ASTVผู้จัดการรายวัน – จับตา ว่าที่ บอส อสมท คนใหม่ ไม่เคลียร์ ส่อผิดคุณสมบัติ ประเด็นบริหารองค์กร มูลค่า 1,500 ล้านบาทขึ้นไป คนวงในชี้แค่สำนักงานตัวแทนจะมีโอกาสทำเงินถึงขนาดนี้หรือ เผยชื่อ 4 คนเข้ารอบสุดท้าย แต่บอร์ดสรรหาเสนอแค่คนเดียว เผยงานหินรอเบื้องหน้า
จากกรณีที่คณะกรรมการบริษัท อสมท หรือบอร์ด อสมท มีมติเป็นเอกฉันท์ในเบื้องต้น ให้นายธนวัฒน์ วันสม เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น
แหล่งข่าวในวงการสื่อ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งนายธนวัฒน์ วันสม เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายธนวัฒน์ จะมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรกับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ อสมท แห่งนี้
1.นยยฦธนว1โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของคุณสมบัติ ข้อที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการรับสมัครว่า คุณสมบัตพิเศษที่ผู้สมัครจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรระดับกรมขึ้นไป หรือเทียบเท่า หากเป็นหน่วยงานเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำวกว่าผู้บริหารสูงสุดองค์กรหรือเทียบเท่าที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และต้องมีระยะในการดำรงตำแหน่งนั้นๆไม่ต่ำสกว่า 2 ปี
แม้ว่าโดยประวัติการทำงานของนายธนวัฒน์นั้นจะระบุว่า เคยผ่านการบริหารงานตำแหน่ง รองประธานบริหารภูมิภาคสตาร์ทีวี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นบริษัทลูกของสตาร์กรุ๊ป ซึ่งแหล่งข่าววงในวิเคราะห์ว่า สำนักงานที่นายธนวัฒน์บริหารอยู่นั้น ไม่น่าจะมีรายได้ถึง 1,500 ล้านบาท เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงบริษัทลูกที่เป็นสำนักงานตัวแทนเท่านั้น ไม่น่าจะมีรายได้มากถึงขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นรายได้ของบริษัทแม่ ซึ่งต้องตีความอีกว่า จะถูกต้องกับคุณสมบัติหรือไม่
เช่นเดียวกับการบริหารงานที่แชนแนลวีประเทศไทย ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าข่ายเดียวกันกับสตาร์ทีวี เพราะเป็นบริษัทลูกนั้น รายได้ในไทยไม่น่าจะมากถึงเพียงนี้ เพราะไม่ใช่เป็นมูลค่าที่บริหารงานโดยตรง ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้ว ก็ถือว่า ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่บริหารองค์กรระดับ 1,500 ล้านบาท
ขณะที่ในแง่ของอายุนั้น เพิ่งจะอายุ 38 ปี ก็ไม่ได้ถือว่าผิดหลักเกณฑ์แต่อย่างใด แต่ในแง่ความเหมาะสมแล้วผู้ที่จะมาบริหารงานในองค์กรใหญ่ขนาดนี้ และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีความเหมาะสมหรือไม่ ควรที่จะมีอายุมากกว่านี้หรืออย่างน้อยที่สุดน่าจะอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าหากนายธนวัฒน์ได้ดำรงตำแหน่งจริงก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของอสมทคนแรกๆที่มีอายุน้อยที่สุดก็ว่าได้
แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงการที่ ตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ตกเป็นของ นายธนวัฒน์ ว่า น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะว่า คณะกรรมการสรรหาชุดสมัยที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ร่วมอยู่ด้วยนั้น ได้คัดเลือกผู้สมัครไว้รอบสุดท้ายเหลือ 2 คนคือ นายธนวัฒน์ วันสม กับนายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ จำกัด (มหาชน) และเป็นน้องชายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากพรรคเพื่อไทย
โดยที่บอร์ดสรรหาเตรียมที่จะนำเสนอรายชื่อให้กับทางบอร์ดอสมท พิจารณาแล้ว แต่ก็ไม่ทันเนื่องจากว่า บอร์ดครบวาระก่อน ซึ่งทำให้ บอร์ดชุดใหม่ที่มีนายสุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาเป็นประธานบอร์ดแทน และได้มีการขยายเวลาการรับสมัครกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ออกไปอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด นายธนวัฒน์ ก็ยังฝ่าด่านเข้ามาได้อีก แม้ว่านายสุรพล ประธานบอร์ด อสมท จะย้ำว่า สาเหตุที่เลือกนายธนวัฒน์นั้นเพราะมีคุณสมบติครบถ้วน และองค์กรต่างๆที่นายธนวัฒน์เคยบริหารงานมานั้นก็มีหนังสือรับรองมาด้วย
แต่ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสังเกตเบื้องต้นได้ว่า นายธนวัฒน์บริหารงานและรับผิดชอบโดยตรงกับบริษัทที่มีมูลค่า 1,500 ล้านบาทจริงหรือไม่
อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่า นายธนวัฒน์นี้มีคนในช่อง 3 หนุนหลังให้เข้ามาบริหารในอสมท นี้ ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็เท่ากับว่า เป้าหมายใหญ่ของนายธนวัฒน์นั้นก็คงไม่พ้น การเข้ามาจัดการเรื่องปัญหาสัญญาสัมปทานช่อง 3 ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กับ อสมท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการฯที่อสมท ตั้งขึ้นมา ซึ่งบีอีซีฯกำลังสู้สุดฤทธิ์เพื่อที่จะฮุบสัมปทานนี้ต่อไห้ได้อีก 10 ปี
ยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 1-2 เดือน ที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนจากนี้ คือ ต้องมีการเจรจาต่อรองเรื่องอัตราผลตอบแทน ซึ่งว่ากันว่า เงินเดือนตำแหน่งนี้ อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 400,000 บาทต่อเดือน รวมทั้งการต้องแจ้งเรื่องให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบและต้องเข้าที่ประชุมของผู้ถือหุ้นของบมจ.อสมท และต้องให้กระทรวงการคลังรับรองก่อนด้วย
สำหรับบุคลิกของนายธนวัฒน์นั้น คนวงในบอกว่า เป็นคนที่พูดน้อย แต่มีวิธีคิดแบบคนรุ่นใหม่ ทำงานสไตล์ตะวันตก กล้าคิดกล้าทำ เป็นคนที่ยืดหยุ่นเข้าได้กับทุกคนและทุกที่ ส่วนจะสามารถทำงานบริหารเข้ากับคนในอสมท โดยเฉพาะระดับรองฯที่เป็นคนเก่าคนแก่และแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อ่ไป
ภาระหนักที่นายธนวัฒน์จะต้องเร่งมือทำคือ 1.การเขียนแผนธุรกิจของเขาที่ต้องเสนอบอร์ด อสมท ซึ่งการทำแผนนั้นจะต้องไปทำการศึกษาและเรียนรู้ รับข้อมูลจากทางแต่ละสำนักว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีเวลาไม่มาก ขณะที่ภายในเดือนตุลาคมนี้ อสมท เองก็จะต้องทำแผนยุทธศาสตร์ปี 2553 ให้เสร็จด้วย ควบคู่กันไป
2.เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก คือ จะประสานงานและกำกับดูแล ระดับคนเก่าคนแก่ในอสมท อย่างไร 3.การพัฒนา อสมท ซึ่งจะต้องมีทั้งเรื่อง นิวมีเดีย ศักยภาพ บุคลากร ซึ่งเท่ากับว่า จะต้องมีการรื้อหรือปรับโครงสร้างอะไรกันใหม่ ซึ่งใม่ใชเรื่องง่ายนักกับองค์กรที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแดนสนธยา มาก่อน
“ไม่รู้ว่า ว่าที่บอสคนใหม่คนนี้ มีใครแบ็คอัพให้ แต่ว่า โดยธรรมชาติแล้ว บอสของ อสมท ทุกคนหนีไม่พ้นการเมือง ต้องมีฝ่ายการเมืองหนุนหลังอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้แน่นอน” แหล่งข่าวให้ความเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ มีผู้สมัครทั้งหมด 20 ราย ที่ผ่านรอบแรก จำนวน 11 ราย ซึ่งจากนั้นมามีการขอถอนตัวไปจำนวนหนึ่ง โดยที่หลังจากการแสดงวิสัยทัศน์แล้วมีผู้ที่ผ่านรอบสุดท้ายจำนวน 4 คน ประกอบด้วย
1.นายธนวัฒน์ วันสม 2.นางสุภา โภคาชัยพัฒน์ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. 3.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ (ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ) ธนาคารธนชาติ และที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ บริษัท โอสถสภา จำกัด 4. นายบุญฤทธ์ เสาวพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษาซาร่ากรุ๊ป และอดีตผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน
น่าสังเกตว่า นายธนวัฒน์ คนเดียวกันนี้ ก็คือ ผู้ที่สมัครในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มาแล้วครั้งหนึ่งและเป็นผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายคู่กับนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ในสมัยที่แล้ว แต่สุดท้ายบอร์ดอสมท ตัดสินใจเลือก นายวสันต์ ว่ากันว่าในครั้งนั้นนายธนวัฒน์ได้ทำการฟ้องร้องศาลปกครอง ว่านายวสันต์มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง แต่เรื่องก็ยุติไป หลังจากที่ บอร์ดอสมทยืนยันว่า มติของบอร์ดเป็นที่สุด
สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบมจงอสมท หรือ MCOT วานนี้ พบว่าปิดตลาดที่ระดับ 18.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ + 0.53% ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 19.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 33.844 ล้านบาท หรือ 1.78 ล้านหุ้น โดยเมื่อย้อนหลังไปดู 7 วันที่ผ่านมา (13 -22 ก.ค.) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 0.70 บาท การซื้อขายหุ้นเป็นไปอย่างเบาบางประมาณ 9 ล้านบาทต่อวัน ยกเว้นวันที่ 20 และ 21 ก.ค.ที่ผ่นนมาที่มีการซื้อขายเพิ่มสูง โดยมากถึง 18.533 ล้านบาท และ 60.314 ล้านบาท ตามลำดับ
