไปทำอะไรบ้างตนก็คงให้คำตอบไม่ได้
**ทีมสืบสวนทุกชุดเร่งทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสืบสวนของทั้งสองหน่วยงานคือ บช.น.และ บช.ก. ที่ได้รับมอบหมายให้ทำคดีนี้นั้นมีเกือบ 10 ทีมด้วยกันอาทิ ชุด กก.สส.บก.น.4 ชุกสืบสวนท้องที่ ทีมสืบสวนศูนย์สืบสวนนครบาล ทีมสืบสวนกองปราบปราม ชุดสืบสวนพิเศษ บช.ก. ทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแล บช.น. เป็นต้น ซึ่งแต่ละทีมงานนั้นต่างแข่งขันกันแย่งชิงผลงานกันอย่างเต็มที่เพื่อโชว์ผลงานเสนอนายโดยหัวหน้าคณะทำงานแต่ละชุดนั้น ต่างกำชับเจ้าหน้าที่ ที่ลงพื้นที่ห้ามให้ข่าวให้ข้อมูลใดๆ เพราะเกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหลไปสู่ทีมสืบสวนชุดอื่นเป็นผลต่อการสืบสวนติดตามคดี
มีรายงานด้วยว่า ล่าสุดขณะนี้ทีมงานสืบสวนของ บช.ก. สามารถหาข้อมูลเจาะลึกได้มากกว่าทีมสืบสวนชุดอื่น โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องการฟ้องร้องในชั้นศาล หลักฐานการและคำให้การของผู้ตายที่เคยแจ้งความไว้ที่ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ จำนวนหลายคดี และการแจ้งความในพื้นที่นครบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.ขณะที่ทีมสืบสวนของนครบาลยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
**สามีเชื่อปมมรดกคนในครอบครัว
รายงานข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนแจ้งด้วยว่า ถึงแม้ พล.ต.ต.ปิยะชาติ จะยังไม่เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข อย่างเป็นทางการ แต่หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้พูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในประเด็นฆาตกรรมนางสุนัทที โดย พล.ต.ต.ปิยะชาติ เชื่อว่าประเด็นสังหารน่าเกี่ยวกับเรื่องมรดกและผลประโยชน์ภายในครอบครัว ซึ่งเกิดความขัดแย้งกับคนใกล้ชิดคนหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วมองไม่เห็นว่าจะมีเรื่องใดอีกที่นำมาสู่การสังหาร
นอกจากการปะติดปะต่อและหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนประเด็นข้างต้นแล้ว สิ่งที่ชุดสืบสวนกำลังทำอีกเรื่องก็คือ การนำตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และระบุว่า เห็นคนร้ายสวมหมวกมาผูกเปลนอนอยู่ใกล้หมู่บ้านไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า ถนนสุขาภิบาล 2 ซอย 11 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ นานนับสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสเก็ตช์ภาพคนร้ายใหม่ หลังจากเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ออกภาพสเก็ตช์แล้วไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ดี หากคดีนี้เป็นอย่างที่พล.ต.ต.ปิยะชาติ สงสัยก็อาจจะเป็นอีกคดีที่มีเงื่อนงำคล้ายคลึงกับเรื่องราวของมรดกเลือดตลาดยิ่งเจริญของตระกูลดังของสังคมไทย "ธรรมวัฒนะ" ที่เป็นตำนานการฆาตกรรมและความขัดแย้งระหว่างญาติพี่น้องด้วยกันเองในอดีต
**เจ้าหนี้ปิดปากอ้างงานศพ
นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KK) เปิดเผยถึงกรณีที่นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า และเป็นลูกค้าของธนาคารด้วยการใช้บริการสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์กับธนาคาร ว่าธุรกรรมที่ทางบริษัทไพร์ม เนเจอร์ วิลล่าได้ทำกับธนาคารเกียรตินาคินก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ เนื่องจากธนาคารเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการ และยินดีสนับสนุนให้โครงการประสบความสำเร็จตลอดไป
“ธนาคารขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวต่อการสูญเสียคุณสุนัทที เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจหญิงที่เก่งและแกร่งท่านหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการไพร์ม เนเจอร์ ลูกค้ารายหนึ่งของธนาคาร คุณสุนัทที เป็นผู้บริหารที่มีอัธยาศัยดี เป็นที่รักใคร่ ชื่นชมของบุคคลที่ได้รู้จักและ ร่วมงานด้วย นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญท่านหนึ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์ ส่วนข้อมูลและรายละเอียดด้านอื่นๆของลูกค้านั้นเราไม่สามารถเปิดเผยได้” นายธวัชชัยกล่าว