*******
ผู้สื่อข่งรายงานว่า ผุ้สมัครทั้ง 4 คนที่ผ่านรอบสุดท้ายในการแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย 4 รายคือ นางมัทนา วัทนฤทธิ์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบอร์ด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันสุดท้าย (15 มิ.ย.) ของการยื่นเอกสารในการรับสมัครผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการ อสมท คนใหม่ พบว่า มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มอีก 6 ราย โดยเป็นผู้ยื่นสมัครวันสุดท้าย 4 ราย และวันที่ 11 มิ.ย. 1 ราย, วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.อีก 1 ราย รวมกับรายชื่อเดิมที่สมัครไว้ 14 ราย แล้วขณะนี้มีผู้ยื่นสมัครทั้งสิ้น 20 ราย
สำหรับกระบวนการสรรหาในขั้นตอนต่อไปนั้น ทางคณะกรรมการสรรหาฯจะมีการประชุมภายในอาทิตย์นี้ เพื่อตรวจดูคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งหมดว่าตรงตามที่กำหนดหรือไม่ ทั้งนี้ทั้ง 20 รายชื่อ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ คาดว่าจะสามารถเปิดเผยได้ในช่วงที่มีการพิจาณาผู้ที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกไปแล้ว
ทั้งนี้คาดว่ากระบวนการดังกล่าว รวมถึงการนัดสัมภาษณ์เพิ่มเติมของผู้สมัครแต่ละท่าน อาจจะไม่ทันการสรุปและพิจาณาคัดเลือกรายชื่อ เพื่อส่งต่อให้ทางคณะกรรมการบอร์ด อสมท พิจารณาคัดเลือกภายในอาทิตย์หน้าได้ทัน แต่คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเรียบร้อย หรือภายใน เดือนก.ค. การสรรหาน่าจะจบลง และได้รู้ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการคนใหม่
นางมัทนา กล่าวด้วยว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครเดิม 14 คน ที่ยื่นสมัครในรอบแรก ไม่ได้มีการทักท้วงแต่อย่างไร และขณะเดียวกันรายชื่อทั้ง 14 คน ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ก็ยังไม่ได้เปิดซองเพื่อตรวจสอบด้วย โดยรอผู้สมัครรอบใหม่ เพื่อพิจารณาพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อทั้ง 14 คนที่มาสมัครในรอบแรกนันว่กันว่ามีหลากหลายเช่น เช่น 1.นายเชษฐ์ มังคโลดม อดีตผู้บริหารคลื่นวิทยุเวอร์จิ้น ของบีอีซีเทโร 2.พันเอก อนุธัช บุนนาค อดีตเลขาธิการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 3.นายธนวัฒน์ วันสม ผู้บริหารธุรกิจทางด้านสื่อ ซึ่งเคยเข้าสมัครเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ครั้งที่ผ่านมาด้วย
4.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ จากบางกอก มีเดีย เอเจนซี่ 5.นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตผู้อำนวยการประจำภูมิภาคและผู้จัดการทั่วไปแห่ง SECURITY PACIFIC LEASING CORP. (SECPAC.) ในฮ่องกง, อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท มอร์แกน เกรนเฟลล์ ไทย จำกัด ซึ่งเป็นกลไกด้านธุรกิจวาณิชธนกิจของ บ.จีเอฟ โฮลดิ้ง และมอร์แกน เกรนเฟลล์ เอเชีย และเป็นน้องชายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม.อดีตผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามของพรรคเพื่อไทย
นอกจากนี้ ยังมีคนในองค์กรของ อสมท เองด้วย คือ นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับ อสมท ในยุคที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นต้น
************
วานนี้ (16 มี.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการประกาศรับสมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ปรากฏว่า ตลอดทั้งวันได้มีผู้สนใจมายื่นใบสมัครเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9-10 คน จากเดิมที่มีผู้มายื่นใบสมัครไว้ก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 3 คน
สำหรับรายชื่อผู้ที่มาสมัครเมื่อวานนี้เพิ่มเติม เช่น 1.นายเชษฐ์ มังคโลดม อดีตผู้บริหารคลื่นวิทยุเวอร์จิ้น ของบีอีซีเทโร และยังเป็นผู้สมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในขณะนี้อีกด้วย 2.พันเอก อนุธัช บุนนาค อดีตเลขาธิการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 3.นายธนวัฒน์ วันสม ผู้บริหารธุรกิจทางด้านสื่อ ซึ่งเคยเข้าสมัครเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ครั้งที่ผ่านมาด้วย
4.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ จากบางกอก มีเดีย เอเจนซี่ และเป็นแกนนำกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ อสมท ด้วย 5.นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตผู้อำนวยการประจำภูมิภาคและผู้จัดการทั่วไปแห่ง SECURITY PACIFIC LEASING CORP. (SECPAC.) ในฮ่องกง, อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท มอร์แกน เกรนเฟลล์ ไทย จำกัด ซึ่งเป็นกลไกด้านธุรกิจวาณิชธนกิจของ บ.จีเอฟ โฮลดิ้ง และมอร์แกน เกรนเฟลล์ เอเชีย และเป็นน้องชายน ายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม.อดีตผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามของพรรคเพื่อไทย
รวมไปถึงคนในของ อสมท เองด้วย คือ นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับ อสมท ในยุคที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นต้น รวมแล้วคาดว่าจะมีผู้ยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 14 ราย
นายธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท กล่าวว่า รายชื่อของผู้ที่ยื่นใบสมัครทั้ง 14 รายนี้ ทางคณะกรรมการจะนำเข้าที่ประชุมในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบดูคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งหากส่วนใหญ่ผ่าน ก็จะดำเนินขั้นตอนต่อไปของการสรรหา แต่ถ้าหากผ่านเป็นส่วนน้อย ก็จะเปิดเวลาเพิ่มในการรับสมัครผู้จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ต่อไป
***
อสมท
วานนี้(30 มิ.ย.) คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมีนางมีทนา วัทนฤทธิ์ เป็นประธาน ได้มีการเชิญให้ผู้สมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ผ่านคุณสมบัติการคัดเลือกรอบแรก โดยพาะคุณสมบัติพิเศษ ที่ผู้สมัครจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรในระดับกรมขึ้นไป หรือเทียบเท่า
หากเป็นหน่วยงานเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดองค์กร หรือเทีรบเท่าที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และต้องมีระยะในการดำรงตำแหน่งนั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ซึ่งมีทั้งหมด11 ราย จากทั้งหมด 20 ราย ได้เข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ อสมท ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ โดยใช้เวลาในการแสดงวิสัยทัศน์ คนละ 30 นาทีพร้อมตอบข้อซักถามต่างๆของคณะกรรมการสรรหาฯ ทั้งนี้หลังจากทุกรายเข้าแสดงวิสัยทัศน์ครบแล้ว ทางคณะกรรมการสรรหาฯจะมีการพิจารณาและคัดเลือกผู้ที่ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ นำรายชื่อเข้าเสนอกับคณะกรรมการบอร์ด อสมท
ในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้คณะกรรมการบอร์ด อสมท เลือกผู้ที่จะมาเป็น กก. ผอ.ใหญ่ อสมท เป็นลำดับต่อไป
สำหรับ 11 รายชื่อที่ผ่านคุณสมบัติการคัดเลือกรอบแรก ได้แก่ 1. นายณัฏธนกร ยุกตธนะนันท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท Crest จำกัด อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เพรสซิเดนท์พาร์ค ทาวน์ จำกัด 2. นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ (มหาชน) จำกัด 3. น.อ. พิชเยนทร์ ตันประเสิรฐ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท ยูนิลิเวอร์ไทยโฮลดิ้งส์
จำกัด
อดีตผู้อำนวยการ องค์การฟอกหนัง 4. นายธนวัฒน์ วันสม ที่ปรึกษาอาวุโส พัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตนากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อดีตรองประธาน ภูมิภาคสตาร์ทีวี เอเซียตะวันออกฉียงใต้
5.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ (ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ) ธนาคารธนชาติ ที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ บริษัท โอสถสภา จำกัด 6. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสิรฐ กรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสทโทรคมนาคม 7. นายบุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษา Sara Group อดีตผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน 8. นางสุภา โภคาชัยพัฒน์
อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. 9. นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮาส์ 10. นางสาวประกายดาว เขมะจันตรี อดีตกรรมการผู้จัดการ บมจ. บลิส-เทล และ11. นางสุภาพรรณ์ ธนียวัน ที่ปรึกษาการตลาด บลจ.วรรณ
จากกรณีที่คณะกรรมการบริษัท อสมท หรือบอร์ด อสมท มีมติเป็นเอกฉันท์ในเบื้องต้น ให้นายธนวัฒน์ วันสม เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น
แหล่งข่าวในวงการสื่อ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งนายธนวัฒน์ วันสม เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท อย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายธนวัฒน์ จะมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรกับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ อสมท แห่งนี้
1.นยยฦธนว1โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของคุณสมบัติ ข้อที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการรับสมัครว่า คุณสมบัตพิเศษที่ผู้สมัครจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรระดับกรมขึ้นไป หรือเทียบเท่า หากเป็นหน่วยงานเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำวกว่าผู้บริหารสูงสุดองค์กรหรือเทียบเท่าที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และต้องมีระยะในการดำรงตำแหน่งนั้นๆไม่ต่ำสกว่า 2 ปี
แม้ว่าโดยประวัติการทำงานของนายธนวัฒน์นั้นจะระบุว่า เคยผ่านการบริหารงานตำแหน่ง รองประธานบริหารภูมิภาคสตาร์ทีวี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นบริษัทลูกของสตาร์กรุ๊ป ซึ่งแหล่งข่าววงในวิเคราะห์ว่า สำนักงานที่นายธนวัฒน์บริหารอยู่นั้น ไม่น่าจะมีรายได้ถึง 1,500 ล้านบาท เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงบริษัทลูกที่เป็นสำนักงานตัวแทนเท่านั้น ไม่น่าจะมีรายได้มากถึงขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นรายได้ของบริษัทแม่ ซึ่งต้องตีความอีกว่า จะถูกต้องกับคุณสมบัติหรือไม่
เช่นเดียวกับการบริหารงานที่แชนแนลวีประเทศไทย ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าข่ายเดียวกันกับสตาร์ทีวี เพราะเป็นบริษัทลูกนั้น รายได้ในไทยไม่น่าจะมากถึงเพียงนี้ เพราะไม่ใช่เป็นมูลค่าที่บริหารงานโดยตรง ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้ว ก็ถือว่า ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่บริหารองค์กรระดับ 1,500 ล้านบาท
ขณะที่ในแง่ของอายุนั้น เพิ่งจะอายุ 38 ปี ก็ไม่ได้ถือว่าผิดหลักเกณฑ์แต่อย่างใด แต่ในแง่ความเหมาะสมแล้วผู้ที่จะมาบริหารงานในองค์กรใหญ่ขนาดนี้ และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีความเหมาะสมหรือไม่ ควรที่จะมีอายุมากกว่านี้หรืออย่างน้อยที่สุดน่าจะอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าหากนายธนวัฒน์ได้ดำรงตำแหน่งจริงก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของอสมทคนแรกๆที่มีอายุน้อยที่สุดก็ว่าได้
แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงการที่ ตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ตกเป็นของ นายธนวัฒน์ ว่า น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะว่า คณะกรรมการสรรหาชุดสมัยที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ร่วมอยู่ด้วยนั้น ได้คัดเลือกผู้สมัครไว้รอบสุดท้ายเหลือ 2 คนคือ นายธนวัฒน์ วันสม กับนายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ จำกัด (มหาชน) และเป็นน้องชายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากพรรคเพื่อไทย
โดยที่บอร์ดสรรหาเตรียมที่จะนำเสนอรายชื่อให้กับทางบอร์ดอสมท พิจารณาแล้ว แต่ก็ไม่ทันเนื่องจากว่า บอร์ดครบวาระก่อน ซึ่งทำให้ บอร์ดชุดใหม่ที่มีนายสุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาเป็นประธานบอร์ดแทน และได้มีการขยายเวลาการรับสมัครกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ออกไปอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด นายธนวัฒน์ ก็ยังฝ่าด่านเข้ามาได้อีก แม้ว่านายสุรพล ประธานบอร์ด อสมท จะย้ำว่า สาเหตุที่เลือกนายธนวัฒน์นั้นเพราะมีคุณสมบติครบถ้วน และองค์กรต่างๆที่นายธนวัฒน์เคยบริหารงานมานั้นก็มีหนังสือรับรองมาด้วย
แต่ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสังเกตเบื้องต้นได้ว่า นายธนวัฒน์บริหารงานและรับผิดชอบโดยตรงกับบริษัทที่มีมูลค่า 1,500 ล้านบาทจริงหรือไม่
อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่า นายธนวัฒน์นี้มีคนในช่อง 3 หนุนหลังให้เข้ามาบริหารในอสมท นี้ ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็เท่ากับว่า เป้าหมายใหญ่ของนายธนวัฒน์นั้นก็คงไม่พ้น การเข้ามาจัดการเรื่องปัญหาสัญญาสัมปทานช่อง 3 ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กับ อสมท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการฯที่อสมท ตั้งขึ้นมา ซึ่งบีอีซีฯกำลังสู้สุดฤทธิ์เพื่อที่จะฮุบสัมปทานนี้ต่อไห้ได้อีก 10 ปี
ยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 1-2 เดือน ที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนจากนี้ คือ ต้องมีการเจรจาต่อรองเรื่องอัตราผลตอบแทน ซึ่งว่ากันว่า เงินเดือนตำแหน่งนี้ อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 400,000 บาทต่อเดือน รวมทั้งการต้องแจ้งเรื่องให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบและต้องเข้าที่ประชุมของผู้ถือหุ้นของบมจ.อสมท และต้องให้กระทรวงการคลังรับรองก่อนด้วย
สำหรับบุคลิกของนายธนวัฒน์นั้น คนวงในบอกว่า เป็นคนที่พูดน้อย แต่มีวิธีคิดแบบคนรุ่นใหม่ ทำงานสไตล์ตะวันตก กล้าคิดกล้าทำ เป็นคนที่ยืดหยุ่นเข้าได้กับทุกคนและทุกที่ ส่วนจะสามารถทำงานบริหารเข้ากับคนในอสมท โดยเฉพาะระดับรองฯที่เป็นคนเก่าคนแก่และแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อ่ไป
ภาระหนักที่นายธนวัฒน์จะต้องเร่งมือทำคือ 1.การเขียนแผนธุรกิจของเขาที่ต้องเสนอบอร์ด อสมท ซึ่งการทำแผนนั้นจะต้องไปทำการศึกษาและเรียนรู้ รับข้อมูลจากทางแต่ละสำนักว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีเวลาไม่มาก ขณะที่ภายในเดือนตุลาคมนี้ อสมท เองก็จะต้องทำแผนยุทธศาสตร์ปี 2553 ให้เสร็จด้วย ควบคู่กันไป
2.เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก คือ จะประสานงานและกำกับดูแล ระดับคนเก่าคนแก่ในอสมท อย่างไร 3.การพัฒนา อสมท ซึ่งจะต้องมีทั้งเรื่อง นิวมีเดีย ศักยภาพ บุคลากร ซึ่งเท่ากับว่า จะต้องมีการรื้อหรือปรับโครงสร้างอะไรกันใหม่ ซึ่งใม่ใชเรื่องง่ายนักกับองค์กรที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแดนสนธยา มาก่อน
“ไม่รู้ว่า ว่าที่บอสคนใหม่คนนี้ มีใครแบ็คอัพให้ แต่ว่า โดยธรรมชาติแล้ว บอสของ อสมท ทุกคนหนีไม่พ้นการเมือง ต้องมีฝ่ายการเมืองหนุนหลังอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้แน่นอน” แหล่งข่าวให้ความเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ มีผู้สมัครทั้งหมด 20 ราย ที่ผ่านรอบแรก จำนวน 11 ราย ซึ่งจากนั้นมามีการขอถอนตัวไปจำนวนหนึ่ง โดยที่หลังจากการแสดงวิสัยทัศน์แล้วมีผู้ที่ผ่านรอบสุดท้ายจำนวน 4 คน ประกอบด้วย
1.นายธนวัฒน์ วันสม 2.นางสุภา โภคาชัยพัฒน์ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. 3.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ (ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ) ธนาคารธนชาติ และที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ บริษัท โอสถสภา จำกัด 4. นายบุญฤทธ์ เสาวพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษาซาร่ากรุ๊ป และอดีตผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน
น่าสังเกตว่า นายธนวัฒน์ คนเดียวกันนี้ ก็คือ ผู้ที่สมัครในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มาแล้วครั้งหนึ่งและเป็นผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายคู่กับนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ในสมัยที่แล้ว แต่สุดท้ายบอร์ดอสมท ตัดสินใจเลือก นายวสันต์ ว่ากันว่าในครั้งนั้นนายธนวัฒน์ได้ทำการฟ้องร้องศาลปกครอง ว่านายวสันต์มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง แต่เรื่องก็ยุติไป หลังจากที่ บอร์ดอสมทยืนยันว่า มติของบอร์ดเป็นที่สุด
สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบมจงอสมท หรือ MCOT วานนี้ พบว่าปิดตลาดที่ระดับ 18.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ + 0.53% ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 19.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 33.844 ล้านบาท หรือ 1.78 ล้านหุ้น โดยเมื่อย้อนหลังไปดู 7 วันที่ผ่านมา (13 -22 ก.ค.) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 0.70 บาท การซื้อขายหุ้นเป็นไปอย่างเบาบางประมาณ 9 ล้านบาทต่อวัน ยกเว้นวันที่ 20 และ 21 ก.ค.ที่ผ่นนมาที่มีการซื้อขายเพิ่มสูง โดยมากถึง 18.533 ล้านบาท และ 60.314 ล้านบาท ตามลำดับ
*******
ผู้สื่อข่งรายงานว่า ผุ้สมัครทั้ง 4 คนที่ผ่านรอบสุดท้ายในการแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย 4 รายคือ นางมัทนา วัทนฤทธิ์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบอร์ด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันสุดท้าย (15 มิ.ย.) ของการยื่นเอกสารในการรับสมัครผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้อำนวยการ อสมท คนใหม่ พบว่า มีจำนวนผู้สมัครเพิ่มอีก 6 ราย โดยเป็นผู้ยื่นสมัครวันสุดท้าย 4 ราย และวันที่ 11 มิ.ย. 1 ราย, วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.อีก 1 ราย รวมกับรายชื่อเดิมที่สมัครไว้ 14 ราย แล้วขณะนี้มีผู้ยื่นสมัครทั้งสิ้น 20 ราย
สำหรับกระบวนการสรรหาในขั้นตอนต่อไปนั้น ทางคณะกรรมการสรรหาฯจะมีการประชุมภายในอาทิตย์นี้ เพื่อตรวจดูคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งหมดว่าตรงตามที่กำหนดหรือไม่ ทั้งนี้ทั้ง 20 รายชื่อ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ คาดว่าจะสามารถเปิดเผยได้ในช่วงที่มีการพิจาณาผู้ที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรกไปแล้ว
ทั้งนี้คาดว่ากระบวนการดังกล่าว รวมถึงการนัดสัมภาษณ์เพิ่มเติมของผู้สมัครแต่ละท่าน อาจจะไม่ทันการสรุปและพิจาณาคัดเลือกรายชื่อ เพื่อส่งต่อให้ทางคณะกรรมการบอร์ด อสมท พิจารณาคัดเลือกภายในอาทิตย์หน้าได้ทัน แต่คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเรียบร้อย หรือภายใน เดือนก.ค. การสรรหาน่าจะจบลง และได้รู้ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการคนใหม่
นางมัทนา กล่าวด้วยว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครเดิม 14 คน ที่ยื่นสมัครในรอบแรก ไม่ได้มีการทักท้วงแต่อย่างไร และขณะเดียวกันรายชื่อทั้ง 14 คน ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ก็ยังไม่ได้เปิดซองเพื่อตรวจสอบด้วย โดยรอผู้สมัครรอบใหม่ เพื่อพิจารณาพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายชื่อทั้ง 14 คนที่มาสมัครในรอบแรกนันว่กันว่ามีหลากหลายเช่น เช่น 1.นายเชษฐ์ มังคโลดม อดีตผู้บริหารคลื่นวิทยุเวอร์จิ้น ของบีอีซีเทโร 2.พันเอก อนุธัช บุนนาค อดีตเลขาธิการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 3.นายธนวัฒน์ วันสม ผู้บริหารธุรกิจทางด้านสื่อ ซึ่งเคยเข้าสมัครเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ครั้งที่ผ่านมาด้วย
4.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ จากบางกอก มีเดีย เอเจนซี่ 5.นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตผู้อำนวยการประจำภูมิภาคและผู้จัดการทั่วไปแห่ง SECURITY PACIFIC LEASING CORP. (SECPAC.) ในฮ่องกง, อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท มอร์แกน เกรนเฟลล์ ไทย จำกัด ซึ่งเป็นกลไกด้านธุรกิจวาณิชธนกิจของ บ.จีเอฟ โฮลดิ้ง และมอร์แกน เกรนเฟลล์ เอเชีย และเป็นน้องชายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม.อดีตผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามของพรรคเพื่อไทย
นอกจากนี้ ยังมีคนในองค์กรของ อสมท เองด้วย คือ นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับ อสมท ในยุคที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นต้น
************
วานนี้ (16 มี.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการประกาศรับสมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ปรากฏว่า ตลอดทั้งวันได้มีผู้สนใจมายื่นใบสมัครเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9-10 คน จากเดิมที่มีผู้มายื่นใบสมัครไว้ก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 3 คน
สำหรับรายชื่อผู้ที่มาสมัครเมื่อวานนี้เพิ่มเติม เช่น 1.นายเชษฐ์ มังคโลดม อดีตผู้บริหารคลื่นวิทยุเวอร์จิ้น ของบีอีซีเทโร และยังเป็นผู้สมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในขณะนี้อีกด้วย 2.พันเอก อนุธัช บุนนาค อดีตเลขาธิการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย 3.นายธนวัฒน์ วันสม ผู้บริหารธุรกิจทางด้านสื่อ ซึ่งเคยเข้าสมัครเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ครั้งที่ผ่านมาด้วย
4.นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ จากบางกอก มีเดีย เอเจนซี่ และเป็นแกนนำกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ อสมท ด้วย 5.นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตผู้อำนวยการประจำภูมิภาคและผู้จัดการทั่วไปแห่ง SECURITY PACIFIC LEASING CORP. (SECPAC.) ในฮ่องกง, อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท มอร์แกน เกรนเฟลล์ ไทย จำกัด ซึ่งเป็นกลไกด้านธุรกิจวาณิชธนกิจของ บ.จีเอฟ โฮลดิ้ง และมอร์แกน เกรนเฟลล์ เอเชีย และเป็นน้องชายน ายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม.อดีตผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามของพรรคเพื่อไทย
รวมไปถึงคนในของ อสมท เองด้วย คือ นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ามาร่วมงานกับ อสมท ในยุคที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นต้น รวมแล้วคาดว่าจะมีผู้ยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 14 ราย
นายธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท กล่าวว่า รายชื่อของผู้ที่ยื่นใบสมัครทั้ง 14 รายนี้ ทางคณะกรรมการจะนำเข้าที่ประชุมในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบดูคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งหากส่วนใหญ่ผ่าน ก็จะดำเนินขั้นตอนต่อไปของการสรรหา แต่ถ้าหากผ่านเป็นส่วนน้อย ก็จะเปิดเวลาเพิ่มในการรับสมัครผู้จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ต่อไป
***
อสมท
วานนี้(30 มิ.ย.) คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมีนางมีทนา วัทนฤทธิ์ เป็นประธาน ได้มีการเชิญให้ผู้สมัครตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ผ่านคุณสมบัติการคัดเลือกรอบแรก โดยพาะคุณสมบัติพิเศษ ที่ผู้สมัครจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรในระดับกรมขึ้นไป หรือเทียบเท่า
หากเป็นหน่วยงานเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้บริหารสูงสุดองค์กร หรือเทีรบเท่าที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และต้องมีระยะในการดำรงตำแหน่งนั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ซึ่งมีทั้งหมด11 ราย จากทั้งหมด 20 ราย ได้เข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ อสมท ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ โดยใช้เวลาในการแสดงวิสัยทัศน์ คนละ 30 นาทีพร้อมตอบข้อซักถามต่างๆของคณะกรรมการสรรหาฯ ทั้งนี้หลังจากทุกรายเข้าแสดงวิสัยทัศน์ครบแล้ว ทางคณะกรรมการสรรหาฯจะมีการพิจารณาและคัดเลือกผู้ที่ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ นำรายชื่อเข้าเสนอกับคณะกรรมการบอร์ด อสมท
ในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้คณะกรรมการบอร์ด อสมท เลือกผู้ที่จะมาเป็น กก. ผอ.ใหญ่ อสมท เป็นลำดับต่อไป
สำหรับ 11 รายชื่อที่ผ่านคุณสมบัติการคัดเลือกรอบแรก ได้แก่ 1. นายณัฏธนกร ยุกตธนะนันท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท Crest จำกัด อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เพรสซิเดนท์พาร์ค ทาวน์ จำกัด 2. นายณัฐศิลป์ จงสงวน อดีตกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ (มหาชน) จำกัด 3. น.อ. พิชเยนทร์ ตันประเสิรฐ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท ยูนิลิเวอร์ไทยโฮลดิ้งส์
จำกัด
อดีตผู้อำนวยการ องค์การฟอกหนัง 4. นายธนวัฒน์ วันสม ที่ปรึกษาอาวุโส พัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตนากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อดีตรองประธาน ภูมิภาคสตาร์ทีวี เอเซียตะวันออกฉียงใต้
5.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ (ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ) ธนาคารธนชาติ ที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ บริษัท โอสถสภา จำกัด 6. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสิรฐ กรรมการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสทโทรคมนาคม 7. นายบุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ประธานคณะที่ปรึกษา Sara Group อดีตผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน 8. นางสุภา โภคาชัยพัฒน์
อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. 9. นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮาส์ 10. นางสาวประกายดาว เขมะจันตรี อดีตกรรมการผู้จัดการ บมจ. บลิส-เทล และ11. นางสุภาพรรณ์ ธนียวัน ที่ปรึกษาการตลาด บลจ.วรรณ



